่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
กรรมการวัดชี้แจงตลาดอาหารวัดไทยรอลุ้น 3 เดือน
หากแก้ปัญหาและสร้างที่จอดรถได้เปิดขายแน่นอน
กรรมการวัดไทยฯแจงสาเหตุปิดตลาดขายอาหาร ยันพยายามทุกวิถีทางแล้ว
ลุ้นอีก 3 เดือนหากสางปัญหาที่จอดรถสำเร็จ จะหารือกับเพื่อนบ้านและซิตี้อีกครั้ง
สื่อต่างชาติประโคมข่าวปิดฟู้ดคอร์ต ด้านโฆษกเวนดี้ กรูล เผยทางซิตี้ไม่ได้เป็นผู้สั่งให้ปิดการจำหน่ายอาหาร
เมื่อเวลา 17.00
น. วันที่ 11 สิงหาคม 2007 คณะกรรมการบริหารวัดไทยลอส
แอนเจลิสได้เชิญผู้ประกอบการอาหารตลาดวัดไทยฯรับฟังข้อชี้แจงสาเหตุของการปิดตลาดอย่างเป็นทางการ
โดยมีท่านเจ้าคุณพระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยฯเข้าร่วมประชุมด้วย
นายสง่า นาดี หนึ่งในคณะกรรมการบริหารวัดไทยฯกล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดตั้งตลาดตั้งแต่แรกเริ่มว่าเพื่อทำอาหารให้เด็กที่มาเรียน
แล้วขยายไปยังผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป โดยตามหลักแล้ว วัดไม่สามารถทำอะไรในเชิงธุรกิจได้
เพราะเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร (Non- profit Organization)
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นนายสง่ากล่าวว่าเนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนเรื่องที่จอดรถ
ขยะ และน้ำมันที่ไหลลงท่อน้ำไปยังบริเวณหน้าบ้านของเพื่อนบ้านโดยที่ผ่านมาคณะกรรมการฯได้ช่วยกันแก้ปัญหาในหลายจุดซึ่งลุล่วงไปแล้ว
นายสง่ากล่าวว่าทางซิตี้ได้ให้ข้อคิดว่า หากปิดตลาดแล้วให้ดูว่ายังมีปัญหาเรื่องจอดรถอยู่อีกหรือไม่
ถ้ายังมีจำนวนรถมากอยู่ แสดงว่าไม่เกี่ยวกับตลาด เนเบอร์ก็ยินดีจะพูดคุยกับเราอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามจะต้องมีใบอนุญาต (Permit) การจำหน่ายอาหารตามที่ซิตี้ต้องการ
อยากให้ทุกท่านเข้าใจว่าทางวัดได้พยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้ปิดตลาด
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วต้องมาช่วยกันดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป
นายสง่ากล่าวชี้แจง
ทางด้านนายวิรัช เต็มสงสัย อดีตกรรมการที่ดูแลตลาดขายอาหารให้คำแนะนำว่า
ควรเสนอว่าการเปิดร้านอาหารเพื่อต้องการให้บริการกับเด็กนักเรียน
ผู้ปกครองและผู้มาวัดเพื่อทำบุญ ฟังเทศน์เป็นหลัก
นายชวพจน์ ถุงสุวรรณ หนึ่งในคณะกรรมการวัดกล่าวว่า ในสัญญาเมื่อปี
1985 ห้ามไม่ให้วัดทำการเชิงพาณิชย์
ก่อนที่จะสร้างศาลาเอนกประสงค์ต้องไป Hearing หลายครั้งกินเวลาหลายเดือนกว่าจะได้
และช่วงนั้นหากมีการจัดงานพบว่ามีคนมาวัด 300-500 คนแต่ปัจจุบันจำนวนคนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ซึ่งเดิมทีมีข้อกำหนดว่าต้องมีที่จอดรถ 1 ที่ต่อคนมาวัด
3 คน และอนุญาตให้จัดงานได้ 10
ครั้งต่อปี แต่ปัจจุบันคนมาวัดมากขึ้นเหมือนกับมีงาน
52 สัปดาห์ต่อปี
ขณะนี้เราต้องพยายามแก้ไขให้ได้เร็วที่สุด แล้วยื่นเรื่องให้ซิตี้ จากนั้นซิตี้จะผ่านเรื่องไปยังเนเบอร์
แล้วเนเบอร์จะเข้ามาคุยกับเราและจะรู้ว่าข้อไหนที่เราทำได้หรือไม่ได้ นายชวพจน์กล่าว
นายชวพจน์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากรรมการได้ช่วยแก้ปัญหาตามที่มีการร้องขอมา
เช่น ให้มีป้ายติดประกาศฮอตไลน์สายด่วนของทางวัด ให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกบริเวณวัดอย่างน้อย
15 คน แต่ต่อรองได้เหลือ
6 คน และหากมีงานจะให้ใช้มากถึง 32
คน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก ส่วนด้านในบริเวณวัดมีอยู่แล้ว
6 คน
ขอโอกาสพวกเราทำงานกับชาวบ้าน
ที่ผ่านมาได้มีการติดต่อขอซื้อที่ตรงข้ามวัด หรือปั๊มน้ำมัน
แม้กระทั่งบ้านด้านหลังวัดเพื่อทำ Parking
Lot ซึ่งเขาอาจจะเปลี่ยนใจขายให้เราก็ได้ เราต้องการให้คุณมีข้อมูล แต่ที่เสนอให้ไปซื้อบ้านเพื่อทำที่จอดรถซึ่งอยู่ไกลเป็นไมล์กว่าเป็นเรื่องผิด
เพราะวัดไปลงทุนในเรื่องที่ไม่ถูก คุณสง่าไปติดต่อโรงเรียน Saticoy มี Parking 40 ที่ เขาขอเดือนละ
$5,400 เหรียญฯ นายชวพจน์กล่าวอธิบาย
นายชวพจน์เปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้น Hearing และอยู่ระหว่างการร่างข้อเปลี่ยนแปลงต่างๆ
หลังจากนั้นจะส่งให้กับซิตี้ เมื่อมีการประชุมครั้งต่อไปก็จะเชิญเนเบอร์มาร่วมออกเสียงด้วยอีกครั้ง
นายประสงค์ สุวรรณพานิช อดีตกรรมการวัดกล่าวย้อนถึง Condition Use Permit เมื่อปี 1985
ซึ่งปัจจุบันได้ทำผิดข้อกำหนดเรื่องที่จอดรถสืบเนื่องจากจำนวนคนที่มาวัดสูงขึ้นหลายเท่าตัว
ถ้ามีการ Hearing เกิดขึ้นขณะนี้ชาวบ้านก็จะไม่ร่วมมือเพราะเป็นช่วงอยู่ในอารมณ์โกรธ
ที่ผ่านมาพยายามแก้ปัญหาไม่ให้มีการ Hearing
แม้กระทั่งมีความคิดที่จะทำ Valet Parking ด้วยซ้ำ
เหมือนที่คุณชวพจน์บอกว่าเราต้องยอมเสียส่วนหนึ่งเพื่อรักษาส่วนใหญ่ และคณะกรรมการได้สู้อย่างเต็มที่จากในลิสต์ที่มีปัญหาถึง
15-16 รายการ ก็แก้ให้เหลือเพียงไม่กี่อย่าง แต่ก็ยังลงเอยว่าที่จอดรถจะทำอย่างไร นายประสงค์กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับบรรยากาศของพ่อค้าแม่ค้าที่มาร่วมฟังส่วนใหญ่แสดงความเข้าใจ
และบางรายพยักหน้าเห็นด้วยหลังได้รับฟังการชี้แจงจากคณะกรรมการฯ
จากการตรวสอบการเสนอข่าวปิดตลาดจำหน่ายอาหารที่วัดไทยพบว่า
สื่อต่างชาติต่างสนใจนำเสนอข่าวนี้ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างแอลงเอ.ไทมส์,เดลี่นิวส์
สถานีโทรทัศน์ซีบีเอส
เดลี่นิวส์เสนอข่าวและภาพชุดเกี่ยวกับบรรยากาศภายในวัดไทยฯ
โดยกล่าวว่าการปิดศูนย์จำหน่ายอาหารเป็นผลสืบเนื่องจากความสำเร็จนั่นเอง
และมีปัญหาเรื่องการจอดรถซ้อนคัน ปัญหาเรื่องเสียงและขยะ
ทั้งนี้ รอสลิน ปัทมคันธิน ทนายความที่ปรึกษาของวัดระบุในข่าวว่าจะปิดการจำหน่ายอาหารจนกว่าจะแก้ปัญหาที่จอดรถได้
พร้อมกันนี้รอสลินกล่าวว่า มีคนไปจอดรถบริเวณถนนส่วนบุคคลของเพื่อนบ้าน
กีดขวางทางเข้า-ออก อีกทั้งรถยนต์บางคันไปจอดบล็อคปั๊มน้ำท่อดับเพลิง
การจำหน่ายอาหารได้เปิดบริการมากว่า 25
ปีแล้ว อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในรูปของอาหารแบบทำกันในครัวเรือน(โฮมเมด)และมีราคาไม่แพง
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้มาวัดได้เรียนรู้พุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยด้วย
ทางด้านเดวิด ฟิสเก เพื่อนบ้านวัย 65
ปีกล่าวว่า เขาต้องไล่คนที่มาจอดรถบล็อกถนนส่วนตัวของเขา
พร้อมบอกว่าการจอดรถซ้อนคันบริเวณถนนรอสโคเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้
ท่ามกลางกระแสแสดงความไม่เห็นด้วยของผู้บริโภคต่อการปิดศูนย์จำหน่ายอาหาร
โฆษกของเวนดี้ กรูลเปิดเผยว่า แม้ว่าจะมีการลงชื่อให้มีการจำหน่ายอาหารต่อไป
แต่ซิตี้ไม่ได้สั่งให้ปิดศูนย์จำหน่ายอาหาร อย่างไรก็ตามวัดไทยฯมีเวลา
3 เดือนที่จะไปพูดคุยกับเนเบอร์และตัวแทนของซิตี้เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่จอดรถและข้อร้องเรียนอื่นๆ
ข่าวโดย
สายธาร เดชาติวงศ์
อ่านต่อ.....ล่ารายชื่อนับพันขอไม่ให้ปิดตลาดวัดไทยเสาร์-อาทิตย์หัวหน้าตลาดมีความหวังอาทิตย์
12 ส.ค.วันสุดท้าย
|