| เจ้าสัวอุเทน เตชะไพบูลย์ ถึงแก่กรรมด้วยวัย
94 ปี
เป็นผู้ก่อตั้งธ.ศรีนคร-มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมีภรรยา 6 คน
เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่
24 พ.ย. นายอุเทน เตชะไพบูลย์ อดีตผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการธนาคารศรีนคร
และผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
ด้วยโรคนิวมอเนีย สิริรวมอายุได้ 94 ปี นับเป็นการสิ้นเสาหลักของตระกูล เตชะไพบูลย์
ซึ่งเป็นตระกูลนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ตระกูลหนึ่งของเมืองไทย
ก่อนหน้าเสียชีวิต นายอุเทนได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
อยู่ที่อาณาจักรส่วนตัวคือบ้านริมน้ำ ย่านพระราม 3 กับลูกๆหลานๆ แต่เนื่องจากสุขภาพร่างกายล่วงเข้าสู่วัยชรา จึงเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นครั้งคราว
กระทั่งเมื่อ 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายอุเทนได้เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคชรา
กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว โดยศพนายอุเทนมีพิธีเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในเวลา
12.00 น. วันที่ 25
พ.ย. นำไปประกอบพิธีตามประเพณีที่ศาลา 100
ปี วัดเบญจมบพิตรฯ ในเย็นวันเดียวกัน
ประวัติของนายอุเทน เตชะไพบูลย์ เกิดเมื่อวันที่
3 ม.ค. 2456 เป็นชาวจีนแต้จิ๋วในวัยเด็กได้เริ่มต้นการศึกษาเมื่ออายุได้
8 ขวบ ที่โรงเรียนสอนภาษาจีนใกล้บ้านซึ่งอยู่ย่านตลาดน้อย จากนั้นเข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
ต่อมาบิดาจ้างครูมาฝึกสอนภาษาจีนเพิ่มเติมที่บ้าน กระทั่งอายุ 20
ปี ก็เลิกเรียนมาเริ่มต้นช่วยบิดาค้าขายทำธุรกิจ เริ่มต้นจากกิจการสุราที่ประมูลจากโรงงานสุราบางยี่ขัน
มาขายส่งในกรุงเทพฯ และเป็นผู้นำสุราขาวมาผสมกับยาจีนเป็นสุราผสมยี่ห้อ
ค่างโหน วางขายส่งทั่วไป
ช่วงที่นายอุเทนรับภาระโรงงานสุรา เป็นช่วงที่เจ้าตัวต้องทำงานหนักมาก
และทำทุกอย่างตั้งแต่ เป็นผู้จัดการ เสมียน เจ้าหน้าที่โฆษณา ออกเยี่ยมลูกค้า
ตลอดจนไปประมูลเหล้าด้วยตัวเอง ไม่นานนักจากผู้ประกอบการค้าสุรารายใหญ่ในประเทศ
ตระกูลเตชะไพบูลย์ก็เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นผู้ครองอาณาจักรอุตสาหกรรมสุราระดับประเทศ
ภายใต้ชื่อสุรา แม่โขง และ กวางทอง
สร้างความมั่งคั่งให้กับตระกูลด้วยเวลาไม่นาน
เมื่อธุรกิจค้าสุราไปได้ดี จึงหันไปลงทุนในธุรกิจอื่น
อาทิ โรงรับจำนำ ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจธนาคารในปี 2493 ภายใต้ชื่อ ธนาคารศรีนคร ที่ใช้เป็นฐานเงินในการขยายธุรกิจของครอบครัว
และยังมีธุรกิจบริษัทประกันภัย และธุรกิจจัดสรรที่ดิน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
จนสามารถขยายอาณาจักรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ จนผงาดขึ้นมาเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ
ต่อมาจากการที่ตระกูลเตชะไพบูลย์หันไปจับธุรกิจหลากหลายมากขึ้น
จนกลายเป็นการเดินหมากผิดแต้มทางยุทธศาสตร์การ บริหาร จนเกิดภาวะถดถอยของธุรกิจของครอบครัว
กระทั่งเกิดปัญหาเศรษฐกิจยุคฟองสบู่แตกในปี 2540 จนทำให้
ธนาคารศรีนครต้องล่มสลายลงด้วยปัญหาสินเชื่อ และถูกธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าควบคุม
สั่งลดทุน เป็นการปิดตำนานธนาคารศรีนคร รวมทั้งโครงการเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ศูนย์การค้าขนาดยักษ์ย่านสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นสมบัติ ชิ้นสุดท้ายของตระกูลเตชะไพบูลย์ที่เคยผงาดในวงการธุรกิจ
ก็ต้องสูญเสียไปเพราะปัญหาเรื่องเงินๆทองๆจนเหลือเพียงตำนานเช่นกัน
สำหรับประวัติด้านครอบครัวของนายอุเทน มีภรรยารวม
6 คน ส่วนบุตรธิดามี 13 คน คือ นางสุกัญญา โอสถานนท์
นางเพ็ชรี อมรวิวัฒน์ นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ นางจิตรามณฑ์ พันธาภิรัตน์
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ นายวิวัฒน์ เตชะไพบูลย์ นายวิระมิตร เตชะไพบูลย์
น.ส.วิมล เตชะไพบูลย์ นายวีระเดช เตชะไพบูลย์ นายบดินทร เตชะไพบูลย์
นายบวรชัย เตชะไพบูลย์ นายชยากร เตชะไพบูลย์ และ น.ส.อรกัญญา เตชะไพบูลย์
นายอุเทนเคยได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 600 นักการเงินการธนาคารและนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยนิตยสารโกลบอลไฟแนนซ์
ได้รับปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
รวมทั้งเป็นประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งมูลนิธิฮั่วเคี้ยว ป่อเต็กเซี่ยงตึ้ง
หรือป่อเต็กตึ๊ง นับเป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านธุรกิจการงานและส่วนตัวคนหนึ่ง
จนได้รับการเคารพนับถือและยกย่องจากบุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น.บรรดาลูกหลานของนายอุเทนได้ทำพิธีเคลื่อนศพนายอุเทน
ออกจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมีพระคณาจารย์จีน ธรรมปัญญาจริยาภรณ์
(เย็นเสี้ยว) เจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่ เป็นผู้นำศพออกจากโรงพยาบาล
มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา100 ปี วัดเบญจมบพิตร และเปิดให้ลูกหลานญาติ พี่น้องได้รดน้ำศพ ก่อนจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบ
ศพในเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน
โดยมี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพนายอุเทน
พร้อมกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานเครื่องประกอบเกียรติยศประกอบ ด้วย โกศ 8 เหลี่ยมฉัตรเบญจา 4 ต้นตั้งประดับ ปี่กลองชนะประโคมขณะน้ำหลวงอาบศพ
และยังทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 3 คืน โดยบุตรหลานของนายอุเทนจะจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. และในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.
จะทำพิธีกงเต๊กตามประเพณีจีน ส่วนวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค. จะเคลื่อนศพไปฝัง
ณ สุสานประจำตระกูลเตชะไพบูลย์ ที่อำเภอบ้านบึง จ.ชลบุรี
ทั้งนี้ ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพนอกเหนือจากญาติๆแล้ว
ได้มีบรรดานักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทยและนายธนาคาร ต่างทยอยเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ
นายอุเทน อาทิ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานบริหาร กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ
ผู้ผลิตและจำหน่ายสุราแสงโสมและเบียร์ช้าง นายวิชิต
สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ นายตามใจ
ขำภโต อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงไทย รวมทั้งนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ ที่เดินทางมาพร้อมนางปภัสรา
เตชะไพบูลย์ ฯลฯ
นายวิชิตกล่าวว่า นายอุเทนเป็นผู้ใหญ่ที่ตนให้ความเคารพนับถือมาก
และเป็นผู้บุกเบิกวงการธนาคารพาณิชย์ ซึ่งธนาคารศรีนครที่เจ้าสัวอุเทนก่อตั้ง
ถือว่ามีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำของสังคม ทั้งนี้ สมัยที่เจ้าสัวอุเทนอายุยังน้อย
การทำธุรกิจก็ทำควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม
ด้านนายเดชา ตุลานันท์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่
ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เจ้าสัวอุเทนเป็นที่เคารพนับถือของคนจีน คนไทยเชื้อสายจีนและคนไทย
เนื่องจากเป็นคนที่ทำบุญทำกุศล ช่วยคนเยอะมาก เห็นได้จากเป็นผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลหัวเฉียว
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถือว่ามีบทบาทในการช่วยเหลือสังคม ในด้านธุรกิจ
ก็มีบทบาทส่วนสำคัญเช่นกัน ประกอบธุรกิจหลายด้านและประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน
เช่น การก่อตั้งธนาคารศรีนคร
ขณะที่นายขรรค์ ประจวบเหมาะ
กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า เจ้าสัวอุเทนเป็นผู้ใหญ่
ที่เคารพและนับถือมาตลอด และเป็นเพื่อนร่วมงานกับคุณพ่อของตน คือนายเฉลิม
ประจวบเหมาะ สมัยทำงานอยู่ธนาคารไทยทนุ ดังนั้น ตนจึงเรียกเจ้าสัวอุเทนว่า
ป๋า ซึ่งเจ้าสัวอุเทนก็ให้ความรักและเอ็นดูตนเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง
ขออะไรไม่เคยปฏิเสธ เจ้าสัวอุเทนเป็นผู้ใหญ่ใจดี โอบอ้อมอารี ชอบทำบุญ
ดีใจที่ท่านอายุยืนถึง 94 ปี ตอนนี้ก็ไปสบายแล้ว ถือว่าเป็นนายแบงก์รุ่นบุกเบิกคนสุดท้ายที่เสียชีวิต
เพราะนายแบงก์รุ่นบุกเบิกหลายคนได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้แก่
นายบัญชา ล่ำซำ เจ้าของธนาคารกสิกรไทย นายชิน โสภณพนิช เจ้าของธนาคารกรุงเทพ
และนายชวน รัตนรักษ์ เจ้าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ตอนที่ผมเป็นเด็ก และเรียนจบมาจากต่างประเทศ ขณะนั้นเจ้าสัวอุเทนดำรงตำแหน่งประธานธนาคารศรีนคร
ได้ชวนไปเล่นกอล์ฟ และยังคงเอาใจใส่พนักงาน ธนาคารศรีนครตลอด แม้จะอายุมากก็ยังคงให้ทำงานต่อไป
ขณะเดียวกัน ก็ให้ความช่วยเหลือสังคมมาตลอด นายขรรค์กล่าว
นางจิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์
พันธาภิรัต บุตรสาวคนที่ 3 ของเจ้าสัวอุเทน เปิดเผยว่า
เสียใจที่คุณพ่อได้จากไปแล้ว แต่ว่าท่านจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที
ในช่วงสุดท้ายของชีวิตท่านมาพักอยู่กับลูกๆที่บ้านริมน้ำ พระราม 3 ประมาณ 4 ปี โดยมีบ้านของลูกๆหลานๆ ปลูกอยู่ในบริเวณรายรอบ และต่างผลัดกันมาดูแลท่าน
ก่อนจากไปคุณพ่อไม่ได้ห่วงอะไร ช่วงหลังก็เข้าๆออกๆ โรงพยาบาลด้วยโรคชรา
วันที่ท่านสิ้นใจ ลูกๆทุกคนได้มา กราบลาท่านและอยู่เคียงข้างท่าน ดูท่านจนถึงลมหายใจวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ในส่วนภรรยาคนที่ 6 ที่เคยมีคดีความฟ้องร้องกันเรื่องในครอบครัวนั้น นางจิตรามณฑน์เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า
เมื่อราว 4 ปีที่แล้ว ภรรยาคนที่ 6 ของคุณพ่อได้ฟ้องศาลเด็กและเยาวชน แจ้งข้อหาตนกับพี่ๆน้องๆ อีกหลายคนว่า กีดกันไม่ให้ลูกของภรรยาคนที่
6 พบกับบิดา และศาลได้สืบพยานโดยส่งเจ้าหน้าที่มาสืบพยานที่บ้าน
เนื่องจากคุณพ่ออายุมากแล้ว คดีความดำเนินอยู่ ประมาณ 1 ปี จึงตกลงกันได้ว่าจะให้ลูกเข้าพบพ่อได้ แต่การเข้าพบ คุณพ่อจะต้องพร้อมให้พบด้วย
เนื่องจากในขณะนั้นคุณพ่อสุขภาพไม่ดี ต้องการการพักผ่อนมากๆ ส่วนภรรยาคนที่
6 ไม่มีสิทธิ์ได้เข้าพบที่บ้านพระราม 3 หลังจากเสร็จคดีความไปแล้ว ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก และคุณพ่อก็ไม่ได้พูดถึงแม่ลูกคู่นี้อีกเลย
กระทั่งเสียชีวิต
นางจิตรามณฑน์กล่าวอีกว่า
คุณพ่อมีภรรยารวม 6 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับใคร
เนื่องจากตอนที่แต่งงานกับภรรยาคนแรก ยังไม่มีกฎหมายการจดทะเบียนสมรส
จากนั้นท่านก็มีภรรยาเรื่อยมาจนถึงคนที่ 6 โดยไม่ได้มีการจดทะเบียนกับใครทั้งสิ้น ภรรยาคนสุดท้ายอายุต่างกับคุณพ่อถึง
50 ปี ช่วงที่อยู่กับภรรยาคนสุดท้ายช่วงแรกๆบรรดาลูกๆทุกคนไม่มีใครขัดขวาง
เพราะเห็นว่าคุณพ่อมีความสุขกับชีวิตดี จนช่วงที่ท่านอายุ 89-90 ปี ก็มีปัญหาเรื่องหัวใจ มีการผ่าตัด ภรรยาคนที่ 6 ของคุณพ่อก็มาบอกกับลูกๆว่าจะช่วยดูแลคุณพ่อให้ จนลูกเห็นว่าคุณพ่ออายุเยอะมากแล้ว
และมีปัญหาสุขภาพมากขึ้น ไม่มีโอกาสได้ดูแลใกล้ชิด จึงขอตัวคุณพ่อมาดูแล
และตอนนั้นคุณพ่อก็ไม่อยากอยู่กับภรรยาคนนี้แล้ว แค่ได้ยินชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะมา
คุณพ่อก็เหมือนจะไข้ขึ้นและสั่งให้ลูกๆล็อกกุญแจบ้านพระราม 3 ไม่อนุญาตให้ ผู้หญิงคนนี้เข้าพบ พวกตนจึงต้องทำตามคำสั่งคุณพ่อ
เมื่อถามเรื่องมรดกและพินัยกรรมของเจ้าสัว
นางจิตรามณฑน์กล่าวว่า คุณพ่อได้จัดทำและแบ่งสมบัติเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ทรัพย์สินอื่นๆคงไม่มีแล้ว เพราะช่วงที่คุณพ่ออยู่กับภรรยาคนที่ 6 ท่านได้ให้เขาไปเยอะแล้ว เรื่องนี้มีหลักฐานการโอนเงินที่สามารถดูได้เป็นจำนวนมาก
พวกตนนั้นถึงจะเป็นพี่น้องจากหลายแม่ แต่ก็อยู่กันมาอย่างไม่มีปัญหาอะไร
ก่อนนั้นทุกคนเห็นคุณพ่อมีความสุข แต่ตอนหลังท่านสั่งให้ไปรับกลับมาอยู่กับลูก
สังเกตเห็นว่าท่านเป็นเหมือนคนแก่อกหัก ผิดหวังกับชีวิตและไม่อยากพบใครอีก
ท่านจะชอบนั่งอยู่ในห้องแบบเงียบๆคนเดียว ส่วนภรรยาคนที่ 6 กับลูกจะมากราบศพคุณพ่อหรือไม่ พวกตนไม่ได้ห้าม
ก่อนหน้านี้เคยคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าวันหนึ่งคุณพ่อจากไปจะต้องเกิดเรื่อง
ซึ่งก็เป็นจริง
วันเดียวกันนางนงค์นาถ เตชะไพบูลย์
ภรรยาคนที่ 6 ของเจ้าสัวเผยว่า เสียใจมากที่ท่านจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าท่านจะได้พักผ่อนอย่างสงบ หลังจากที่ทำงานหนักมานาน
ตนอยู่กับท่าน 24 ปีในฐานะสามีภรรยาที่ดีต่อกัน คอยดูแลท่านอย่างดี
ท่านจะคุยด้วยทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องงาน หลังอยู่ด้วยกันประมาณ 4-5 ปี จึงมีลูกสาว 1 คนชื่อ น้องอร หรือ น.ส.อรกันยา
ขณะนี้อายุ 21 ปี ขณะนี้กำลังเรียนอยู่ปี
3 คณะเศรษฐศาสตร์อินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
แต่ตอนนี้ได้ทุนไปเรียนอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก ท่านจะรักลูกสาวคนนี้มาก
อยากให้ลูกเรียนสูงๆ จนถึงระดับปริญญาเอก ช่วงที่ตนอยู่กับท่าน ท่านจะมาอยู่ด้วยที่บ้านอาทิตย์ละ
4 วัน และจะชอบอยู่คนเดียวเงียบๆในห้อง
ตอนที่ตนหันมาเล่นการเมือง
เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติพัฒนา ท่านยังยินดีด้วยที่ตนได้เป็น
ส.ส. แต่ช่วงหลายปีหลังมานี้ไม่ได้พบท่าน แม้แต่ลูกก็ไม่ได้พบกับพ่อ
เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่ไม่อยากพูดถึง ตอนนี้ท่านเสียไปแล้ว
ลูกที่อยู่ต่างประเทศก็ร้องไห้เสียใจที่พ่อจากไปโดยไม่ได้พบหน้ากัน
เมื่อคืนวันที่ท่านเสียได้โทรศัพท์คุยกับลูกเรื่องนี้ ลูกก็เอาแต่ร้องไห้
วันนี้ (25 พ.ย.) ลูกจะต้องสอบด้วย เลยปลอบใจลูกว่าคุณพ่อไม่ได้ไปไหน แต่ท่านจะอยู่ในใจเราตลอดไปและให้ลูกนึกถึงแต่สิ่งดีๆที่คุณพ่อเคยมอบให้
ลูกสาวมีความคิดจะตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อ โดยจะตั้งใจเรียนให้ถึง
ด็อกเตอร์ตามที่พ่อหวังไว้ สำหรับเรื่องมรดกนั้นขอบอกว่าตนไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น
ปิดตำนานเวิลด์เทรด ที่มั่นแหล่งสุดท้ายของเจ้าสัวอุเทน
www.lawonline.co.th/html/int0024.html
|