่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
สั่งระงับซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครน
รมว.กลาโหมเผยเหตุข้อถกเถียงยังไม่สิ้นสุด
รถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครนรุ่นโบราณ 96 คันมูลค่า 3.89
พันล้านถูกสั่งระงับซื้อ รัฐมนตรีกลาโหม บุญรอด สมทัศน์ เผยเรื่องยังถกเถียงไม่จบ
สาเหตุแท้จริงถูกอัดในสภานิติบัญญัติ เผยรถรุ่นนี้อัพเกรดจาก
BTR -80
ของรัสเซีย ปัจจุบันตกคันละ 2.89 ล้านบาท
หนังสือพิมพ์ The
Nation ฉบับวันที่ 13 ตุลาคมเปิดเผยว่าพลเอกบุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ว่าได้สั่งระงับการซื้อรถถังหุ้นเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนแล้วเพราะยังมีข้อถกเถียงไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้เรื่องเกิดจากการอภิปรายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่
10 ตุลาคมถึงความไม่เหมาะสมกรณีที่กองทัพบกจะจัดซื้อรถหุ้นเกราะล้อยาง
96 คันจากประเทศยูเครนรวมเป็นเงิน 3.89 พันล้านบาท(117.6 ล้านดอลลาร์)
ก่อนหน้านี้ที่รัฐสภา มีการอภิปรายญัตติขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงานของรัฐบาล เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สนช.สายพันธมิตรฯ
ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก
นายคำนูณยกการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนของกองทัพบก ที่ ครม.มีมติอนุมัติไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนขึ้นมาอภิปรายว่า ครม.มีมติอนุมัติจำนวน
96 คัน เป็นเงิน 3,890
ล้านบาท ซึ่งให้ผู้บัญชาการทหารบก (พล.อ.สนธิ) เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงการซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลยูเครน
นายคำนูณกล่าวว่าเรื่องนี้มีความไม่เหมาะสม คือบริษัทตัวแทนของประเทศยูเครนไม่ได้ส่งเอกสารตามเวลาที่กำหนดในประกาศ
แต่สามารถเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกได้
กล่าวคือ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2550 คณะทำงานเลือกแบบยานเกราะล้อยาง ประกาศเชิญชวนเสนอข้อมูลยานเกราะล้อยางกำหนดให้ผู้ประสงค์เสนอข้อมูลให้นำแบบรูป
รายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะและรายการทดสอบมาตรฐานยานเกราะล้อยางของบริษัทผู้ผลิต
พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบที่สมบูรณ์ ส่งให้คณะทำงานตั้งแต่วันประกาศและจะปิดรับข้อมูลในวันที่ 16
พฤษภาคม 2550 เวลา 16.30 น. โดยให้บริษัทผู้ผลิตส่งผู้แทนเข้ารับฟังรายละเอียดและการพิจารณาการเลือกแบบในวันที่
17 พฤษภาคม 2550 เวลา 09.00 น.-10.00 น.
เมื่อถึงกำหนดเวลา มีผู้เสนอข้อมูลจำนวน 8 ราย โดยไม่มีบริษัท
เอ็นจีวี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสนอรถรุ่น BTR3E1 ของประเทศยูเครน แต่ปรากฏว่าในวันที่17 พฤษภาคม บริษัทดังกล่าวได้ส่งหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น
เนื่องจากไม่ทราบประกาศเชิญชวนของคณะทำงานและที่ประชุมคณะทำงานมีมติอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวนำเสนอผลงานได้ในวันที่ 21 พฤษภาคมและปรากฏว่าบริษัทที่เสนอผลงานหลังจากเลยกำหนดกลับอนุมัติจากคณะกรรม การกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก(กมย.ทบ.)
นายคำนูณกล่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือสอบถามไปยังกองทัพบกและได้มีหนังสือชี้แจงกลับในหลายประเด็น หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนมิถุนายน
ซึ่งกองทัพบกชี้แจงว่าประกาศเชิญชวนดังกล่าว ไม่ใช่ประกาศเชิญชวนเสนอราคา แต่เป็นประกาศเชิญชวนเพื่อเสนอข้อมูลการพิจารณา
จึงถือว่ายังไม่เริ่มกระบวนการจัดหา
นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวยังส่งหนังสือร้องเรียนมายังกองทัพบกเพื่อขอความเป็นธรรมว่า ไม่ทราบประกาศเชิญชวนของคณะทำงานหลังจากปิดรับข้อมูลตามประกาศ
1 วัน แต่กองทัพบกเคยได้รับการเสนอข้อมูลจากบริษัทนี้แล้วเมื่อวันที่
13 ธันวาคม 2549จึงเป็นเหตุผลพอที่ยอมรับได้ให้มานำเสนอข้อมูลด้วย
ประเด็นนี้ สตง.สรุปไว้เมื่อวันที่ 3
ตุลาคม 2550 ว่าสตง.เห็นว่าขั้นตอนประกาศเชิญชวนของคณะทำงานนั้น
เงื่อนไขหรือกำหนดในการประกาศย่อมถือเป็นสาระสำคัญ ที่ผู้ออกประกาศและผู้เสนอข้อมูลต้องปฏิบัติตาม
กรณีที่คณะทำงานยินยอมให้บริษัทดังกล่าวเข้ามาสู่กระบวนการคัดเลือกย่อมเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือกำหนดในประกาศ อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ที่ให้บริษัทดังกล่าวได้เปรียบบริษัทอื่นๆ
เนื่องจากทราบข้อมูลของคู่แข่ง
สตง.ยังมีข้อสังเกตว่า เอกสารหนังสือร้องเรียนที่บริษัท
เอ็นจีวี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ทำถึงผู้บัญชาทหารบกในตอนนั้นไม่มีลงวันที่
17 พฤษภาคม 2550 ไม่ได้มีการลงทะเบียนประทับรับเอกสารจากหน่วยงานของกองทัพบก
ตามระบบของทางราชการ และเรื่องคุณสมบัติไม่เหมาะสม
ซึ่ง สตง.ได้มีความเห็นว่า รถหุ้มเกราะยูเครนไม่ใช่รถที่ผลิตขึ้นมาใหม่
แต่เป็นการพัฒนามาจากรถหุ้มเกราะล้อยางของประเทศรัสเซีย รุ่น
BTR70 ซึ่งได้ยุติการขายไปหลายปีมาแล้ว
ปรับปรุงเป็นรุ่น BTR3E1
ทำให้รถที่พัฒนาขึ้นมามีต้นทุนที่สูงกว่ารถที่ผลิตขึ้นมาใหม่
เป็นรถที่ไม่สามารถทนตะปูเรือใบ และกระสุนปืนขนาด 7.62 มิลลิเมตรได้
นายคำนูณระบุว่า แม้ไม่ผิดเงื่อนไขในกำหนด แต่ สตง.เห็นว่าอาจมีผลในการนำไปใช้งานจริง
ซึ่งมีข่าวจากสื่อว่าจะมีการนำรถบางส่วนไปใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการซุ่มโจมตีตลอดเวลาอาจทำให้ใช้งานไม่ได้ตามประสงค์
นายคำนูณเรียกร้องให้ทบทวนมติ
ครม.ดังกล่าว โดยที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ตาม
พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการประชุม ครม. ไม่เพียงเท่านี้ เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแค่การอนุมัติเท่านั้นหรือแม้จะมีการลงนามไปแล้วก็สามารถทบทวนได้ตามระเบียบพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรี และไม่ทราบว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการโยกย้าย
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมหรือไม่
รายงานข่าวเปิดเผยว่าความไม่ชอบมาพากลของการซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางครั้งนี้ได้มีการเขียนในคอลัมน์ปิดไม่ลับสเปเชี่ยลของนสพ.มติชนรายวันฉบับวันเสาร์ที่
21 พฤษภาคม 2550 ระบุว่า จน ถึงวันนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่า
การจัดซื้อรถยานเกราะล้อยาง รุ่น BTR3E1 จากประเทศยูเครน มูลค่า 4,000 ล้านบาท ของกองทัพบกไทย เสร็จสิ้นหรือยัง..?
บ้างก็ว่ามีการเซ็นสัญญาไปแล้วกับบริษัท Ukrspetsexport จาก ยูเครน
สอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะที่ดูแลฝ่ายกำลังบำรุงของกองทัพบก
ยืนยันว่า ยังไม่มีการเซ็นสัญญา
คงต้องรอคำตอบที่ชัดแจ้งอีกครั้ง เนื่องจากการจัดซื้อด้วยงบฯมากถึง
4,000 ล้านบาท ต้องนำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะรีฐมนตรี
(ครม.)
ระหว่างรอ..
ปรากฏมีหนังสือท้วงติงของ วลาดิเมียร์ กราฟอฟ
ผู้ช่วยทูตพาณิชย์รัสเซียประจำประเทศไทย ไปถึงพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ผบ.ทบ. พร้อม ข้อท้วงติง หลายข้อ..
1.ยืนยันว่า รถยานเกราะล้อยาง รุ่น
BTR สายพันธุ์ต่างๆ เป็นการผลิตของบริษัท
Arzamas Machinery Plant จำกัด
มาตั้งแต่ปี 1980 แม้ในอดีต ยูเครนจะเป็นรัฐหนึ่งของในจักรวรรดิโซเวียต
แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือคิดค้นการออกแบบใดๆ
2.ยืนยันว่า รถยานเกราะล้อยาง รุ่น
BTR 3E1 จากยูเครน ไม่ต่างจากรุ่น BTR-80
ของรัสเซียแม้แต่น้อย ต่างกันเพียงยางรถยนต์ที่ของรัสเซียเป็นล้อยางกันกระสุน
3.การนำเสนอข้อมูลทางเทคนิค รถยานเกราะล้อยางต่อคณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก
(กมย.ทบ.) ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือ เวลา 15.00
น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม พบว่ามีเพียงแค่ 10 บริษัท จาก 10 ประเทศเท่านั้น ไม่ปรากฏชื่อของบริษัทจากประเทศยูเครน แต่อย่างใด
คำถามมีอยู่ว่า แล้วเหตุใด..บริษัทจากยูเครน ถึงมีสิทธิเข้าไปเสนอข้อมูลทางเทคนิคและเสนอราคาเช่นเดียวกับ
10 บริษัท
ทั้งที่มายื่นข้อมูลทางเทคนิคเมื่อ 22
พฤษภาคมซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทุกบริษัทจะต้องโชว์ประสิทธิภาพของสินค้า
แมงเม้าธ์..ลือกันให้แซด ระบือลือไก ในแวดวง พ่อค้าอาวุธ
ก็คือ ระหว่างวันที่ 12-17 พฤษภาคม มีคณะนายทหารใหญ่ใน คมช.
เดินทางไปดูงานที่ประเทศ ยูเครน พอกลับมาชื่อบริษัทยูเครน เรื่องถูกชงเข้า
กมย.ทบ.แบบ ไฟเขียว ผ่านตลอด
จริงไม่จริง..ไม่รู้
แต่เวลานี้เรื่องที่บริษัทจากยูเครนเป็น เต็งจ๋า
กับการเดินทางไปดูงานที่ยูเครนของ บิ๊ก คมช. ถูกจับโยงเข้ากันซะแล้ว..?
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กันยายน
ครม.ได้อนุมัติให้กระทรวงกลาโหมจัดซื้ออาวุธแก่กองทัพต่างๆรวมเป็นเงิน
7.7 พันล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ได้อนุมัติให้จัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง
(Armoured Personnel Vehicles) 96 คันเป็นรุ่น the
BTR-3EI จากประเทศยูเครนในวงเงิน 3,890 ล้านบาท โดยกำหนดผ่อน 4 ปี
สำหรับรถหุ้มเกราะล้อยางตระกูล
BTR-3
นั้นเป็นรถ 8×8 หรือมี 8 ล้อ(ข้างละ 4
ล้อ)ขับเคลื่อนด้วย 8 ล้อ มีกำลัง 300 แรงม้า ประกอบจากโรงงาน KMDB ในประเทศยูเครน
รถถังรุ่นนี้BTR3Us รัฐบาลทหารพม่าสั่งซื้อรวม 1,000 คันแต่ทั้งหมดนำมาประกอบในประเทศพม่าเอง รถถังหุ้นเกราะ BTR-3U เป็นรถรุ่นใหม่
ไม่เหมือนกับรถถัง BTR-3E1 ที่มีการอัพเกรดจากรุ่นBTR-80
ปัจจุบันประเทศยูเครนเริ่มผลิตรถถังหุ้นเกราะล้อยางรุ่น
BTR-4 แล้วโดยนำออกแสดงเมื่อปี 2006
สำหรับรถถังBTR-80 ของรัสเซียประกาศขาย( For Sale)เมื่อวันที่ 21 มีนาคม
2007 ราคาคันละ 85,000 ดอลลาร์หรือตกคันละ 2.89 ล้านบาท มีจำหน่ายทั้งสิ้น
60 คัน หรือเป็นเงิน 173.4 ล้านบาท หรือหากต้องการซื้อ 100 คันก็จะตกเป็นเงิน
289 ล้านบาท เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.tankride.com/Russian_Tanks_For_Sale.html
ทั้งนี้หากนำรถถังรัสเซีย BTR-80 มาอัพเกรดเพิ่มเติมด้วยการใส่อาวุธที่ทันสมัยเข้าไปทั้ง
100 คัน วงเงินงบประมาณก็น่าจะอยู่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาทไม่น่าจะเป็น
3,890 ล้านบาทตามที่มีการอนุมัติซื้อแต่อย่างใด
ยามเฝ้าแผ่นดิน : สนธิ แฉบิ๊กหวังงาบ 2 พันล้านซื้อรถหุ้มเกราะยูเครน-เหตุเด้ง บรรณวิทย์
http://www.manager.co.th/Home/
อ่านต่อ.....กลาโหมตั้งกก.สอบวินัยหลังย้าย"บรรณวิทย์"สมัชชาประชาชนให้กำลังใจหนุนแฉคอร์รัปชั่น
|