เฉลียว อยู่วิทยา
เจริญ สิริวัฒนะภักด
 
 
 
ธนินท์ เจียรวนนท์
วิลเลียม ไฮเนกกี้
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

นิตยสารฟอร์บเผยโฉม 40 ผู้มั่งคั่งของไทย
ทักษิณตกไปอันดับ 14 หลังถูกอายัดทรัพย์

ทักษิณ ชินวัตร ตกไปอยู่อันดับ 14 ในรายชื่ออภิมหาเศรษฐีของไทย เฉลียว อยู่วิทยา,เจริญ สิริวัฒนภักดีและธนินท์ เจียรวนนท์ สามรวยที่มีมากกว่าพันล้านดอลลาร์ ตระกูลจิราธิวัฒน์ติด 5 คนขณะที่ตระกูลวัชรพลเจ้าของนสพ.ไทยรัฐติด 3 ราย

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นิตยสารฟอร์บส์ เปิดเผยผลการจัดอันดับ 40 อภิมหาเศรษฐีไทยประจำปีนี้ระบุว่า ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่เคยติดอันดับ 4 มีสินทรัพย์ 2,200 ล้านดอลลาร์ไม่ติดอันดับเศรษฐีผู้ร่ำรวยระดับพันล้านดอลลาร์แล้ว โดยร่วงลงไปอยู่ที่อันดับ 14 มีสินทรัพย์เพียง 300 ล้านดอลลาร์ เพราะถูกรัฐบาลอายัดทรัพย์สินมูลค่าอย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เกิดการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2549  รวมทั้งต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนมาก และยังมีคำตัดสินอื่นๆ ของศาลอีกด้วย

นิตยสารฟอร์บส์ ระบุว่าในปีนี้ มีนักธุรกิจชาวไทยที่ยังติดอันดับเศรษฐีพันล้านดอลลาร์เพียง 3 คน คือ 1.นายเฉลียว อยู่วิทยา หรือเจ้าพ่อกระทิงแดง มีสินทรัพย์ 3,500 ล้านดอลลาร์ 2.นายเจริญ สิริวัฒนะภักดี "เจ้าของเบียร์ช้าง" มีสินทรัพย์ 3,300 ล้านดอลลาร์ และ 3.นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวแห่งเครือ "เจริญโภคภัณฑ์" หรือซีพี กรุ๊ป เจ้าแห่งผลิตภัณฑ์ อาหารสำเร็จรูป กับครอบครัว มีสินทรัพย์ 2,800 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี แม้ว่าพ...ทักษิณจะไม่ใช่เศรษฐีพันล้านอีกต่อไป แต่ก็ยังรั้งตำแหน่งคนร่ำรวยอยู่ในอันดับที่ 14 ของประเทศโดยที่ไม่นานมานี้เพิ่งจะซื้อสโมสรทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปกว่า 160 ล้านดอลลาร์

สำหรับมหาเศรษฐีของไทย 40 อันดับรวมกันแล้วมีเงินรวม 19 พันล้านดอลลาร์หรือลดลง 1 พันล้านดอลลาร์จากปี 2006  ผู้มั่งคั่งเหล่านี้เป็นผู้ควบคุมธุรกิจและเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งยังจัดเป็นตระกูลอีกด้วย โดยตระกูลจิราธิวัฒน์เข้ามาติดกลุ่ม 5 คน ตระกูลวัชรพลเจ้าของนสพ.ไทยรัฐเข้ามา 3 คน  ส่วนเศรษฐีที่เข้ามาใหม่เป็นคนอายุน้อยเพียง 27 ปีชื่อ นิชิต้า ชาห์ ทำธุรกิจด้านการชิปปิ้ง ข้อมูลเหล่านี้ใช้วันที่ 29 มิถุนายน 2007 คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน

                รายชื่อ 40 ผู้มั่งคั่งของประเทศไทยประกอบด้วย

1.นายเฉลียว อยู่วิทยา($3.5 billion )เจ้าของตำนานเครื่องดื่มกระทิงแดงนำออกสู่ตลาดโลก ปัจจุบันถือว่ารีไทร์และมีหุ้น 49 % ในเครื่องดื่ม Red Bull   

2.นายเจริญ สิริวัฒนภักดี (3.3 billion )อายุ 63 ปีเป็นเจ้าพ่อน้ำเมาในนามบริษัทThai Bev  นำเข้าตลาดหุ้นที่สิงคโปร์  ปัจจุบันเบียร์ช้างขายมากที่สุดในประเทศไทย

3.นายธนินท์ เจียรวนนท์ และครอบครัว ($2.8 billion )อายุ 68 ปีผู้พลิกตำนาน Charoen Pokphand Group เข้าสู่ระดับโลกและยังมีธุรกิจการลงทุนอื่นๆอีกมากมาย ทั้งในไทยและจีน   

4.นายวิชัย มาลีนนท์และครอบครัว (760 million) อายุ 86 ปีมีลูก 7 คน ผู้ก่อตั้ง BEC World รู้จักกันดีในนามทีวีช่อง 3 ปัจจุบันบริษัทลูก 23 บริษัท ลูกชายคนหนึ่งคือประสาน มาลีนนท์ เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา   

5.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจและครอบครัว ($640 million ) อายุ 56 ปีเมื่อสามีเสียชีวิตขึ้นเป็นประธานบริษัท Thai Summit เป็นบริษัทผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์ที่มีเครือขายกว่า 10 บริษัท  

6.ประยุทธ์ มหากิจศิริและครอบครัว ($525 million)อายุ 62 ปีเจ้าของบริษัทThainox  ผู้ผลิตเหล้กสแตนเลสร่วมลงทุนและทำกาแฟกับบริษัท Nestle และกิจการอื่นๆอีกหลายอย่าง บิดาของเขาเป็นผู้ริเริ่มลงทุนสร้างรถตุ๊กตุ๊ก

7.สรรเสิญ จูรางกูลและครอบครัว ($480 million )ผู้ผลิตอะไหล่รถยนต์ในนามบริษัท  Summit Group และเป็นประธานบริษัท Thai Steel Cable

8.วนิช ไชยวรรณ และครอบครัว ($465 million ) อายุ 75 ปีเป็นเจ้าของบริษัทไทยประกันชีวิต

 และยังร่วมลงทุนกับเบียร์ Heineken อีกด้วย

9.ศศิธร รัตนรักษ์และครอบครัว ($450 million )ภรรยาหม้ายของนายชวน รัตนรักษ์ ผู้ก่อตั้งธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยาและบริษัทปูนซีเมนต์สยาม และยังเป็นเจ้าของทะเบียนอนุญาต Bangkok Broadcasting & TV (BBTV)  

10.วิลเลียม ไฮเนกกี้(William Heinecke) $395 million  อายุ 58 ปีจากสหรัฐไปอยู่ประเทศไทยตั้งแต่วัยเด็ก เริ่มจัดตั้งบริษัท Minor Corp. ตอนอายุยังไม่ถึง 18 ปี แปลงสัญชาติเป็นพลเมืองไทยเมื่อปี 1992 เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้ายี่ห้อ Esprit, Timberland, Tumi ในประเทศไทย  บริษัท Minor International ที่เขาดำเนินการอยู่มีภัตตาคารในเครือ 600 แห่ง มีโรงแรม 15 โรงรวมทั้ง Four Seasons และ Marriott   

11.อนันต์ อัศวโภคิน ($365 million) อายุ 58 ปีประธานและซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย Land & Houses

12.นิชิต้า ชาห์( Nishita Shah ) $350 million  อายุ 27 ปีผู้อำนวยการบริษัท Precious Shipping เป็นโสด เรียนจบจากBoston U. ตระกูลของเธออพยพจากอินเดียสู่พม่าและมาปักรกรากในประเทศไทยหลายสิบปีมาแล้ว 

13.วนิดา จิราธิวัฒน์ และครอบครัว ($310 million )อายุ 79 ปีภรรยาของนายสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ (ลูกชายคนโตของนายเตียง ผู้ก่อตั้งห้างเซ็นทรัล)

14....ทักษิณ ชินวัตร (300 million)อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 57 ปี 

15.คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ($275 million )อายุ 76 ปีภรรยาของนายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งนสพ.พิมพ์ไทยรัฐและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของนสพ.ฉบับนี้

16.ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ($245 million )อายุ 50 ปีจากอาชีพวิศวกรรมโยธา ผันตัวเองมาเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ในปี 1987 ด้วยการก่อสร้างหมู่บ้านพฤกษาให้คนมีรายได้ระได้ระดับกลางและมีรายได้น้อยได้อยู่อาศัย นำบริษัทเข้าตลาดหุ้นปี 2005

17...ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ($235 million) ซีอีโอ Bangkok Airways เจ้าของสนามบินเกาะสมุยและยังถือหุ้นโรงพยาบาลกรุงเทพ 2 แห่ง   

18.นิติ โอสถานุเคราะห์ ($220 million)อายุ 34 ปีหลานชายของร...สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้นในโอสถสภา 25 % เคยทำงานด้านลงทุนธนาคารให้กับ Merrill Lynch ถือหุ้นใน Minor International และบริษัท Central Pattana.

19.ยิ่งลักษณ์ วัชรพล ($215 million )พี่สาวของสราวุธ วัชรพล ตำแหน่งประธานนสพ.ไทยรัฐและยังมีกิจการโรงแรม Chiangmai Plaza Hotel ขนาด 450 ห้อง

20.สราวุธ วัชรพล ($210 million)หัวหน้ากองบรรณาธิการนสพ.ไทยรัฐ

21.วิชัย รักศรีอักษร ($205 million )อายุ 49 ปีผู้ก่อตั้ง King Power Duty Free

22.วิชา พูนวราลักษณ์ ($200 million )อายุ 43 ปีเป็นเจ้าของโรงหนัง 400 โรงในนาม Cineplex เปนเจ้าของโรงโบว์ลิ่ง,คาราโอเกะซื้อแฟรนไชส์ McDonald มาดูแลในประเทศไทยและถือหุ้น Thai Ticketmaster  40 %   

23.บุญชัย เบญจรงคกุล($195 million)อายุ 53 ปีผู้ก่อตั้งบริษัท Total Access Communication (DTAC)และขายไปเมื่อปี 2005 แก่บริษัท Telenor นอรเวย์ แต่ยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัท

24....สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์และครอบครัว($180 million)ประธานกลุ่มโอสถสภา เดิมรู้จักในนามบริษัทโอสถสภาเต๊กเฮงหยู

25.วันชัย จิราธิวัฒน์และครอบครัว($175 million )อายุ 80 ปีน้องชายผู้ก่อตั้งห้างเซ็นทรัล  เป็นประธานกลุ่ม Central Group  

26.เปรมชัย กรรณสูต ($173 million ) อายุ 53 ปีทำธุรกิจก่อสร้างของครอบครัวต่อคือบริษัทItalian-Thai Development

27.วิกรม กรมดิษฐ์(Vikrom Kromadit ) $170 million อายุ 54 ปี ผู้ก่อสร้างสวนอุตสาหกรรมในนามบริษัทAmata ปัจจุบันยังเป็นเจ้าของรายการวิทยุ CEO Vision เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมือง

28.เอนก สิทธิประศาสน์(Anek Sithiprasasana ) $165 million เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของ Big C Supercenter และรองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์”เซ็นทรัลพัฒนา”  

29.จำนงค์ ภิรมย์ภักดีและครอบครัว ($160 million) ประธานบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มบุญรอดทั้งหมดผลิตสินค้ายี่ห้อสิงห์และอื่นๆ

30.วิทย์  วิริยประไพกิจและครอบครัว($157 million)ประธานบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กสห

วิริยา  

31.ไกรสร จันศิริและครอบครัว ($155 million) อายุ 72 ปีเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทThai Union Frozen (ผลิตChicken of the Sea) อันดับสองของโลกในด้านปลาทูน่ากระป๋องรองจากบริษัท Del Monte

32.สุรางค์ เปรมปรีด์ ($153 million ) กรรมการผู้จัดการบริษัท Bangkok Broadcasting & TVดำเนินธุรกิจทีวีช่อง 7 สี เป็นน้องสาวของพันโทชัยชาญ เทียนประภาส(ล่วงลับ)หนึ่งในผู้ก่อตั้งสถานีทีวีช่อง 7 สี 

33.เฉลิม อยู่วิทยา ($150 million)อายุ 59 ปีเป็นลูกชายของนายเฉลียว อยู่วิทยา ปัจจุบันมีโรงงาน Siam Winery ผลิตไวน์ต่างๆและยังเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากส่วนแบ่งเครื่องดื่มกระทิงแดง 2 % จากยอดขายอีกด้วย  

34.นิจพร จารนะจิตต์(Nijaporn Charanachitta)$145 million  หม้ายลูกสามอายุ 56 ปีพี่สาวของนายเปรมชัย กรรณสูต ถือหุ้นบริษัทก่อสร้างอิตัล-ไทย,ประธานโรงแรมโอเรียนเตลและผู้ถือหุ้นโรงแรมลูกโซ่ Amari

35.พรดี ลี้อิสระนุกูลและครอบครัว ($140 million ) อายุ 71 ปีเจ้าของธุรกิจในกลุ่มสิทธิผล,ไทยสแตนเลย์ อิเลคทริตและ Inoue Rubber ผลิตยางรถมอเตอร์ไซค์

36.สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ ($138 million )ลูกคนที่ 6 ของผู้ก่อตั้งห้างเซ็นทรัลถือเป็นลูกชายคนแรกของภรรยาคนที่สองของนายเตียงคือนางบุญศรี

37.สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ($135 million )บุตรชายคนที่ 4 ของผู้ก่อตั้งห้างเซ็นทรัล ปัจจุบันยังถือหุ้นบริษัท Post Publishing 13 %

38.นันทา ชินธรรมมิตรและครอบครัว ($110 million) แม่หม้ายอายุ 87 ปีมีลูก 8 คนบริษัทขอนแก่นน้ำตาล

39.สุจิตรา มงคลกิตติ ($110) ลูกสาวคนโตของนายเตียง จิราธิวัฒน์ กรรมการบอร์ด Centara Hotels & Resorts.

40.กมล วงศ์กุศลกิจ  ($109 million).มิตรพลน้ำตาล

บริษัทปตท.หนึ่งเดียวติด 500 อันดับแรกของโลก

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นิตยสารฟอร์จูนซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำด้านการเงินการลงทุนของโลกประกาศให้ ปตท. เป็นบริษัทไทยแห่งเดียวที่ติดอันดับในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 อันดับแรกของโลกจากผลการสำรวจประจำปี 2007 โดย ปตท. ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 207 สูงขึ้นจากอันดับที่ 265 ในปีก่อนหน้านี้ โดยเลื่อนลำดับสูงขึ้นถึง 58 อันดับ และเป็นอันดับที่ 41 ในเอเชีย

นิตยสารฟอร์จูนใช้เกณฑ์การพิจารณาจากรายได้ในปี 2006 ซึ่ง ปตท.มีรายได้ 32,045.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 38.7% จากปี 2005 และมีกำไร 2,514.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.3% นอกจากนั้นเฉพาะในภาคธุรกิจการกลั่นปิโตรเลียม ปตท. ยังได้รับการจัดอยู่ในอันดับที่ 22 ของโลกอีกด้วย ทั้งนี้ ปตท. ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Fortune Global 500 ติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี ต่อเนื่องนับจากปี 2004 อยู่ที่อันดับ 456, 373, 265 และ 207 ในปีนี้

นายประเสริฐ กล่าวว่าส่วนสำคัญที่ทำให้ปตท. มีอันดับที่ดีขึ้นในเวทีโลก เกิดจากการดำเนินธุรกิจภายใต้การบริหารจัดการที่เน้นการสร้างพลังร่วมทางธุรกิจ (Synergy) ในลักษณะกลุ่ม (PTT Group) บนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมีการกำหนดกลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจผ่านสายโซ่ของบริษัทในกลุ่ม (PTT Group Value Chain) มีการพัฒนาระบบและกระบวนการบริหารงาน การบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

นายประเสริฐกล่าวว่าการจัดอันดับในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจของ ปตท. ที่พร้อมแข่งขันในเวทีโลกในฐานะตัวแทนของประเทศไทย อันเป็นผลจากการสนับสนุนของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกลับไปสู่ประชาชน สังคม และประเทศไทยโดยรวม

อ่านต่อ....ทักษิณฮุบทีมฟุตบอล Manchester City เรียบร้อยถือหุ้น 75% ดึงจากตลาดหุ้นลอนดอนบริหารเอง

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy