
สมเด็จพระราชินีฯทรงห่วงหลายเรื่องให้คนไทยอนุรักษ์ป่า
พระพุทธศาสนาไม่จำเป็นต้องนำไปไว้กับรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมเวลา 17.26 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรี และคณะบุคคลต่าง ๆ
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2550
ในการนี้ สมเด็จพระราชินีฯ ได้ทรงเล่าถึงการเสด็จฯ เยือนสหพันธรัฐรัสเซีย อย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้แทนพระองค์ฯ เป็น เวลา
10
วันเต็ม
ระหว่างวันที่ 2-11 ก.ค. 2550 แก่ผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และมีพระราชดำรัสถึงเรื่องป่าไม้ว่า
ทำไมคนไทยชอบตัดต้นไม้นัก ข้าพเจ้าสู่เรื่องนี้มาตั้งแต่อายุน้อย ๆ จนแก่ จนบัดนี้ยังไม่สำเร็จเลย พยายามพูดกับรัฐบาลทุกรัฐบาล ต่อไปถ้าป่าเสื่อมสูญไป น้ำจืดที่เราจะมีกินมีใช้จะน้อยมาก อยากจะพูดให้ท่านนายกรัฐมนตรี และทุกๆตนฟังว่า เพื่อลูกหลานของเราเอง ชีวิตของเราเอง เพื่ออนาคตของประเทศไทย ขอให้มีมาตรการรักษาป่าเอาไว้ให้ได้ ถึงแม้จะลำบากหน่อย เพราะป่าของไทยเป็นป่าสัก ไม้มะค่า ไม้ตะเคียน
ล้วนแต่ขายได้แพงลิบ แต่น่าจะพยายามรักษาป่าไม้ของไทยเอาไว้
ประเทศไทยไม่ได้มีแหล่งน้ำเหมือนประเทศพม่า พม่ามีแหล่งน้ำน่าอุ่นใจมาก ไทยไม่มีแหล่งน้ำอะไรเลย ต่อไปเราอาจต้องซื้อน้ำจากต่างประเทศ ซึ่งก็จะเป็นที่น่าสงสารคนไทยที่ยากจนมาก ....ข้าพเจ้าอยากขอร้องให้ทุกท่านช่วยประเทศไทยให้ช่วยราษฎรไทย หาว่ามีกฎหมายใด หรือมีวิธีใด ที่จะรักษาป่า เพราะไม้แต่ละต้น จะเก็บน้ำจืดไว้จำนวนมากมาย และปล่อยมาเป็นลำธาร ตลอดจนเป็นแม่น้ำ
อีกอย่างที่ข้าพเจ้าอยากขอร้องพวกท่าน ข้าพเจ้าเป็นพระราชินีอายุตั้งแต่ 17 กว่า ๆ ก่อน 18 ไม่กี่เดือน จนถึง
75
ยังขอร้องอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ไม่มีผลอะไรเลย เรื่องต้นไม้เต้นอยู่ตลอดก็ไม่มีผลสำเร็จ แอบตัด ทางการก็ไม่มีกฎหมายอะไร หรือมาตรการดูแลรักษาป่าเพื่อเก็บน้ำจืดเอาไว้
การตัดป่าไม้ของเราเอง โดยเราไม่มีแหล่งน้ำที่ดี เป็นการที่โง่เขลามาก อย่างที่เวลานี้หนังสือพิมพ์ลง พอฝนตกหนัก ที่มีภูเขาสูง คนก็เต้นตกใจ
กลัวดินถล่มลงมาทับบ้านของตัวเองตาย อันนั้นไม่ใช่การปล่อยให้คนที่มักมากไปตัดป่าหรือ ธรรมชาติ
เขาสูง ก็เต็มไปด้วยป่า ซึ่งเวลาฝนตกมากเท่าไหร่ ต้นไม้เหล่านี้ก็จะสูบน้ำลงไปใต้ดินหมด ส่วนน้อยที่จะลงมา แต่ดินไม่มีวันถล่มลงมา ที่มีต้นไม้และพืชต่างๆ
พูดเท่าไหร่ไม่ฟังต้องตายเสียก่อน เห็นเสียก่อนถึงจะเชื่อฟัง มันก็ต้องถล่มแน่ ...ข้าพเจ้าว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง หน้าที่ของรัฐของพวกเราคือว่า ต้องกระจายข่าวไปว่า ที่จะตายไม่ตายแหล่ ก็เรื่องที่ปล่อยให้คนที่เห็นแก่ตัว ไปเที่ยวตัดถล่มป่าไม้ ไม่ดูภูมิประเทศ ไม่ดูถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคนยากคนจนที่อยู่ชายเขา เพราะฉะนั้นก็หวังจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่าน ตั้งต้นเสียทีเถิด...
มีอีกเรื่องที่ข้าพเจ้าหนักใจอย่างยิ่ง จะเล่าไปถึงตอนที่ข้าพเจ้าเล็ก ๆ จะเห็นในแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าบ้านข้าพเจ้า บ้านข้าพเจ้าอยู่เทเวศร์นี่เอง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นประชาชนมาลงแห ทอดแห เห็นดึงปลา ปู กุ้งเยอะแยะ
สมัยต้น ๆ สงครามโลก แต่คนไทยก็มีอาหารรับประทาน มีอาชีพทอดแห ตกปลา
จะนำอาหารไปให้ครอบครัวลูกเล็ก ๆรับประทานได้ แต่เดี๋ยวนี้
ข้าพเจ้ารู้สึกว่า แม่น้ำเจ้าพระยา ถูกทำลายมากแล้ว ต้องขอให้ทางราชการมีมาตรการพิเศษ ข้าพเจ้าเชื่อว่าพันธุ์ปลาหลายชนิดคงสาบสูญหายไปเลยไม่มีอีกแล้ว เพราะโดนอะไรต่ออะไรทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา แม้แต่โรงงานต่าง ๆ
ก็ทิ้งเคมีลงไป เราทำได้อย่างไรกับประเทศชาติเราอย่างนี้ ในเมื่อรู้ว่าประเทศชาติ แผ่นดินนี้เลี้ยงผู้เลี้ยงคนมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว มีอยู่มีกิน
แม่น้ำเจ้าพระยาเต็มไปด้วยกุ้ง ปู หอย
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงอ่อนพระทัย รับสั่งให้ข้าพเจ้าฟัง บอก เดี๋ยวนี้ฉันก็พยายามที่สุด ไม่ให้คนมาทำลายป่าชายเลน ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงทรงหวงป่าชายเลนมาก รับสั่งว่า รู้ไหมสิริ ป่าชายเลนคืออนุบาล เท่ากับว่า ปู ปลา กุ้ง
อะไรต่างๆ ใช้เป็นที่ตอนเค้าเกิดมาเล็กๆ ยังสู้กับโลกนี้ไม่ไหว ใช้เป็นที่พักพิง และก็โตวันโตคืนมาเพื่อให้เราจับกิน เดี๋ยวนี้ป่าชายเลน โดนคนที่ไม่ความคิดจอง จับจอง และทำลายทุกอย่าง จับจองเองทุกอย่าง แต่เป็นมานานแล้ว ตลอดเวลาทรงเห็นก็ทรงพยายามสู้ ทรงพยายามขอซื้อกับชาวบ้านและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เห็นและได้ต่อสู้กับองค์เองเหมือนกัน ที่ไปต่างๆ
ที่นี้ขอทุกท่าน ถ้าไม่อยากให้ลูกหลานอดยาก ช่วยกันสู้
รักษาสมบัติของบรรพบุรุษไทยให้คงอยู่ เพื่อเลี้ยงคนไทยต่อไป
ข้าพเจ้าไปกรุงเวนิซ เห็นแม่น้ำกว้างเชียว ก็ถามชาวอิตาเลียนว่า แม่น้ำนี้มีปลาอะไรบ้าง มีชนิดไหนบ้าง มีมากไหม
เค้าบอกว่าไม่มีสักตัว ปลาอยู่ไม่ได้หรอก เพราะมีอะไรต่ออะไรสารพัดที่ทิ้งลงไป เคมีอะไรต่างๆ ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่า อ๋อ!
ภรรยาประธานาธิบดีลาวแกพูดว่า คนไทยดอกเตอร์เดินออกเกลื่อนกลาด แต่ทำไม
ไม่รู้จักว่า ป่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเก็บน้ำในดินให้กับประเทศ ก็เป็นดอกเตอร์เดินไปเดินมา ว่าอย่างนี้กับข้าพเจ้า ระหว่างนั่งในรถจากดอนเมือง กว่าจะถึงกรุงเทพมหานคร เสียงนี่ปลงคนไทย ปลงอนิจจัง ว่าเป็นดอกเตอร์ซะเปล่า ทำอะไรอย่างงี้ได้อย่างไร ถึงจะบอกให้ฟังว่าตลอดทางที่ไปรัสเซีย เห็นมากเชียวว่ารัฐบาลรัสเซียและคนรัสเซียปลูกป่าเต็มพรืดไปหมด และมาที่เยอรมันก็เช่นเดียวกัน ที่ไปเมืองมิวนิคกับเบอร์ลิน ก็เห็นที่เค้าปลูกป่า เบอร์ลินเพิ่งกำลังปลูก ปลูกป่ามากเลย
ถ้าไม่มีประโยชน์แล้วใครเค้าจะปลูก แต่ของเรา มีป่าที่มีค่ามาก ซึ่งบรรพบุรุษตายซ้ำตายซากเพื่อรักษาแผ่นดินนี้ให้กับเรา แต่พวกเรานี้
ไม่เคยมีความคิดที่จะรักษาแผ่นดินนี้ต่อไปให้กับลูกและหลาน อันนี้เป็นความจริง อาจเป็นเพราะความไม่รู้ แต่อะไรกัน คนพูดภาษาอังกฤษก็น่าจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ ว่าป่าสัมพันธ์อย่างไรในการเก็บน้ำจืด ถ้าไม่ตั้งต้นรักษาป่าตอนนี้ ต่อไปก็ตั้งหน้าตั้งตาซื้อน้ำจากต่างประเทศไปเถอะ แต่สงสารว่าคนจนจะแย่
ไปที่มิวนิคอีกแห่งหนึ่ง ...วันพฤหัสบดีที่ 19
กรกฎาคม ดยุค เฟราบาร์เยิร์น เชิญข้าพเจ้าไปเลี้ยงน้ำชาที่พระราชวังนิมเฟนบวร์ก ซึ่งเป็นพระราชวังของพระราชวงศ์นี้ ใหญ่โต
สง่าสวยงามมาก...ข้าพเจ้าก็ได้พบปะคนไทย นักเรียนไทยในเยอรมันนับพันคน ซึ่งหลายคนอุตส่าห์ใช้เวลาเดินทางมาพบหลายชั่วโมง และมีความยินดีที่ได้พบกันอย่างแท้จริง คำแรกที่ถามว่า พระเจ้าอยู่หัว ในหลวง สบายดีหรือเปล่า ก็บอกว่าสบายดี แข็งแรงขึ้นทุกวันแล้วหลังจากผ่าตัด ส่วนมากจะห่วงใยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และห่วงใยบ้านเมือง
ข้าพเจ้าได้พบปะกับนักเรียนไทย ประมาณ
4,000
คนได้
เค้าขอพบ ได้ถามอะไรข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่
คิดว่าจะถูกถามเรื่องพระพุทธศาสนากับรัฐธรรมนูญ ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่คิดเลยว่าจะโดนถามแบบนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้มีกระดาษ ข้าพเจ้าคิดเองว่าพระบวรพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด สูงส่งแล้ว
และได้รับการสนับสนุนมาตลอดตั้งแต่สมัยสุโขทัย จากคนไทยทั้งชาติ พระบวรพุทธศาสนา เป็นของที่สะอาดสูงสุด ทุกคนก็ไม่อยากให้เข้าไปผูกพันกับคำว่าการเมือง ข้าพเจ้าพูดเช่นนั้นต่อหน้านักเรียนไทย 4 พันคน ควรเทิดทูนไว้เหนือเกล้า ว่าเป็นแสงสว่างในหัวใจของคนไทยทั้งหลาย การเมืองบางครั้ง ก็มีการผิดพลาด บางครั้งก็มัวหมองได้หลายเรื่อง เพราะ
ฉะนั้นไม่ควรเอาพระบวรพุทธศาสนาไปไว้กับกฎหมายสูงสุดแห่งประเทศไทย คือ
รัฐธรรมนูญ ควรทิ้งพระบวรพุทธศาสนาไว้เช่นนี้ ที่ถูกเทิดทูนโดยประชาชนทั้งชาติ พอข้าพเจ้าพูดจบ เล่าเหตุผลจบ
ข้าพเจ้าได้รับเสียงปรบมือดังสนั่นลั่นไปหมดนานมาก ในเมืองไทยนี่
ข้าพเจ้าไปทราบว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่คนนับถือมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คงจะไม่ให้ใครมาแตะได้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า การเมืองบางครั้งก็มีอะไรหลายอย่างไม่ค่อยตรงไปตรงมานัก เพราะฉะนั้นดีแล้วที่พระบวรพุทธศาสนาแยกออกไปเสียให้พ้นจากการเมืองจะดีกว่า ไม่ทราบว่าทุกท่านในที่นี้เห็นอย่างเดียวกับข้าพเจ้าหรือเปล่า อันนี้ข้าพเจ้าถามนักเรียนไทย (เสียงปรบมือดังกึกก้อง)ขอบคุณมากค่ะ
ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์บอกว่า พระบวรพุทธศาสนาเป็นศาสนาของชาวไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย พระเจ้าแผ่นดินองค์แรกๆของสุโขทัย เวลาจะขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จะต้องกล่าวคำปฏิญาณว่าจะทำนุบำรุงพระพุทธ ศาสนาไว้ด้วยชีวิต ซึ่งเดี๋ยวนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ก็เช่นกัน ก็ยังถือธรรมเนียมเหมือนอย่างคนไทยทั้งหลาย ถือว่า พระบวรพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ล้ำค่าของชีวิตคนไทยที่จะพึ่งพา เวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในชีวิต พระบวรพุทธศาสนาเป็นแสงสว่าง เพราะฉะนั้นไม่มีวันยอมให้สลายหรือล่มลงไปเป็นอันขาด
.
ข้าพเจ้าก็คิดพูดเฉพาะกับท่านว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นจะต้องถือเป็นกรณีพิเศษ นักเรียนไทยก็ฮากันลั่น เพราะว่าเค้าก็จะฆ่าพระ รังแกพระ ไม่ให้ออกบิณฑบาต ไม่เหมือนกับคนไทยทั้งชาติที่เคยทำมา พวกเราต้องมีอารมณ์เย็น เราไม่เคยไปเบียดเยียนรังแกอะไรใคร ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อของแต่ละบุคคล เราถือว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ในการที่จะเชื่อในศาสนาใดก็ได้ทั้งนั้น แต่ว่าถ้ามากเกินไปก็ต้องคอยเตือน คอยดูแล
คอยสำทับ แต่ก็น่าเศร้าใจ
. เมื่อข้าพเจ้าแต่งงาน ก็ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเอาพระทัยใส่ในทุกข์สุขของราษฎรทุกขณะ ทรงคิดถึงแต่ประโยชน์ของประชาชน ทรงสอนข้าพเจ้าและลูก ๆ
ทุกอย่าง
เช่น สอนถึงประโยชน์ของป่าชายเลน ว่าป่าชายเลนต้องระวังให้ดี เป็นแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำ พวกกุ้ง
หอย ปู ปลา ที่ยังเป็นตัวเล็กตัวน้อย ได้อาศัยอยู่ ที่ป่าชายเลนนี้ จนกว่าจะเติบโตแข็งแรง ฉะนั้นคุณค่าของป่าชายเลนมีมาก ต้องช่วยกันเก็บรักษาไว้ให้ดี ก็ขอให้ทางรัฐบาลช่วยด้วย ขอให้ทุกท่านช่วยด้วย ต่อมาข้าพเจ้าก็นำมาถ่ายทอดสู่ประชาชน ให้ช่วยกันรักษาป่า รักษาแหล่งน้ำ รักษาความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อม ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ตลอดเวลา ตั้งแต่สาว
ๆ จน 75 นี่ แล้วอีกอย่าง ขอวอนทางรัฐบาล และขอวอนทุกท่านหมดเลยว่า ขอให้ช่วยกันรักษาแม่น้ำต่าง ๆ
ไว้ด้วย
โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ขอให้คนทางกรุงเทพฯ ช่วยกันรักษา
เพราะว่าแต่ก่อน แม่น้ำเจ้าพระยาเรียกว่าแหล่งอาหารที่ยอดของคนทั้งหลาย และขอให้ช่วยกันประหยัดแหล่งน้ำจืด แม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นแหล่งน้ำจืด ให้ใช้น้ำจืดอย่างรู้คุณค่า ตอนข้าพเจ้าเด็ก ๆ
ยังเห็นชาวบ้านที่เขาอยู่ในเรือขายข้าว เขาตักน้ำเจ้าพระยาแล้วเขาก็รับประทาน ๆ
ไปอย่างนั้นเลย เพราะน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนั้นสะอาดมาก เดี๋ยวนี้คงแย่แล้ว ที่แย่ที่สุดคือพันธุ์ปลา ตายไปแยะนะ สูญสิ้นซึ่งพันธุ์ปลา ขอวอนให้ท่านช่วยกันหันกลับมารักษาสิ่งแวดล้อม เช่น
ป่า แม่น้ำ ลำธาร ต่าง
ๆ
ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่านทั้งหลาย ที่มาให้พรและให้กำลังใจในวันนี้ ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจทุกท่านเช่น เดียวกัน
ไม่ว่าประเทศของเราจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจอย่างไร หรือต้องเผชิญอุปสรรคหนักหนาสาหัสสากรรจ์เพียงไหน ขอให้คนไทยรวมกำลังใจที่จะช่วยกันฝ่าฟันไป เพื่อความมั่นคงของแผ่นดินไทย เพื่อความผาสุกของราษฎรไทยด้วยกัน คนไทยด้วยกันและชาติเดียวกัน เปรียบเสมือนอยู่ในเรือลำเดียวกัน ถ้าต่างคนต่างพายไป คนละทาง เรือก็ไม่ไปถึงไหน เรือชาติอื่นเขาก็แซงหน้าเราไป แต่ถ้าเราช่วยกันพายไปในทิศทางเดียวกัน เรือของประเทศไทยก็จะแล่นฉิว เพราะฝีมือของคนไทยไม่เป็นรองใครเลย ขอให้พรทุกประการที่ท่านทั้งหลายให้แก่ข้าพเจ้าวันนี้ จงตอบสนองทุกท่าน ขอให้ประชาชนชาวไทยมีความรักใคร่ปรองดองกัน จับมือกันเดินไปสู่ความเจริญก้าวหน้า แต่ก็ไม่ละเลยที่จะช่วยกันทะนุถนอมแผ่นดินไทยให้คงอยู่ด้วยความเขียวชะอุ่ม อุดมสมบูรณ์
ให้สมกับคำโบราณที่ว่า ในน้ำก็มีปลา ในนาก็มีข้าว
ถ้าเรากินใช้แต่พอสมควร ไม่มากเกินไป ทรัพยากรไทย
ก็จะมีเหลือไว้เจือจุนถึงลูกถึงหลาน ไม่สร้างพิษไปให้แก่ชาวโลกด้วย
อ่านเพิ่มเติมจาก นสพ.ผู้จัดการ http://www.manager.co.th
|