| รัฐมนตรี 5 คนไขก๊อกเหตุเพราะถือหุ้นเกิน 5 %
บิ๊กบังอำลาประธานคมช.อ้างไปรับงานมั่นคง
รัฐบาลขิงแก่ปรับคณะรัฐมนตรีใหม่หลังจาก 5 รัฐมนตรีประกาศไขก๊อกเพราะถือหุ้นเกิน
5 % อารีย์ วงศ์อารยะ บอกว่าพระเจ้าให้ทำงานได้แค่นี้
พล.อ.สนธิ ลาออกจากประธานคมช.อ้างไปรับงานรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง
ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่
1 ต.ค. 2007 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
และ 3 รัฐมนตรีที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง จากปัญหาการถือครองหุ้นในบริษัทเอกชน
เกินร้อยละ 5 เข้าหารือถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงแนวทางดำเนินการต่อไป เนื่องจากพิจารณาแล้วไม่ผิดกฎหมาย
แต่ไม่เหมาะสม
นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กล่าวก่อนเข้าพบนายกรัฐมนตรีว่าตนมาลานายกรัฐมนตรี หลังประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ตนไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดาย กับการลาออกในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม
รู้สึกเป็นห่วงงานที่ยังค้าง เพราะที่ผ่านมาพบว่าปัญหาในการทำงานมาจากการขาดที่ปรึกษา
ขาดการทำงานเป็นทีม
นายสิทธิชัยกล่าวว่ายังเป็นห่วงในเรื่องปัญหาคอรัปชัน
ปัญหาด้านโครงสร้าง และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ยังล่าช้า แต่เชื่อว่า
รัฐบาลยังต้องทำหน้าที่ต่อไปอีกหลายเดือน เพราะแม้จะมีการเลือกตั้ง
แต่หากมีการให้ใบเหลือง ใบแดง ทำให้มีการเลือกตั้งซ่อม รัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป
ขณะเดียวกันก็ยังชื่นชมการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ที่ทำงานตรงไปตรงมา
สำหรับเรื่องการปรับครม.นายสิทธิชัยกล่าวปฏิเสธแสดงความเห็น
แต่กล่าวว่ารู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้ร่วมงานกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หากมาดำรงตำแหน่งใน ครม.
5 รัฐมนตรีลาออกดึงคนนอกร่วม
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังหารือร่วมเสร็จว่านอกจาก 3 รัฐมนตรี
ประกอบด้วยนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
นายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นางอรนุช โอสถานนท์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วมีรัฐมนตรี อีก 2 คนที่ตนขอร้องให้ทบทวนการตัดสินใจ
ยืนยันความคิดเดิมที่เคยระบุไว้ว่า ขอลาออกต่อที่ประชุม คือนายเกษม
สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และนายสวนิต คงสิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่ารัฐมนตรีอีก
3 คนคือนายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์มงคล ณ สงขลา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
แสดงหลักฐานต่อที่ประชุมว่าได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร
ทุกคนไม่มีเจตนาที่จะปกปิดบัญชีทรัพย์สินแต่อย่างใด
"ต่อเนื่องจากรัฐมนตรีทั้ง
5
คนลาออก ทำให้ต้องมีการปรับ ครม. ต้องมีการรักษาการ โดยการจัด ครม. จะมีการเชิญบุคคลภายนอกเข้ามาดำรงตำแหน่งในช่วงระยะเวลาสั้นๆนี้ไม่มากนัก
เพราะรัฐบาลมุ่งดำเนินการในเรื่องหลักๆ ในเรื่องที่มีการดำเนินการต่อเนื่อง
แก้ไขปัญหาก่อนเลือกตั้งให้มีความลุล่วงไป ส่วนเรื่องนโยบายไม่มีการดำเนินการใดๆ
ภายหลังการประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง รวมทั้งสนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) ให้มีการเลือกตั้งที่โปร่งใสโดยธรรม" นายกรัฐมนตรีกล่าว
สำหรับรายชื่อ ครม.ใหม่ สามารถชี้แจงได้ในขณะนี้จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ลงมาถือเป็นมารยาทที่ต้องรักษาไว้ในการบริหารงานของรัฐบาลนี้
ภายหลัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แถลงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ตึกนารีสโมสร
ทำเนียบรัฐบาล เสร็จสิ้นนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า
โดยตอบคำถามผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า ตนไม่แฮปปี้
แต่ตนสู้ ยอมรับเสียดายรัฐมนตรีที่ลาออกไป
เมื่อถามถึงตำแหน่งของนายธีรภัทร์
เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีการปรับนายธีรภัทร์ออกจากตำแหน่ง
เลขาธิการคมช.มั่นใจนายกฯไม่ลาออก
ทางด้านพล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)กล่าวถึงกระแสกดดันนายกรัฐมนตรีขณะนี้ว่ามั่นใจนายกรัฐมนตรีจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง
เพราะจากที่ได้รับฟังการชี้แจงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่สหรัฐฯ
ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมีความต้องการให้มีการเลือกตั้งตามที่ได้กำหนดไว้
และว่า กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหว หรือดำเนินการใดๆในขณะนี้ ขอให้ยุติ
เพื่อความสงบของบ้านเมือง
ต่อกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. จะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.วินัย กล่าวว่า ถ้า พล.อ.สนธิ จะไปนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี จริง ก็คงเป็นการไปเสริมการทำงานด้านความมั่นคงของรัฐบาล
เท่าที่ทราบ พล.อ.สนธิ มีความพร้อม และไม่ซ้ำซ้อนกับการทำงานที่ผ่านมาเนื่องจาก
พล.อ.สนธิ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแลงานด้านความมั่นคงมาตลอด
อารีย์บอกพระเจ้าให้ทำงานเท่านี้
วันที่ 1 ตุลาคมนายอารีย์
วงศ์อารยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าอำลาตำแหน่งที่กระทรวงมหาดไทยหลังจากเข้ายื่นหนังสือลาออกถึงนายกรัฐมนตรี
โดยการเดินทางมาที่กระทรวงมหาดไทย ปรากฏว่าไม่มีรถตำรวจขับนำขบวนแต่อย่างใด
ทั้งนี้นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทนในการกล่าวคำอำลา
โดยกล่าวว่า ตลอดเวลา 355 วันนายอารีย์ ได้ทุ่มเทการทำงานมาตลอด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาภาคใต้และการวางฐานการทำงานให้กับคนมหาดไทย
นายอารีย์ กล่าวอำลาตำแหน่งกับบรรดาข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
ว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2539 ได้มาอยู่ตรงจุดนี้เพื่ออำลาตำแหน่ง เพราะเกษียณอายุราชการ แต่วันนี้ต้องมาอำลาด้วยการเกษียณอายุทางการเมือง
ซึ่งคงไม่ต้องพูดว่าเพราะอะไร แต่สิ่งที่ซาบซึ้งใจคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเพื่อนข้าราชการ
ต้องขอฝากผลงานที่ผ่านมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ได้สานต่อ
โดยเฉพาะผลประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะการออกจากตำแหน่งในครั้งนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ
ยพระเจ้าให้มาทำงานแค่นี้
ผมไม่เสียดาย ไม่ต่อสู้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ ผมเชื่อว่า ศาสนาของผม พระเจ้าเป็นผู้กำหนด
ผมไม่มีข้อแม้ว่าจะอยู่ หรือจะไป ผมขอฝากกระทรวงมหาดไทยไว้กับเพื่อนข้าราชการทุกคน
เพราะที่นี่คือบ้านของเรา ความรัก ความผูกพันของเรา เกิดขึ้นที่นี่
ผมมั่นใจ ข้าราชการมหาดไทยต้องเข้มแข็ง เช่นเดียวกับผม ที่ผ่านมาแล้วตั้งแต่มดกัด
จนถึงช้างเหยียบ
นายอารีย์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ขอให้ทุกคนยืนหยัดช่วยเหลือประชาชนไปให้ถึงที่สุดและแม้จะออกไปแล้ว
แต่หัวใจยังอยู่ อะไรที่สามารถทำให้กระทรวงมหาดไทยรุ่งเรืองก้าวหน้า
ก็ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมกันนี้ต้องขออภัยเพื่อนข้าราชการด้วยที่อาจทำอะไรให้ไม่พอใจ
ผมเป็นคนใจร้อน แต่ผมไม่เคยพยาบาทใคร
ผมด่าก็เพราะผมรัก ยกเว้นแต่คนที่คิดร้ายต่อผมในทางที่ไม่ถูกต้อง ผมรู้แต่เพียงว่าพระเจ้าจะลงโทษพวกนั้น นายอารีย์ กล่าว
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง
2 คน พร้อมด้วยอธิบดีกรมต่าง ๆ ตลอดจนข้าราชการในกระทรวง
ได้มอบดอกไม้เพื่ออำลา และได้เดินทางมาส่งนายอารีย์กันอย่างคับคั่ง
เทพเทือกบอกที่ดินเขายายเที่ยงต้องตั้งสติให้ดี
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ถึงกรณีที่มีรัฐมนตรีลาออกเพิ่มอีก
2 คน เนื่องจากถือหุ้นเกินร้อยละ
5 ซึ่งอาจทำให้สังคมถามหาจริยธรรมจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในเรื่องที่ดินเขายายเที่ยง
ว่า เรื่องนี้เราต้องตั้งสติให้ดี ประเด็นแรกต้องช่วยกันดูแลให้สถานการณ์เป็นไปในลักษณะเดินไปสู่การเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตย
มุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้ง วันที่ 23 ธ.ค. ตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ ซึ่งการที่จะมีการเลือกตั้งได้ สถานการณ์ในฝ่ายรัฐบาลต้องนิ่ง
ดังนั้น หากยังกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงในคณะรัฐบาลตลอดเวลา จะกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล
แม้ว่าจะให้เวลาทำงานเต็มที่ 2-3 เดือน ก็ทำแทบไม่ไหวอยู่แล้ว
นายสุเทพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นลูกผู้ชายประกาศกับประชาชนชัดเจนแล้วว่า
หากแม้เคยทำอะไรผิดพลาดไป วันนี้ตั้งใจจะทำความดีให้บ้านเมือง ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จ
คือ ทำงานในฐานะรัฐบาลชั่วคราว จนส่งมอบภารกิจให้กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ดังนั้น ควรให้โอกาสนายกรัฐมนตรี
กรณีที่ดินเขายายเที่ยง
นายสุเทพกล่าวว่าถือว่ามีการพูดกันมามากพอสมควร และตรวจสอบแล้วว่า
ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องที่นายกรัฐมนตรีคิดไปบุกรุกที่ป่าสงวน แต่เป็นพื้นที่ที่มีคนทำกินอยู่ก่อนแล้ว
กรณีนี้ไม่อาชญากรรมที่ต้องเอากันถึงเป็นถึงตาย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และนายกรัฐมนตรีไม่ได้คิดจะเอามาเป็นสมบัติของตัวเอง
เมื่อรู้ว่าไม่ถูกต้อง จะเอาคืนไปก็ไม่เป็นไร อย่างนี้คิดว่าประชาชนรับฟังได้
หากใครเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงท่านนายกรัฐมนตรี
ผมคิดว่า ไม่ใช่เรื่องดี เวลา 2-3 เดือน หาคนก็ยาก และใครมาเป็นก็ลำบาก เพราะทำไม่ทัน
เพราะฉะนั้น ให้ พล.อ.สุรยุทธ์
ทำภารกิจของท่านให้สมบูรณ์ดีกว่า เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
รัฐมนตรีลาออกเป็นเรื่องจริยธรรม
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีรัฐมนตรีถือหุ้นเกินร้อยละ
5 นั้น ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ยังยอมรับว่า ตามกฎหมายมีบทเฉพาะกาลรองรับอยู่
แต่การที่รัฐมนตรีทั้ง 3 คน ลาออก
เป็นเรื่องของจริยธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็น่าพิจารณาเป็นรายๆไป
อาทิ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็สงสัยอยู่ว่าผิดหรือไม่
และให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอยู่ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าห่วง หากทุกอย่างเป็นข่าวลือแล้วเราตื่นเต้นไปกับข่าวลือ
จะดูเหมือนบ้านเมืองวุ่นวายไม่มีที่จบสิ้น
ส่วนกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(สนช.) เตรียมเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลโดยไม่ลงมตินั้น
นายสุเทพ กล่าวว่า สนช.ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนเป็นเรื่องดี รัฐบาลจะได้ระมัดระวังในการประพฤติปฏิบัติตัวมากขึ้น
แต่น่าเห็นใจรัฐบาลเหมือนกัน เพราะทั้งรัฐบาลและ สนช.เริ่มต้นมาทางเดียวกัน แต่พอถึงปลายทางก็มีปัญหากันบ้าง
สนธิบังลาออกประธานคมช.ไปรับรองนายกฯมั่นคง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าววันนี้ (1 ต.ค.) ถึงกรณีที่
พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ลาออกจากตำแหน่งประธานคมช. ว่าได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่
30 ก.ย. พล.อ.สนธิ ให้เหตุผลการลาออกว่า
จะไปปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นของชาติต่อไป ส่วนจะไปปฏิบัติภารกิจอะไร
ขอให้ฟังจากรัฐบาลเป็นหลัก
สำนักงานเลขาธิการ คมช.ได้รับเอกสารการลาออก ตั้งแต่เวลา
16.00 น.ของวันที่
30 ก.ย.ก่อนที่จะมีเหตุระเบิดข้างตู้โทรศัพท์
สาธารณะหน้าโรงเรียนแผนที่ทหาร โฆษก คมช. กล่าว
และว่า ส่วนคนมาทำหน้าที่แทน คงเป็นพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก
ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองประธานคมช. ที่ผ่านมาไม่ได้ระแคะระคายเลย เพิ่งได้รับข้อมูลจากพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ
คมช.
ส่วนแรงกดดันจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(สนช.) พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า แต่ละส่วนแต่ละฝ่ายก็มีความคิดเห็นได้ แต่เชื่อมั่นทุกฝ่ายจะคำนึงถึงมารยาท
และคิดว่า การแสดงความคิดเห็นจะคำนึงถึงประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก
คมช.เหลือ 7 ตำแหน่งไม่มีการเพิ่ม
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า คงไม่มีการเพิ่มตำแหน่งในคมช.แล้ว เดิมมีสมาชิกอยู่ 9 ท่าน เมื่อพล.อ.สนธิลาออก และพล.ต.อ.โกวิท
วัฒนะ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลาออก ก็เหลือ 7 ท่าน
หน้าที่ของประธาน คมช.จริงๆ ผมว่าจบแล้ว แต่หน้าที่ของ คมช.ทั้งคณะ ยังมีอยู่ ในเรื่องของความมั่นคงโดยทั่วไป
การสนับสนุนรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่หน้าที่เฉพาะเจาะจงของประธาน
คมช.
ถอดถอนท่านนายกฯ น่าจะหมดไปตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2549 ถือว่าหน้าที่ของประธานคมช.สำเร็จลุล่วงไปแล้ว โฆษก คมช.กล่าวและว่าวันที่
8 ต.ค. คมช.คงได้มีการประชุมกัน จากนี้ไปไม่น่ามีอะไรกดดัน ทุกคนคงมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงการลงเล่นการเมืองของพล.อ.สนธิ โฆษก คมช. กล่าวว่า ตนได้เคยถามพล.อ.สนธิ ท่านบอกว่า ท่านไม่สนใจ ตนเคยถามท่านครั้งเดียวเราเป็นทหาร จะไม่เซ้าซี้กับผู้บังคับบัญชา
เมื่อถามเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปแล้ว จะไม่ถามเรื่องนั้นอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่
2
ต.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(คมช.) พล.อ.สนธิ จะเปิดบ้านพัก ที่บ้านเกษะโกมล ให้บุคคลกลุ่มต่าง ๆ เข้าอวยพรวันเกิด และจะมีการแถลงข่าว รวมทั้งจะให้คำตอบถึงเหตุผลการลาออกจากประธาน
คมช.ด้วย
บรรณวิทย์ชี้บิ๊กบังไปนั่งรองนายกฯมั่นคงไม่เกิดประโยชน์ (ข่าวนสพ.ผู้จัดการ)http://www.manager.co.th
ข่าวพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ลาออก (สำนักข่าวเอเอฟพี.) http://news.yahoo.com/s/afp
|