สถาบันเทคโนโลยี่ M.I.T. สอนฟรีทั่วโลก
เปิด 1,800 หลักสูตรผ่านอินเตอร์เน็ตสิ้นปีนี้

หนังสือพิมพ์ The Christian Science Monitor รายงานว่าภายในสิ้นปี 2007 นี้สถาบันเทคโนโลยี่แมสซาชูเส็ทท์หรือที่เรียกติดปากว่า M.I.T.( the Massachusetts Institute of Technology)จะเปิดหลักสูตรสอนฟรีได้ครบ 1,800 หลักสูตร ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเข้าไปเรียนได้ไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด เป็นการทำลายระบบกำแพงกั้นทางการศึกษาครั้งแรกของโลก ผู้เข้าไปเรียนไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน

 โครงการดังกล่าวชื่อว่าหลักสูตรเปิดหรือThe OpenCourseWare  เริ่มจากเอ็มไอทีดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2002 ปัจจุบันกระจายไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วโลก 120 มหาวิทยาลัย ทุกคนสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ผ่านอินเตอร์เน็ต หากต้องการเรียน

 OpenCourseWare (OCW)เป็นโครงการที่เรียกว่า นักบุญทางปัญญานอกจากจะสอนหลักสูตรต่างๆแล้วผู้เรียนยังจะได้รับฟรีวิดีโอ,เลคเชอร์ฟังเสียงผู้สอน,บันทึก,การบ้านที่อาจารย์สั่งให้ทำ,ภาพประกอบและวัสดุอื่นๆ แต่วัสดุหรืออุปกรณ์เหล่านี้เป็นเพียงการเรียกน้ำย่อยไม่เหมือนที่เรียนในมหาวิทยาลัยจริง

  ดร.แอนน์ มาร์กิวไลส์ ผู้อำนวยการ OCW กล่าวว่าเราเชื่อว่าการศึกษาจะต้องแบ่งปันกันอย่างเปิดเผยและฟรี เอ็มไอทีจะให้วัสดุการศึกษาทุกอย่างที่ผลิตออกจากที่นี่

 เว็บไซท์ขององค์กรนี้อยู่ที่ www.ocw.mit.edu  พร้อมด้วยไซท์อื่นๆที่ร่วมมือด้วยยังแปลเป็นภาษาอื่นๆอีก ทำให้มีผู้เข้ามาเรียนเดือนละประมาณ 1.4 ล้านคน จากทั่วโลกรวมทั้งเมืองดาร์ฟู,ประเทศอิรักที่ยังมีปัญหาสงคราม แม้กระทั่งคนที่อยู่ขั้วโลก เราได้ยินนักศึกษาส่งอีเมลผ่านออนไลน์เข้ามาว่า หลังจากเรียนหลักสูตรแล้วทำให้วิถีชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ดร.แอนน์กล่าว

  การเรียนผ่านออนไลน์หรือที่เรียกว่า distance learning ไม่ใช่สิ่งใหม่ นักศึกษาจำนวนมากในปัจจุบันจ่ายค่าเล่าเรียนตามหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งจัดขึ้น รวมทั้งยังได้รับเครดิตหรือนักศึกษาผู้ใหญ่ไม่ต้องการเครดิตก็เรียนรู้ได้ หลายแห่งเสนอให้ฟรี Podcasts (หมายถึงเสียงที่รับฟังคำบรรยายได้หรือเป็นพวกวิดีโอโดยดาวน์โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต)

รายงานข่าวเปิดเผยว่าทั้งเอ็มไอทีและมหาวิทยาลัยที่ร่วมในโครงการ  OCW ก็ให้เช่นกัน อาทิเช่น มหาวิทยาลัยทัฟส์(Tufts University)แห่งเมือง Medford รัฐแมสซาชูเส็ทท์นำหลักสูตร 29 หลักสูตรขึ้นไว้ในออนไลน์ ซึ่งดร.แมรี่ ลี ผู้ช่วยศาสตราจารย์กล่าวว่าหลักสูตร  Wildlife Medicine ถือว่าเป็นหลักสูตรที่ทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดในโลกนี้ มีอยู่สิ่งเดียวที่ OCW ไม่ได้ทำให้ก็คือการเข้าไปนั่งในห้องเรียนของมหาวิทยาลัยเท่านั้นเอง

  ทางด้านดร.เจมส์ ยีเกอร์ ผู้ช่วยคณบดีอาวุโสแห่งคณะสาธารณสุข ( the Bloomberg School of Public Health) มหาวิทยาลัยJohns Hopkins เมือง Baltimore เปิดเผยว่านักศึกษาที่เรียนจาก OCW ไม่อาจทำได้ประกอบด้วยการได้รับคำวิจารณ์จากอาจารย์ผู้สอน,การถกเถียงกับเพื่อนร่วมชั้น เป็นต้น อย่างไรก็ตามดร.ยีเกอร์เป็นผู้ดูแลโครงการ OCW ของจอห์น ฮอปกิ้นส์ ปัจจุบันนำหลักสูตร 40 วิชาขึ้นสู่ออนไลน์และยังมีโครงการที่จะนำขึ้นมากที่สุดอาจจะถึง 200 หลักสูตรเมื่อถึงสิ้นปี 2007 ทั้งนี้เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนักศึกษาจากหลายประเทศประกอบด้วย Taiwan, Britain, Australia, Singapore, Germany, Japan และ the Netherlandsสามารถเข้าไปล็อคหลักสูตรต่างๆที่นำขึ้นบรรจุไว้ 80,000 หน้าได้  

 ในครั้งแรกที่MIT วางเป้าหมายไว้โครงการนี้ก็คือเพื่อเปิดหลักสูตรไปยังมหาวิทยาลัยอื่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าอาจารย์ที่เอ็มไอทีมีวิธีการสอนนักศึกษาอย่างไร แต่เมื่อเปิดไปได้ระยะหนึ่งโครงการก็ตระหนักว่ายังมีสิ่งที่จะต้องทำอีก 2 จุดนั่นคือนักศึกษาและมหาวิทยาลัยอื่นๆต้องการเข้ามาร่วมโครงการด้วย เพราะทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเข้ามานั่งเรียนในห้องเรียนเหมือนที่เคยทำกันมาก่อน 

 โดยปกติแล้ววิธีการสอนที่เคยกระทำมาคือสอนทฤษฎีแก่นักศึกษาก่อน จากนั้นนักศึกษาจึงลงมือปฏิบัติตามที่ได้เรียนมา แต่วิธีการของเอ็มไอทีคือปฏิบัติ-ทฤษฎี-ปฏิบัติ โดยต้องการให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมและเติมพลังทันทีก่อนที่จะเข้าสู่ทฤษฎี

  นายยูเนส แอตต้าอูร์ติ ศาสตราจารย์วิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Marrakesh ประเทศมอร็อคโคถึงกับลุ่มหลงเมื่อเข้าไปในเว็บไซท์ของ OCW เพราะเขาสามารถนำทฤษฎีควอนตัมและสถิติทางฟิสิคส์ไปสอนนักศึกษาของเขาได้ เขาเขียนอีเมลกลับมายังโครงการนี้ว่าผมไม่คิดว่าจะมีมหาวิทยาลัยที่ไหนในโลกนี้ให้การบริการได้อย่างนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่คนในโลกสามารถเข้าสู่หลักสูตรที่มีคุณภาพที่สุด เขาใช้วิธีดาวน์โหลดเข้าไปเก็บไว้ โดยใช้เทคโนโลยี่ที่เรียกว่า ultrafast optics

 ทางด้านฟิลิปป้า วิลเลียมส์ นักศึกษาผู้ใหญ่ศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยแคนเทอเบอรี่ เมือง Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์เขียนอีเมลยอมรับว่าเมื่อได้เรียนหลักสูตรปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์จาก OCW แล้ว ทำให้รู้สึกว่าหลักสูตรนี้มีมุมมองที่แตกต่างไป สามารถอธิบายได้มากขึ้นรวมทั้งวิธีปฏิบัติก็แตกต่างกัน

 นายเชน จื้อหยิง นักศึกษาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเขียนไว้ว่าเว็บไซท์นี้จะช่วยให้นักศึกษาที่มีปัญหาแต่ขาดเงินได้เรียนรู้มากขึ้นกับวิชาความรู้ใหม่ๆ จะทำให้ความรู้กระจายไปทั่วยังผู้คนจำนวนมากและจะเป็นผลประโยชน์อันสำคัญของมนุษยชาติทั้งมวล 

  นอกจาก MIT, Tufts และ Johns Hopkins แล้ว the OCW ยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆเข้ามาร่วมด้วยสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.ocwconsortium.org  ในสหรัฐประกอบด้วยมหาวิทยาลัยต่างๆดังนี้ Michigan State, Michigan, Notre Dame และ Utah State ส่วนสมาชิกทั่วโลกยังเริ่มกระจายไปยังจีน,ญี่ปุ่นและสเปนอีกด้วย  

 ปัจจุบันMIT ได้บรรจุหลักสูตรทั้งหมด 1,550 หลักสูตรลงในเว็บไซท์และจะเพิ่มไปเรื่อยเมื่อถึงสิ้นปี 2007 จะครบ 1,800 หลักสูตรนอกจากนี้มี 26 หลักสูตรที่จัดทำเป็นวิดีโอมีความยาวประมาณ 1,000 สำหรับเงินทุนดำเนินงานก็มาจากกองทุน,งบประมาณมหาวิทยาลัย การรับบริจาคและอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่นักศึกษาเรียนผ่านเว็บไซท์ไม่ได้คือการเข้าปฏิบัติการในห้องทดลองของมหาวิทยาลัยซึ่งจะต้องทำระหว่างนักศึกษากับผู้สอนจะยังเป็นปัญหาในเรื่องการเรียนออนไลน์ต่อไป

นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2002 เป็นต้นมา the MIT OCW เริ่มเปิดแก่สาธารณะรวมทั้งมีการแปลเป็นภาษาอื่นๆรวม 10 ภาษาอาทิเช่นสแปนิช,ปอร์ตุเกส,จีน,ไทย,ฝรั่งเศส,เยอรมัน,เวียดนามและยูเคน 

 

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy