กรมส่งเสริมการส่งออกนำบู้ธประเทศไทยร่วมงาน WFH ที่แอล.เอ.คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ 18-20 สิงหาคม
ในระหว่างการแข่งขันปรุงข้าวหอมมะลิซึ่งทอมมี่ แทง เป็นผู้ประสานงานจัดให้มีการแข่งขันเกิดขึ้น
 
 
 
การแข่งขันปรุงข้ามหอมมะลิโดยนำไปดัดแปลงกับเมนู ขึ้นอยู่กับผู้เข้าร่วมแข่งขันจะคิดสูตรของตนขึ้นมา
จากซ้าย เบน ดิอาซ,อภิรดี ตันตราภรณ์,ไมเคิล คิม,ทอมมี่ แทงและชาร์ลส์ แซนด์ฟิลด์ ถ่ายภาพร่วมกันหลังประกาศผลแข่งขัน
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

ไทยเซ็นสัญญาขายข้าวสหรัฐปีเดียว 3.5 ล้านดอลลาร์
แนะร้านอาหารไทยนำหอมมะลิขึ้นเมนูให้ลูกค้าเลือก

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศนำทีมผู้ส่งออกข้าวเซ็นสัญญาMOU ปริมาณค้าข้าวประมาณ 6 หมื่นเมตริกตัน ภายใน 1 ปี มูลค่าการค้ารวมประมาณ 3.5 ล้านเหรียญฯ หวังขยายตลาดข้าวในสหรัฐฯ ย้ำข้าวหอมมะลิไทยมีจุดเด่นทั้งนุ่มและมีกลิ่นหอมธรรมชาติ แนะร้านอาหารไทยเพิ่มข้าวหอมมะลิไว้ในเมนูเสนอทางเลือกให้ลูกค้า        

                นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมด้วยข้าราชการจากกระทรวงพาณิชย์ได้นำคณะผู้ส่งออกข้าวเดินทางมาร่วมประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิไทยในงาน Western Foodservices & Hospitality ที่ South Hall, Los Angeles Convention Center ในระหว่างวันที่ 18 - 20 สิงหาคม 2007 

                โดยวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม บริเวณบู้ธของประเทศไทยได้มีการจัดแข่งขันปรุงอาหารโดยใช้ข้าวหอมมะลิไทย มีเชฟเข้าร่วมทั้งหมด 6 คน ผลปรากฏว่าเบน ดิอาซ ซึ่งทำเมนูไทยพายาใส่กุ้งคว้ารางวัลที่หนึ่งไปครอง ได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ แอลเอ-กรุงเทพฯจากบริษัทการบินไทย

                รางวัลที่สองตกเป็นของไมเคิล คิม ซึ่งได้ไปออกรายการของทอมมี่ แทงทางสถานีโทรทัศน์พีบีเอส พร้อมตำราอาหารภาคภาษาอังกฤษ ส่วนชาร์ลส์ แซนฟิลด์ได้รางวัลที่สามเป็นบัตรกำนัลมูลค่า $200 เหรียญฯจากตลาดแลคซี

                ทอมมี่ แทง ผู้ประสานงานในการจัดประกวดกล่าวว่า “ที่หนึ่งกับที่สองมีคะแนนใกล้เคียงกันมาก คนที่ได้ที่สองใช้เทคนิคที่ทำไม่ได้ง่ายๆ ถือว่ามีความสามารถใน การเอาข้าวหอมมะลิมาประยุกต์กับปูนิ่ม คล้ายๆอาหารญี่ปุ่น ถ้าเป็นผมจะทำปูนิ่มให้กรอบขึ้นหน่อย รับรองว่าชนะแน่”

                ส่วนในวันที่ 20 สิงหาคม 2007 ระหว่างเวลา 14:00 น. - 15:00 น. ที่ห้อง 303 B, South Hall, Los Angeles Convention Center นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานในพิธีลงนามความเข้าใจตกลงซื้อข้าวหอมมะลิระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าสหรัฐฯรวมทั้งสิ้น 4 คู่ ได้แก่ บริษัทฮ่วยชวนค้าข้าวจำกัดกับบริษัท Well Luck Inc., บริษัท Siam Grains Ltd. กับบริษัท BKM,  บริษัท C.P Intertrade Ltd. กับ C.P Foods West และระหว่างบริษัท Thai Ha Public Company Ltd.  กับGemini

                การลงนามความเข้าใจตกลงซื้อขายสินค้าในครั้งนี้คิดเป็นปริมาณการค้าข้าวประมาณ 6 หมื่นเมตริกตัน ภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้าน 5 แสนเหรียญฯ โดยขณะนี้ประเทศไทยส่งออกข้าวหอมมะลิเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯเฉลี่ยประมาณปีละ 3 แสนเมตริกตัน ในราคาส่งออกเฉลี่ยประมาณ 550 - 580 เหรียญฯต่อเมตริกตัน (f.o.b. BKK) การส่งออกข้าวหอมมะลิจากประเทศไทยมีแนวโน้มเป็นไปในทางเพิ่มขึ้น

                นางอภิรดีเปิดเผยว่า ข้าวไทยในตลาดสหรัฐฯถือว่ามีจุดเด่นกว่าคู่แข่ง โดยข้าวหอมมะลิไทยมีกลิ่นหอมธรรมชาติ มีความนุ่มนวล เป็นเหตุให้ข้าวไทยสามารถส่งออกมายังสหรัฐฯได้ปีละประมาณ 3 แสนตัน และคาดว่าการทำโปรโมชั่นจะทำให้ตลาดเกิดการขยายตัว และทำให้คนอเมริกันรู้จักอีกทั้งเห็นความแตกต่างของข้าวหอมมะลิไทย

                “คาดว่าการเปิดแข่งขันอาหารจะทำให้เห็นว่าข้าวไทยสามารถนำไปทำอาหารอเมริกัน เม็กซิกัน หรืออิตาเลียนได้ ไม่จำเป็นต้องมาทำอาหารไทย หรือเอเชีย เข้าใจว่าจะช่วยขยายตลาดได้” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการที่จะทำกับธุรกิจร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ นางอภิรดีกล่าวว่าโครงการที่นำมาเสนอในครั้งนี้ คือร้านอาหารไทยน่าจะเพิ่มรายการข้าวหอมมะลิไว้ในเมนูด้วย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า อาจจะจ่ายแพงขึ้นอีกหน่อย แต่สามารถเพิ่มรสชาติอาหาร เพราะข้าวดีจะทำให้อร่อยมากขึ้น น่าจะไปได้ดี

                “ถ้าร้านอาหารไทยหันมาใช้ข้าวหอมมะลิมากขึ้นก็จะทำให้ปริมาณซื้อข้าวหอมมะลิมีมากขึ้นไปด้วย” นางอภิรดีกล่าวเสริม

                ด้านปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลให้โรงงานส่งสินค้าออกต้องปิดตัวไปตามๆกัน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวอธิบายว่า จริงๆแล้วปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากค่าเงินบาทเพียงอย่างเดียว แต่เห็นแนวโน้มเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วแสดงให้เห็นว่า ไทยไม่สามารถเป็นโออีเอ็ม เพราะค่าแรงของไทยไม่ได้มีต้นทุนต่ำ ดังนั้นการแข่งขันกับประเทศอื่นด้านค่าแรงราคาถูกจึงไปไม่ได้นาน

                “ทางรัฐบาลพยายามสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลง เพิ่มมูลค่าในการผลิตสินค้าให้มีแบรนด์ อาจจะเป็นช่วงที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้เกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น นี่ก็เป็นเหมือน Wake up Call สำหรับอุตสาหกรรมไทยที่ต้องเปลี่ยน” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวย้ำ

                ต่อนโยบายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก นางอภิรดีกล่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์เน้นให้มีการขยายการลงทุนเพื่อผลิตสินค้านอกประเทศด้วย เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านมีวัตถุดิบ มีคนงาน พร้อมแนะว่าในช่วงที่เงินบาทแข็งก็น่าจะออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการเพื่อสนับสนุนด้วย

                ส่วนความคืบหน้าในการส่งออกผลไม้ไทยสดเข้าสหรัฐฯ นางอภิรดีกล่าวว่า ล่าสุดทางสหรัฐฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและรับรองเครื่องฉายรังสี คาดว่าจะส่งมายังสหรัฐฯได้ในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกำลังการผลิตที่จะฉายรังสีผลไม้สามารถทำได้ประมาณ 40 ตันต่อวัน โดยกำลังมีการขยายไปยังแล็บอีกแห่งซึ่งจะสามารถทำได้ประมาณ 300 -400 ตันต่อวัน

                อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวด้วยว่า สินค้าของไทยมีศักยภาพในการส่งออกหลายอย่าง แต่ที่เป็นจุดแข็ง คืออาหารเนื่องจากไทยเป็นแหล่งผู้ผลิตที่สำคัญ ดังนั้นควรใช้จุดแข็งนี้เป็นพลัง เน้นการผลิตและคุณภาพ ส่วนบริการของคนไทยก็มีจุดแข็งเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะความสามารถในการทำแอนิเมชั่นซึ่งไทยรับงานจากต่างประเทศเข้ามา นอกจากนี้ยังมีธุรกิจการพิมพ์ที่ขยายตัวมาก

                “เมื่อวานเราเอาหนังสือ Cook Book มาแจก ปรากฏว่าคนมาขอซื้อกันมาก เพราะอาหารไทยเป็นที่รู้จัก ตำราอาหารมีไม่พอ คุณภาพก็ดีมาก ราคาไม่แพง” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวในที่สุด

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์  ภาพโดย www.jumpphtography.com

อ่านต่อ.....ไทยส่งข้าวหอมมะลิดีที่สุดขายสหรัฐ 3 แสนตัน/ปี

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy