เด้งพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เข้ากรุสำนักนายกรัฐมนตรี
ส่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ขึ้นรับงานผบ.ตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่5 .. มีรายงานจากสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 25/2550 เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ..2538 และมาตรา 72 (1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พล..สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งดังนี้ ให้ พล...โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน และให้ พล...เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ปรึกษา สบ. 10 เป็นผู้รักษาการราชการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นไปต้นไป สั่ง วันที่ 5 ..2550

พล...โกวิท วัฒนะ  อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษสถานีโทรทัศน์ไอทีวีก่อนรับทราบคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ออกอากาศเมื่อวันที่ 5 .. ว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว  "เป็นมาแล้ว 2 ปี 4 เดือน ผมยึดถือในสิ่งที่ดี อะไรที่ดีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับลูกน้อง กับเรื่องต่างๆ ยึดถือตรงนี้ มาตลอด และที่ยังเหลือเวลาอีก 7 เดือน ก็จะทำสิ่งที่ดีที่สุด และจะพยายามทำให้เต็มที่" อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว

พล...โกวิทกล่าวต่อถึงการสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และ จ.นนทบุรี ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา  ว่า ตำรวจทุกคนพยายามค้นหาหลักฐานทั้งพยานวัตถุและพยานบุคคลเต็มที่  ทุกขั้นตอนสามารถพิสูจน์ได้ เพราะมีระบบตรวจสอบตลอดเวลา แต่ความยากของคดีนี้ อยู่ที่ประเด็นทางการเมืองที่พยายามกดดันการทำหน้าที่ของตำรวจ

"ความจริงแล้วเราทำงานกันมาตลอดทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจนครบาล สันติบาล สอบสวนกลางอะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามาช่วยกันทำงานก็ทำกันตลอด มีพยานหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุ พยานบุคคลอะไรทั้งหลายแหล่ตรวจสอบและดำเนินการไปเรื่อยๆ เมื่อมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องถึงจะอยู่ในขั้นตอนขอศาลอนุมัติออกหมายจับ เมื่อพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วนยังไปไม่ได้ ผู้ต้องสงสัยยังไม่เจอจะไปจับในกระดาษได้อย่างไร ไม่ได้มันต้องมีการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน"  อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว

พล...โกวิท กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ในอาชีพตำรวจมากกว่า 40 ปี เห็นว่า อาชีพนี้ เหมือนเป็นอาชีพที่ถูกสาป เพราะอยู่บนความคาดหวังของสังคมและความต้องการที่หลากหลายของผู้บังคับบัญชา แม้จะพยายามใช้ความเป็นธรรมและความเสมอภาคในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว

"กว่าคนจะรู้ว่าเราเป็นคนดี กว่าจะรู้ว่าตำรวจเหน็ดเหนื่อยมันเหนื่อยจริงๆ กว่าจะได้แต่ละเรื่อง คนดีๆ กว่าจะทำให้สังคมเห็นต้องใช้เวลา ส่วนทำอย่างไรจะทำให้ล้างคำสาปนี้ได้ ทุกคนต้องช่วยกันและทำให้เต็มที่ กว่าจะรู้ว่า ผู้กองเป็นคนดี ผู้กำกับเป็นคนดีเขาย้ายแล้ว ไปแล้ว ความดีมันช้ากว่าจะพิสูจน์กว่าจะอะไร คือ ตำรวจต้องคำสาป ทำดีคนไม่ค่อยเห็น" พล...โกวิท กล่าว

พล...โกวิท กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี 4 เดือน ที่อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเต็มไปด้วยความรู้สึกที่กดดัน ต้องอยู่ในสภาพที่เหมือนคนหน้าชื่นอกตรม แต่สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจที่สุด คือ การได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม ฝากถึงเพื่อนๆ และน้องๆ ข้าราชการตำรวจว่า ให้ยึดมั่นในความดี ความซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณธรรม แม้จะต้องอยู่ในสภาพหน้าชื่นอกตรมก็ตาม      

พล...เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ปรึกษา สบ. 10 ว่าที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อสมท.เมื่อวันที่5 ..) ถึงกรณี พล..สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้เป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า พล..พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกรัฐมนตรีโทรศัพท์มาแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ตนทราบพร้อมส่งคำสั่งมาให้ สำหรับงานสำคัญภายหลังรับตำแหน่ง คือการคลี่คลายคดีระเบิด 9 จุด เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งคดีเผาโรงเรียนต่างๆ และเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนแนวทางในการคลี่คลายคดีต่างๆ  ต้องเป็น ไปตามขั้นตอน ในวันที่ 6 ก.พ.จะเรียกประชุมนายตำรวจตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงเพื่อแจ้งให้ทราบนโยบายต่างๆ  ในโอกาสนี้จะได้กำชับเรื่องต่างๆตามที่ได้กล่าวไป เพื่อให้ผู้รับผิดชอบไปดำเนินการ

ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า หลังจากประชุมแล้วจะพูดคุยกับตำรวจในกองบัญชาการต่างๆ เนื่องจากการทำงานของตำรวจต้องรับผิดชอบทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะคดีใดคดีหนึ่ง โดยตอนเริ่มต้นจะต้องพูดคุยทำความเข้าใจให้ทุกคนขับเคลื่อนไปอย่างเต็มที่ ใส่เกียร์เดินหน้า เกียร์ 5 ให้เต็มที่ไม่ใช่ใส่เกียร์ว่าง และหลังจากนั้นไม่นานจะลงมาจับคดี โดยเฉพาะคดีที่กล่าวไป ต้องชัดเจน โดยคดีใดที่มีผู้รับผิดชอบอยู่แล้วจะให้เวลาเตรียมตัวแล้วจึงมาพูดคุยกัน

พล...เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อถึงการคลี่คลายคดีระเบิดที่ยังไม่มีคืบหน้าว่าที่ผ่านมาการบริหารงานไม่ชัดเจนโดยเฉพาะการบริหารกำลังพล เช่นมีการแต่งตั้งคนที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งและหน้าที่มากมาย รวมทั้งมีการเลือกที่รักมักที่ชังและไม่ให้ความเป็นธรรมกับกำลังพล ดังนั้น เมื่อตนมารับตำแหน่งจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน มองเห็นเป็นพี่เป็นน้องกันและมาร่วมใจกันทำงาน

"งานแรกที่จะทำ คือ ดูเนื้อหา ข้อมูลและบุคลากร โดยทั้งหมดจะต้องทำไปพร้อมๆ กัน และอาจจะมีการปรับบ้าง เพราะอยู่ในองค์กรรู้ปัญหาดี แต่ตรงนี้ จะต้องกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ด้วย  ไม่ใช่ทำอะไรตามอำเภอใจ อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนทีมสืบสวนและสอบสวนคดีระเบิดหรือไม่ ขอดูรายละเอียดก่อน เพราะถ้าทำมาถูกทางไปเปลี่ยนก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าทำมาไม่ถูกต้องปรับเปลี่ยน" ว่าที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว   

พล...เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า รู้ไม่หนักใจที่ต้องมาทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะเป็นตำรวจมานานเหลือเวลาอีก 1 ปี 8 เดือนเกษียณชีวิตจึงพร้อมหมดที่จะทำหน้าที่  อยู่ที่ว่า จะทำอะไรก่อนหลัง ส่วนกรณีการคลี่คลายคดีสำคัญมักมีแรงกดดันและความคาดหวังจากสังคมมากนั้น หากบังคับอะไรต่างๆ ได้ คงไม่มีปัญหา สำหรับเรื่องเวลาในการทำคดีขอลงไปดูสำนวนก่อน จึงจะตอบคำถามได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล...อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือลาออกจากราชการหาก  ว่าที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะตัดสินใจ

ทางด้าน พล...อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังเดินทางเข้าพบ พล...โกวิท ภายในห้องทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าเพื่อเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการต่อ พล...โกวิท เนื่องจากรู้สึกเหนื่อย และต้องการพักผ่อน เพราะรับราชการตำรวจรวมทั้งทำงานให้กับบ้านเมืองมานานแล้ว อย่างไรก็ตามไม่รู้สึกน้อยใจอะไรทั้งสิ้น ความจริงตนต้องการลาออกตั้งแต่วันที่ 1 .. 2549 ที่ผ่านมา แต่ พล...โกวิทขอร้องให้ช่วยงานก่อน ดังนั้น เมื่อผู้บังคับบัญชาไม่อยู่ในตำแหน่ง ตนก็ถือว่าหมดหน้าที่จริงๆ

"ผมเป็นแค่ รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายที่เคารพรักขอร้องให้ช่วยงาน ก็ต้องช่วย แต่เมื่อท่านหมดภาระ ผมก็ต้อง และถือว่าหมดภาระด้วย" พล...อชิรวิทย์ กล่าว และว่า หลังลาออกจากราชการจะไปเขียนหนังสือ และถือศีล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เห็นคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับจริง กรณีมีคำสั่งให้ พล...โกวิท ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเห็นเพียงสำเนา เท่านั้น  และหากหนังสือลาออกจากราชการของตนได้รับการอนุมัติจะมีผลในวันที่ 6 ..

พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าวถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ปรึกษา สบ. 10 ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ว่า ตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาก่อน มองว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นคนตั้งใจทำงาน ทุ่มเท เสียสละ หาได้อยากคนหนึ่ง ตนคิดว่า ความรับผิดชอบที่ท่านแบกอยู่ เป็นบททดสอบสำคัญในอนาคต โดยตำแหน่งผบ.ตร. รับทุกอย่างไว้บนบ่าหมด ไม่เหมือนกับตำแหน่งที่ท่านเคยผ่านมา การตัดสินใจ ต้องมีสั้นยาว หนักเบา ต้องอ่อนตัวและแข็งในบางมุม

“ข้าราชการประจำ ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างแท้จริงของข้าราชการการเมือง ไม่ว่าการเมืองนั้นมาด้วยระบบอะไร ผมเชื่อว่า คนที่เป็นข้าราชการประจำย่อมรู้ซึ้งถึงบทบาทภาระ ความรับผิดชอบ และอำนาจที่แท้จริงว่า จริง ๆ แล้วอยู่ที่ไหน อย่างไร” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว และว่า การที่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นอำนาจที่กฎหมายได้ให้ไว้ มีบางคนคิดว่า การเมืองจะเข้ามาล้วงลูกกับงานประจำไม่ได้ จริงๆ ไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับการสูงสุด ข้าราชการประจำก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงในข้อนี้

พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจให้ความเห้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ถึงกรณีการปลดพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการแทนว่า มั่นใจการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ เนื่องจากบุคลิกที่เป็นคนเอาจริงเอาจัง ไม่มีภาพลักษณ์การทุจริต กล้าทำ กล้าจับ กล้าปราบ เชื่อว่าสังคมจะพึ่งพาได้ และแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้นำ แต่โครงสร้างยังเหมือนเดิมยังยากที่จะปฏิรูป แต่ยังดีกว่าเดิม เพราะถ้าหัวไม่ส่ายหางไม่กระดิกแล้วจะเป็นอัมพาตทั้งตัว

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งโยกย้าย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่านายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งให้ พล.ต.อ.โกวิท มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ปรึกษา ( สบ 10 )รักษาราชการแทนโดยให้เหตุผลว่าเป็นการหารือร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่มีการหารือกันเป็นระยะๆ มาโดยตลอด ถือเป็นการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา เป็นเรื่องความเหมาะสม กรณีให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะตอบสังคมอย่างไร เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการหา "แพะ" มาเซ่นกรณีเหตุการณ์ลอบวางระเบิด 9 จุด ใน กรุงเทพมหานคร (กทม.)และปริมณฑล เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบว่าไม่ใช่เช่นนั้น เป็นการพิจารณาร่วมกันของหลายฝ่าย ส่วนการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเมื่อช่วงปลายปียังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทุกฝ่ายยังเดินหน้าหาข้อมูลและสอบสวนกันอย่างเต็มที่ต่อไป

ต่อข้อถามว่าหลายฝ่ายเห็นว่า พล.ต.อ.โกวิท ไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีต้องรับผิดชอบปัญหาเพียงผู้เดียว ขณะที่ คมช. และรัฐบาลควรต้องรับผิดชอบการดูแลรักษาความปลอดภัยของบ้านเมืองด้วยเช่นกัน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล และ คมช. ที่ดูแลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะต้องดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อยของชาติบ้านเมือง รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า เมื่อเปลี่ยนตัว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้ว จะสามารถเร่งรัดนำตัวคนผิดมาลงโทษได้เร็วขึ้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าคงต้องเป็นไปตามกระบวน การสอบสวนที่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน กฎระเบียบของบ้านเมืองที่จะดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้  นายกรัฐมนตรีได้กำชับมาตลอดให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีมีความมุ่งมั่นต่อการทำหน้าที่  รัฐบาลก็สนับสนุนการทำงานตรงนี้อย่างเต็มที่ และต้องการให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต่อข้อถามว่าคมช. เสนอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มารักษาราชการแทนใช่หรือไม่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไม่ทราบ เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีและประธาน คมช.หารือร่วมกัน อย่างไรก็ตามคำสั่งย้ายดังกล่าวคงไม่ส่งผลภาพลบต่อรัฐบาล แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างทหารกับตำรวจ เนื่องจากทั้งทหารและตำรวจต่างเป็นข้าของแผ่นดินด้วยกันทั้งสิ้น มีความสมัครสมานสามัคคีกัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ทุกคนต้องสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อชาติบ้านเมือง เพราะมีปัญหาที่ต้องแก้ไขพร้อมๆ กันหลายด้าน

อ่านต่อ.....โชติศักดิ์สังเวยรอยร้าวสุวรรณภูมิไขก๊อกลาออกไม่ใช่วิศกรอย่าวิจารณ์มากประเทศชาติเสียหาย

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy