ในวันแถลงข่าวที่สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.คดีน้องจ้าเด็กหญิงจารุภา วงศ์วิเศษศิริ วัย  9 ขวบถูกกระสุนลูกหลงเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่ปิดคดีแต่อย่างใด
ชัญชนิฐ มาร์เทอเรล ผอ.ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมหลังการแถลงข่าว
 
 
 
 
นางกมลพร แม็กซ์เวล (ขวา)แม่ของน้องจ้าในระหว่างการแถลงข่าวที่สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.
 
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

คดีน้องจ้าถูกยิงเสียชีวิตที่แอล.เอ.ยังไม่ปิดคดี
ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยจัดทนายยื่นฟ้องคดีแพ่ง

แจงเหตุปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยคดีคร่าชีวิตเด็กไทยวัย 9 ขวบ เผยคดียังไม่ปิดแต่อยู่ระหว่างหาพยาน หลักฐานเพิ่มเติม ตำรวจยืนยัน ทำทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยของชุมชน ผอ.ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยเตรียมยื่นคดีแพ่ง มั่นใจจะสำเร็จหากได้รับการผลักดันจากชุมชนไทย

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้มีการแถลงข่าวถึงความคืบหน้าคดีที่เด็กหญิงจารุภา วงศ์วิเศษศิริ หรือ น้องจ้า วัย 9 ขวบถูกลูกกระสุนของแก็งเม็กซิกันที่พลัดหลงเข้ามาในบ้านจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ภายหลังมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวผู้กระทำผิดไปแล้วนั้น

โดยการแถลงข่าวมีขึ้นหลังจากการเข้าหาเข้ารือกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส สำนักงานนายกเทศมนตรีเมืองแอลเอ สำนักงานตำรวจเมืองแอลเอ ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยและสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ พร้อมด้วยทนายความ และนางกมลพร แม็กซ์เวล มารดาของผู้ตาย

นายจักร บุญ-หลง กงสุลใหญ่ฯเปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับหลายฝ่าย และเป็นจุดสำคัญที่ผลักดันให้ทางนายกเทศมนตรีของแอลเอพยายามแก้ไขปัญหาอาชญากรรมจากแก็ง และได้เพิ่มงบประมาณให้กับหน่วยงานของตำรวจเพื่อเร่งสะสางปัญหานี้

กงสุลใหญ่แอลเอชี้แจงว่า เหตุผลที่มีการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยนั้นเนื่องมาจากมีพยานและหลักฐานไม่เพียงพอในการตั้งข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ปิดคดี ตราบใดที่มีหลักฐานหรือพยานเพิ่มเติมก็สามารถเสนออัยการเพื่อดำเนินดคีต่อไปได้

นายจักรกล่าวด้วยว่า สถานกงสุลใหญ่ฯได้ขอความช่วยเหลือจากทางการของสหรัฐฯผ่านนายกเทศมนตรีเมืองแอลเอ 2 เรื่องด้วยกัน กล่าวคือ การช่วยประสานงานไปยังสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยในการขอวีซ่าให้น้องสาวนางกมลพรอีกครั้ง ซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินทางมาช่วยแบ่งเบาภาระของนางกมลพรที่ต้องดูแลธุรกิจและเลี้ยงดูลูกสาวอีกหนึ่งคน

ส่วนอีกเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับความไม่ปลอดภัยบริเวณที่ประกอบธุรกิจของนางกมลพร ซึ่งมีคนร้ายเข้ามาบุกรุกในร้านใกล้เคียง เป็นเหตุให้ลูกค้าไม่กล้ามาใช้บริการ ซึ่งจะขอให้ส่งตำรวจเข้ามาดูแลมากขึ้น โดยทางซิตี้และตำรวจรับปากว่าจะช่วยดำเนินการให้

“จากที่ได้รับฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่า ทุกฝ่ายทุ่มเทให้กับคดีนี้ ยังมีความพยายามและไม่ท้อถอย ชุมชนไทยจึงไม่ต้องกังวล เนื่องจากจะมีการดำเนินการตามตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ” กงสุลใหญ่ฯกล่าว

แลร์รี่ แฟรงค์ รองนายกเทศมนตรีเมืองแอลเอ ผู้ดูแลด้านงานบริการชุมชนและเพื่อนบ้านกล่าวขอบคุณกงสุลใหญ่ฯที่ช่วยประสานให้มาพบกับเจ้าของคดีนี้โดยตรง เพื่ออธิบายถึงความเข้าใจผิดต่างๆให้กับสาธารณชนได้รับรู้ และดคีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นโศกนาฏกรรมของคนในครอบครัวนี้ แต่ยังเป็นที่สะเทือนขวัญของชุมชน และเมืองแอลเอในวงกว้าง มีผลกระทบหลายอย่างซึ่งเกิดจากปัญหาแก็งซ์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ทางด้านกัปตันจอห์น อีแกน เจ้าหน้าที่ตำรวจ LAPD ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่บริเวณแรมพาร์ตกล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า คดีนี้ยังเปิดอยู่และทางตำรวจได้มีแหล่งข่าวที่ยังตอบรับในคดีนี้อยู่ อีกทั้งยังมีการไปพบปะอัยการเขต เพื่อนำผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และตำรวจก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ชุมชนไทยมีความปลอดภัย

ประเด็นสำคัญของการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีผลมาจากการที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในแอลเอ.ได้ออกข่าวระบุว่า ได้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาโดยอ้างเหตุลั่นกระสุนเพราะป้องกันตัว ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ส่วนการปล่อยตัวนั้นสืบเนื่องจากอัยการอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสามผู้ต้องสงสัย ขณะนี้ถูกกักตัวอยู่ในเรือนจำแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้มีสาเหตุมาจากคดีนี้ก็ตาม

ส่วนคำถามเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนในเขตแอลเอนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ได้มีการออกกฎที่รัดกุมและเข้มงวดในการขออนุญาตพกพาปืน ส่วนที่เกี่ยวกับคดีนี้ยังขาดพยานบุคคลที่จะมาบ่งชี้ว่าใครที่เป็นผู้ถือปืน และใครเป็นผู้ยิง ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากพยานที่เป็นเพื่อนบ้านในละแวกนั้น

นางชัญชนิฐ มาร์เทอร์เรล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมชาวไทยเปิดเผยว่า รู้สึกดีขึ้นเนื่องจากมีความเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากมีการเสนอข่าวการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม ได้พูดคุยกันถึงการดำเนินคดีอาญาและแพ่ง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในคดีแพ่งก่อนเพราะไม่ต้องใช้ข้อมูลที่มากเหมือนกับคดีอาญา โดยขอความร่วมมือไปยังรอสลิน ปัทมคันธินให้ช่วยหาทนายความให้และต้องรีบยื่นเรื่องก่อนเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากคดีแพ่งจะมีอายุความหนึ่งปีนับตั้งแต่เกิดเรื่อง

ผอ.ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยกล่าวอีกว่า คดีนี้จะสำเร็จหากชุมชนไทยช่วยกันผลักดัน เนื่องจากแอลเอเป็นเมืองใหญ่และมีคดีความเป็นจำนวนมาก ถือว่าการแถลงข่าวครั้งนี้จะเป็นการทำให้ซิตี้หันมาสนใจ และเห็นว่าชุมชนของเราต้องการได้รับความเป็นธรรม
อ่านข่าวก่อนหน้านี้ http://www.apacnews.net/newsages1_2007/9year311.htm

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy