นายไมเคิ่ล เชอร์ทอฟฟ์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในกำลังแถลงเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม
 

 

รัฐบาลปฏิบัติการกวาดล้างโรบินฮู้ดตามที่ทำงาน
ให้นายจ้างไล่ออกเผยรายละเอียด 13 ข้อที่ต้องทำ

กระทรวงความมั่นคงภายในสหรัฐเริ่มกวาดล้างโรบินฮู้ดตามโรงงานและสถานที่ทำงานต่างๆ เบื้องต้นให้นายจ้างตรวจสอบเอกสาร หากพบเป็นเอกสารปลอมให้ไล่ออก ถ้าไม่ทำตามขั้นต้นนายจ้างถูกปรับ 10,000 ดอลลาร์ ยอมรับอุตสาหกรรม-เกษตรกรรมกระเทือนเผยรายละเอียด 13 ข้อต้องปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมนายไมเคิล เชอร์ทอฟฟ์  รัฐมนตรีความมั่นคงภายในและนายคาร์ลอส กูเตียเรซ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายในสหรัฐ โดยรัฐบาลจะดำเนินการเองปราศจากความช่วยเหลือจากสภาคองเกรส ทั้งนี้นโยบายการปราบปรามดังกล่าวบางรายการได้ดำเนินไปแล้วรวมทั้งการแซงชั่นนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายเข้าทำงาน

 ทั้งคู่ยอมรับว่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้จะทำให้นายจ้างได้รับผลกระทบทีเดียว “ความหวังของเรานั้น เป้าหมายสำคัญอยู่ที่ร่างกฎหมายของวุฒิสภา จะทำให้เราเห็นสว่างในวันหนึ่ง แต่เมื่อสภาคองเกรสเลือกที่จะไม่ผ่านร่างกฎหมาย เราจะต้องก้าวเข้ามาดำเนินการตามวิถีทางของฝ่ายบริหาร  การก้าวเข้ามาจะเข้มงวดเพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายคนเข้าเมือง”นายเชอร์ทอฟฟ์กล่าว

นายเชอร์ทอฟฟ์กล่าวว่ากฎเกณฑ์ที่วางไว้เช่นให้นายจ้างตรวจสอบหมายเลขโซเชี่ยลลูกจ้างที่ผิดพลาดไม่ตรงวกับฐานข้อมูลจะมีผลบังคับภายใน 30 วัน

 ประธานาธิบดีจอร์จ บุช กล่าวว่าเมื่อสภาคองเกรสไม่ร่วมมือในการแก้ไขระบบคนเข้าเมืองโดยไม่ยอมผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปฯดังนั้นฝ่ายบริหารจะต้องก้าวเข้ามาดำเนินการแทน

ทางด้านเดนา เพอร์ริโน โฆษกสตรีของประธานธิบดีกล่าวว่าสิ่งที่ฝ่ายบริหารดำเนินการไปแล้วเช่นการเพิ่มกำลังทางชายแดนให้มากขึ้นเพื่อป้องกันคนลักลอบเข้าเมือง

 นายกูเตียเรซยอมรับว่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมบางอย่างได้รับผลกระทบกระเทือนแน่นอน โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรมเชื่อว่ามีคนผิดกฎหมายอยู่ไม่น้อยกว่า 50 %

 รายงานข่าวเปิดเผยว่ากระทรวงความมั่นคงภายในจะร่วมขอใช้ภาพและข้อมูลกับ DMV เพื่อจัดทำระบบการว่าจ้างให้ตรงกับฐานข้อมูล หมายความว่าต่อไปจะสามารถตรวจจับใบขับขี่ที่ทำขึ้นปลอมได้อีกด้วย

                ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายรัสส์ น็อคกี้ โฆษกกระทรวงความั่นคงภายใน( Homeland Security Department)แถลงว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินงานตามกฎเกณฑ์ที่เคยเสนอไว้เมื่อปีที่แล้วเพื่อกวาดล้างผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย โดยเบื้องต้นให้นายจ้างตรวจสอบเอกสารลูกจ้างว่าเป็นเอกสารรับเข้าทำงานปลอมแปลงหรือไม่ หากพบให้นายจ้างไล่ลูกจ้างออก  ถ้าไม่ทำตามจะถูกปรับ 10,000 ดอลลาร์

                ทั้งนี้กฎเกณฑ์นี้เคยจะนำมาใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนี้ แต่สภาคองเกรสพิจารณาร่างกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่น จึงทำให้ฝ่ายบริหารรอผลของกฎหมาย แต่เมื่อร่างกฎหมายไม่ผ่านสภา ดังนั้นกระทรวงความมั่นคงภายในจึงนำกฎเกณฑ์นี้ออกมาใช้แทน

                “นายจ้างจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากไม่ทำตามกฎหมาย”นายรัสส์กล่าวแต่ไม่ยอมให้รายละเอียดว่ากฎเกณฑ์ขั้นสุดท้าย( the final rule)ที่แก้ไขจะแตกต่างไปจากร่างที่นำเสนออย่างไรบ้าง

                กฎเกณฑ์ปัจจุบันนายจ้างจะต้องเป็นผู้รวบรวมเอกสารของลูกจ้างอาทิเช่นหมายเลขโซเชี่ยล

เซเคียวริตี้(หมายเลขประกันสังคม)และเอกสารด้านการเข้าเมืองเช่นใบทำงานที่ถูกต้อง โดยตรวจสอบเข้ากับฐานข้อมูลของรัฐบาล  หากนายจ้างพบว่าไม่ตรงกับฐานข้อมูลจะต้องรายงานให้รัฐบาลทราบ

                 รายงานข่าวเปิดเผยว่าเมื่อปีที่แล้วมีการรายงานเรื่องการจ้างงาน 250 ล้านราย แต่ปรากฎว่ามี 10 % ไม่ตรงกับฐานข้อมูลซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการจัดเก็บข้อมูลผิดพลาดก็ได้ ทั้งนี้เมื่อพบว่าข้อมูลไม่ตรง นายจ้างมีทางเลือก 2 ทางคือประการแรกแก้ไขให้ถูกต้องหากว่าผิดพลาด หรือทางที่สองให้ไล่คนงานพ้นจากสถานที่ทำงานหากพบว่าลูกจ้างอยู่ในประเทศนี้ผิดกฎหมาย

                 สำหรับรายละเอียด 13 ข้อที่กระทรวงความมั่นคงภายในจะดำเนินการมีดังนี้

                1.ให้นายจ้างดำเนินการภายใน 90 วันกรณีลูกจ้างมีปัญหาเรื่องหมายเลขโซเชี่ยล ซิเคียวริตี้

                2.ลดเอกสารที่นายจ้างจะตรวจสอบก่อนรับเข้าทำงานให้น้อยลง

                3.เพิ่มค่าปรับแก่นายจ้างที่จ้างผู้อยู่ผิดกฎหมายเข้าทำงาน โดยเพิ่มค่าปรับขึ้นอีกประมาณ 25 %

                4.คนที่อยู่ผิดกฎหมายเมื่อถูกจับกุมได้และอยู่ในเงื่อนไขของการเนรเทศจะต้องเร่งดำเนินการขับออกตามขั้นตอนของกฎหมายรวมทั้งผู้อยู่ผิดกฎหมายจะถูกปรับ 3,000 ดอลลาร์

                5.โครงการรับคนงานเกษตรตามฤดูกาล ให้กระทรวงแรงงานเสนอเปลี่ยนแปลงวีซ่าประเภท H2A เพื่อให้ง่ายต่อการรับเข้ามาทำงานให้ตรงเวลารวมทั้งจะต้องปกป้องสิทธิของคนงานที่รับเข้ามาด้วย

                6.กรณีวีซ่าประเภท H2B เพื่อจ้างคนงานเข้ามาทำงานตามฤดูกาลเช่นกลุ่มคนสวนจัดภูมิทัศน์ คนงานบริการตามสถานที่พักผ่อนตากอากาศ,ท่องเที่ยวหรือโรงแรมและอุตสาหกรรมอื่นๆจะต้องเร่งรัดอย่าให้เกิดการชักช้า

                7.กรณีการมอบวีซ่านักวิชาชีพ(professional workers) แก่ชาวแคนาดาและเม็กซิโกเข้ามาทำงานในสหรัฐให้ขยายเวลาจากเดิมครั้งละ 1 ปีเป็น 3 ปี

                8.เพิ่มงบประมาณมากขึ้นเพื่อเร่งรัดการตรวจสอบประวัติ (background checks) คนเข้าเมือง

                9.มอบหมายให้สำนักงานโซเชี่ยล เซเคียวริตี้และกระทรวงความมั่นคงภายในดำเนินการไม่ให้เครดิตสะสมในระบบประกันสังคมแก่คนที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย

                10.ขยายรายชื่อสมาชิกแก๊งจากประเทศต่างๆที่สมาชิกของแก๊งเหล่านี้ถูกห้ามเข้าสหรัฐอเมริกา

                11.จัดทำระบบการตรวจสอบการออกนอกประเทศของชาวต่างชาติเพิ่มเติม ทั้งที่เดินทางออกจากสหรัฐโดยทางอากาศ,ทางพื้นดินและทางเรือ

                12.ภายในวันที่ 31 มกราคม 2008 พลเมืองอเมริกันที่เดินทางกลับเข้าประเทศจากแคนาดา,เม็กซิโกและประเทศแคริบเบี้ยนโดยทางท่าเรือและทางภาคพื้นดินจะต้องถือพาสปอร์ตอเมริกันกลับเข้ามา

                13.กระทรวงความมั่นคงภายในจะต้องรายงานด้านชายแดนเป็นประจำ

อ่านข่าวร่างกฎหมายปฏิรูปคนเข้าเมืองทั้งหมดที่ผ่านมา http://www.apacnews.net/newsages1_2007/robinhood320.htm

อ่านต่อ.....อิมมิเกรชั่นบุกวัดไทยในสหรัฐหาทิดใบเขียวแนะสมัชชาสงฆ์แจ้งวัดต่างๆให้ตามตัวได้

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy