่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
รายงาน: ฟรีเวย์ 210
East ช่วงสุดท้ายเปิดใช้สิ้นก.ค.
ชี้นำความเจริญรุ่งเรืองเข้าสู่หลายเมือง-บ้านมีราคาดีขึ้น
เดือนกรกฎาคม 2007 นี้ฟรีเวย์ 210 ช่วงสุดท้ายจะเปิดใช้ได้จากเมือง Rancho Cucamonga ต่อไปถึงซาน
เบอร์นาดิโน จะนำความเจริญรุ่งเรืองเข้าไปยังอีกหลายเมืองที่ฟรีเวย์ตัดผ่าน
โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้าและอื่นๆ
ฟรีเวย์สาย 210 เรียกเป็นทางการว่า
The Foothill Freeway หรือ Interstate
210 (I-210) เริ่มจากทิศตะวันตกใกล้เมือง Sylmar ในเขตซาน
เฟอร์นันโด แวลเลย์บริเวณฟรีเวย์สาย 5 มาถึงเมืองเกลนดอรา
(Glendora)นับระยะทางได้
68 ไมล์
จากนั้นได้มีการก่อสร้างต่อออกไปอีกโดยฟรีเวย์สายนี้สร้างจาก Orange Freeway (State Route
57) ที่เมืองซาน ดิมาส( San Dimas)ตรงไปยัง Ontario
Freeway (I-15) ที่เมืองคูคามังก้า(
Rancho Cucamonga)เสร็จในปี 2003
ต่อมาจากคูคามังก้าฟรีเวย์ 210 จะตรงดิ่งไปบรรจบเส้นทาง CA 30 ที่เมือง Highland เขต
ซานเบอร์นาดิโน เคาน์ตี้ แล้วเลี้ยงลงใต้ไปบรรจบกับฟรีเวย์ 10 ( I-10) ที่เมือง
Redland
ระยะทางจากเมืองเกลนดอราถึงเมือง Redlands รวม 44 ไมล์
ที่เพิ่งสร้างเสร็จก็ช่วงจากเมือง
Rialto ไปถึง San Bernardino ระยะทาง 7.5 ไมล์ เพราะการก่อสร้างกระทำเป็นช่วงๆไป เมื่อตรงนี้เสร็จทุกอย่างก็ต่อเชื่อมกันได้ตลอดสาย
มูลเหตุก็เพื่อทำถนนหนทางให้ประชาชนได้ใช้คู่ขนาดกับฟรีเวย์สาย 10 ตลอดจนการจราจรบนถนนFoothill
Boulevard และถนน Base Line เพื่อผ่องถ่ายการจราจรที่คับคั่งลงได้บ้าง ดังนั้นหากเรานับจากเมืองเกลนดอรา ตรงฟรีเวย์สาย 605 North
สุดสาย ตรงเข้าฟรีเวย์ 210 East แล้วจะผ่านหลายเมืองอาทิเช่นเกลนดอรา,อะซูซา,ซาน
ดิมาส,Upland,Rancho Cucamonga, Fontana,Rialto,San Bernardino,Highland และบรรจบกับ I-10 ที่เมือง Redlands
เมื่อก่อนเราเคยเห็นป้ายฟรีเวย์สีเขียวที่เขียนว่า SR210 (California State Route
210)ต่อไปก็จะเห็นป้ายฟรีเวย์ Interstate(I-210) แทน
ทาง Interstate มาจากคำว่า the Interstate Highway System ของสหรัฐเริ่มใช้ในสมัยไอเซนฮาวเออร์ เป็นประธานาธิบดีชื่อเต็มคือ
The
Dwight D. Eisenhower National System of Interstate and Defense
Highways เป็นระบบเชื่อมต่อของถนนหนทางระหว่างรัฐ ปัจจุบันเรียกว่าฟรีเวย์ เมื่อนับถึงปี
2004 มีความยาวรวมกัน 46,837 ไมล์
Interstate Highwaysจะรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง แต่ละรัฐเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างให้ได้มาตรฐานตามที่รัฐบาลกลางวางไว้
โดยให้รัฐนั้นๆเป็นเจ้าของ,ผู้ก่อสร้างและดูแลรักษาในรัฐของตน
ผลทางด้านการคมนาคม
เมื่อฟรีเวย์ 210 เปิดครบถ้วนแล้วการเดินทางก็จะสะดวกมากขึ้น ประชาชนมีทางเลือกนอกเหนือจากฟรีเวย์สาย 60,สาย
10 แล้วก็มีสาย 210 เพิ่มเติมจากแอล.เอ.ที่จะตรงไปยังทางตะวันออกหรือ Inland Empire นอกจากนี้หากแล่นฟรีเวย์ 210 ไปถึงเมืองคูคามังก้า ใช้สาย 15 ขึ้นเหนือก็ตรงไปยังลาส เวกัส รัฐเนวาด้า ถ้าลงใต้ก็ไปซาน ดิเอโก้ หรือขับไปอีกหน่อยเมื่อพบกับฟรีเวย์
215 ขึ้นเหนือก็จะไปจดสาย 15 ที่เมือง Devore
ขับต่อไปเมื่อพบสาย 18 และสาย 330 บริเวณซาน เบอร์นาดิโนจะไป Lake Arrowhead หรือเมือง
Big
Bears ก็สะดวกหรือหากท่านชอบเล่นการพนันขับไปออกถนน Highland ก็จะมีบ่อน
อินเดียนชื่อ San Manuel ตั้งอยู่
ถ้าไม่แวะขับตรงลงใต้ก็จะไปจดฟรีเวย์สาย 10
เพื่อไปยังเมือง Beaumont, Banning, Palm
Springs ไปจนถึงรัฐอริโซน่าก็ได้
คาดว่าเศรษฐกิจบูมแน่นอน
วันที่ 19 กรกฎาคมเป็นวันประกาศว่าฟรีเวย์สาย 210 สร้างเสร็จแล้ว
แต่กว่าจะเปิดใช้ได้น่าจะเป็นสิ้นเดือนกรกฎาคมหรือต้นสิงหาคมเพราะทราบว่าต้องเก็บกวาดให้เรียบร้อย
คงจำกันได้ว่าเมื่อฟรีเวย์สาย 210 สร้างบรรจบที่เมือง
Rancho Cucamonga และ Fontana Fontana
เศรษฐกิจบูมมากขึ้นมีคนเข้าไปตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่มาก ห้างสรรพสินค้าต่างๆผุดขึ้นเพื่อตอบรับกับความเจริญของชุมชน
คราวนี้เมือง Rialto และ San Bernardino ก็มีความหวังเช่นเดียวกัน กล่าวคือเมือง Rialto มีโครงการฟื้นฟูเรียกว่า Renaissance Rialto ใช้พื้นที่ 1,500 เอเคอร์ตลอดแนวฟรีเวย์
210 ทางด้านตะวันตกของถนน Ayala Avenue ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสนามบิน the Rialto Municipal Airport แต่ต้องย้ายผู้อยู่ 127
คนออกจากพื้นที่ก่อนเริ่มโครงการคาดว่าเดือนพฤศจิกายน 2007 ทุกอย่างจะดำเนินการได้
ทั้งนี้จะมีห้างสรรพสินค้าต่างๆเข้าไปตั้งอาทิเช่น
Target,
Ross, TJ Maxx,Best Buy, Office Depot,
Big 5, JoAnn Fabrics และ Gold's World Gym คาดว่าซิตี้จะได้รับภาษีจากโครงการนี้ปีละระหว่าง 2-3 ล้านดอลลาร์
ที่เมือง Rialto มีทางขึ้นลงฟรีเวย์ 3 จุดคือที่ Ayala Drive, Riverside Avenue และ Pepper Avenue
Grace Vargas นายกเทศมนตรีหญิงเมืองริอัลโต้หวังว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีมากขึ้นรวมทั้งเศรษฐกิจอื่นๆคงบุกเข้ามาเมืองนี้
จะนำเงินเข้าสู่เมืองมากขึ้น เมื่อมีงานทำคนในเมืองก็จะไม่ออกไปทำงานที่อื่น
นายเอ๊ด
สก๊อต ส.ส.เมืองริอัลโต้ประเมินว่าราคาบ้านใกล้ๆฟรีเวย์น่าจะอยู่หลังละ
400,000 ดอลลาร์
ฟอนทานาคือตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ
นายมาร์ค นัวอิมิ(Mark
Nuaimi)นายกเทศมนตรีเมืองฟอนทานา(Fontana)เชื่อว่าจากประสบการณ์ของฟอนทานาจะเกิดขึ้นกับเมืองริอัลโต้และซาน เบอร์นาดิโนเช่นกัน
จุดแรกเป็นโครงการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยไปได้ดีก่อนโครงการใดๆ
กล่าวคือก่อนเปิดฟรีเวย์ 210 ราคาบ้านฟอนทานาตกระหว่างหลังละ
250,000-275,000 ดอลลาร์ เมื่อฟรีเวย์เปิดมาถึงแล้วบ้านจะตกระหว่าง
500,000-700,000 ดอลลาร์
สาเหตุเพราะคนมีรายได้ดีย้ายเข้ามาอยู่,คนที่มีรายได้ปานกลางก็เพิ่มรายได้ของตนมากขึ้นเมื่อมีการพัฒนาด้านธุรกิจเศรษฐกิจตามมา
นายมาร์คเปิดเผยว่าเมื่อปี 2001 มูลค่าทรัพย์สินของเมืองฟอนทานาอยู่ที่
5.5 พันล้านดอลลาร์ ถึงปี 2006 กระโดดมาเป็น 11.85 พันล้านดอลลาร์และประเมินว่าปี
2007 มูลค่าทรัพย์สินจะเป็น 14 พันล้านดอลลาร์
หากมองทางด้านภาษี(Sales tax)ของฟอนทานาปีงบประมาณ 2000-2001
อยู่ที่ 11.6 ล้านดอลลาร์และในปีงบประมาณ 2008-2009 ประเมินว่าจะมียอดเพิ่มเป็น
29 ล้านดอลลาร์
ด้านการจราจร ฟรีเวย์สายนี้ในส่วนต่อเพิ่มใหม่และเปิดใช้จะมีรถสัญจรวันละ
163,000 คัน เป็นการประเมินจากสำนักงานโครงการร่วมก่อสร้างซาน
เบิร์นนาดิโน(SANBAG)
ใครจะอพยพไปอยู่ย่านฟอนทานา,ริอัลโต้ก็เริ่มมองๆเสีย
เพราะแต่ก่อนเมื่อมีคนชวนไปอยู่คูคามังก้า ซึ่งยังเป็นที่รกร้างและทุ่งว่างเปล่าอยู่
ไม่มีใครสนใจ เดี๋ยวนี้เมืองคูคามังก้าก็บูมแบบสุดๆ คนไทยหลายครอบครัวอพยพเข้าไปอยู่แล้ว
ศึกษาเพิ่มเติมในวิกิพีเดีย http://en.wikipedia.org/wiki/Interstate_210_(California)
|