ป้ายกระดานที่ดร.แหลมทอง ศิลปานนท์ เขียนห้ามบุคคลใดนำชื่อสถานที่เลขที่วัดไปแอบอ้างทำมาหากิน ปิดไว้ที่วัดพุทธิชิโนฮิลส์
สภาพอุโบสถของวัดพุทธิชิโนฮิลส์ที่ยังคงค้างมาตั้งแต่ปี 1996 หลังจากอาจารย์สมบัติ ญาณวโร เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
 
 
 
สมศักดิ์ อมรวุฒิ (กลาง)กำลังนับคะแนนการเลือกตั้งแก้ไขธรรมนูญของวัด
โดยมีสักขีพยานฝ่ายต่างๆไปดูการนับคะแนนเสียงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2550
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

กรรมการวัดพุทธิชิโนฮิลส์ขับ 4 พระพ้นวัด
อุทธรณ์แพ้เลือกตั้งขออยู่อ้างจะเป็นHomeless

                กรรมการวัดพุทธิชิโนฮิลส์ยื่นโนติ๊สขับไล่ 4 พระแพ้เลือกตั้งพ้นวัด รื้อถอนป้ายพุทธชินราช ชิโนฮิลส์  เผยขออยู่ต่อระหว่างยื่นอุทธรณ์แม้จะแพ้เลือกตั้งแล้วก็ตามอ้างจะเป็นพวกโฮมเลส ตำรวจชิโน

ฮิลส์บอกรับรู้เรื่องมา 2 ปีหากพระปาละโทร.ไปอีกจะให้ตั๋วทันที

                เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมานายแหลมทอง ศิลปานนท์ CEO วัดพุทธชิโนฮิลส์ เมืองชิโนฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่าทางคณะกรรมการวัดได้ยื่นโนติ๊สขับไล่ (Eviction)แก่พระ 4 รูปที่อาศัยอยู่ในวัดพุทธิชิโนฮิลส์ ประกอบ ด้วยพระโสมาปาละ นานายะเกระ พระอธิการไสว ชมไกร พระมหาปัญญา สิงห์กวางและพระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา ให้พ้นจากวัด

                นายแหลมทองเปิดเผยว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายนตนพร้อมด้วยคณะกรรมการได้ไปขนสิ่งของต่างๆลงมาจากอาคารด้านบน พร้อมทั้งรื้อป้ายคำว่าวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์จะได้ไม่ทำให้ชาวบ้านที่มาทำบุญสับสนว่ายังมีวัดนี้เหลืออยู่

                ในระหว่างนั้นพระปาละได้โทร.เรียกตำรวจเข้ามาที่วัด ตนจึงได้แสดงหลักฐานต่างๆให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบว่าใครคือผู้รับผิดชอบวัดนี้  ซึ่งตำรวจกล่าวว่ารับทราบปัญหาวัดนี้มา 2 ปีแล้วและไม่ติดใจต่อการกระทำใดๆของคณะกรรมการวัด จากนั้นยังได้หันไปบอกแก่พระปาละว่าหากโทร.แจ้งตำรวจอีกครั้งตำรวจจะมาให้ตั๋วทันที

                ต่อมานายแหลมทองได้เขียนป้ายขึ้นกระดานประกาศห้ามบุคคลหรือคณะนำเอาชื่อ,เลขที่,ที่อยู่สถานที่แห่งนี้ไปจัดกิจกรรมหาผลประโยชน์และตั้งชื่อวัดทับซ้อน

รายงานข่าวเปิดเผยว่าปัญหาของวัดพุทธิชิโนฮิลส์ได้จบลงหลังจากการเลือกตั้งที่ศาลได้มอบหมายให้จัดการเลือกตั้งเพื่อหาผู้บริหารวัดแท้จริง การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งศาลโดยให้อดีตผู้พิพากษาแซม เคียงเซตติ เป็นประธานจัดการเลือกตั้งมีทนายความของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นกรรมการ

ยื่นอุทธรณ์ขออยู่ต่อ

                เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2007 กลุ่มแพ้เลือกตั้งได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีหมายเลข CRVRS  088724 โดยระบุว่าการแต่งตั้งตัวเองของคณะดังกล่าวขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพุทธิชิโนฮิลส์กระทำไม่ถูกต้อง เป้าหมายของกลุ่มบุคคลคณะนี้ต้องการกำจัดพระให้พ้นวัดและทำกำไรจาก Equity ของที่ดินวัด 

คำอุทธรณ์ยอมรับว่าศาลได้สั่งให้จัดการเลือกตั้งแต่ทว่าการเลือกตั้งเป็นไปในทางลับ โดยกลุ่มของตนไม่ได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งจึงขอยื่นอุทธรณ์  ในระหว่างการอุทธรณ์นี้กลุ่มของตนสามารถอยู่ได้อย่างถูกต้องจนกว่าผลอุทธรณ์จะออกมา

                คำอุทธรณ์กล่าวอีกว่าพระในกลุ่มของตนได้รับนิมนต์มาทำงานทางด้านศาสนา พร้อมทั้งมีการทำสัญญาอย่างถูกต้องที่จะอยู่ต่อไปตราบใดที่ยังดำรงสมณเพศอยู่ หน้าที่ดังกล่าวจะต้องเป็นทั้งผู้ดูแลวัด จัดระบบองค์กรและบริหารโปรแกรมการสอนแก่ศาสนิกชน  

หากทางกลุ่มถูกขับไล่ออกไปไม่อาจมีที่อยู่และจะกลายเป็น Homeless  การอนุญาตให้ถูกขับไล่ออกไปจะทำให้ทางกลุ่มของตนยุ่งยากในระหว่างการอุทธรณ์  ถือเป็นการทำลายความสงบสุขของชีวิต รวมทั้งทำลายเสรีภาพของพระและสาวกในด้านปฏิบัติธรรม

ทางด้านนายแหลมทองเปิดเผยว่าการยื่นอุทธรณ์ตนเห็นว่าเป็นการซื้อเวลาเพื่อขออยู่วัดนี้ต่อไปมากกว่า เพราะทางเราได้ทำตามขั้นตอนต่างๆทุกอย่างแล้ว  หากไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งตามคำสั่งศาลก็ไม่ทราบว่าเราจะอยู่กันในประเทศนี้ไปทำไม เป็นการดื้อดึงไม่ยอมรับกฎเกณฑ์และระบบยุติธรรมของสหรัฐ

“ที่บอกว่าทำสัญญาเพื่ออยู่นั้นไม่เห็นมีสัญญาอะไร เรื่องมันเกิดจากพวกเขาแท้ๆ  เมื่อแพ้แล้วก็ไม่ยอมรับ”นายแหลมทองกล่าว

ความเป็นมาของการฟ้องร้อง

                มูลเหตุที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารวัดพุทธิชิโนฮิลส์ขึ้นมาสืบเนื่องมาจากวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นรัฐแคลิฟอร์เนีย (เมืองRancho Cucamonga) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2005 เป็นคดีหมายเลข RCV 088724 โจทก์ในคดีนี้ประกอบด้วยวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์,พระอธิการไสว ชมไกร,พระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา,พระมหาปัญญา สิงห์กวาง,พระมหาชนะ บรรเทาทุกข์,พระโสมาปาละ นานายะการะ โดยมีจำเลย 4 รายประกอบด้วยนางอรวรรณ เกตุพงศ์สุดา,นายประกอบ ทองทา,นายแหลมทอง ศิลปานนท์และวัดพุทธิชิโนฮิลส์ ตามลำดับ

                การยื่นฟ้องดังกล่าวเพื่อยับยั้งไม่ให้จำเลยทั้ง 4 รายเข้าไปทำหน้าที่บริหารวัด  พร้อมทั้งต้องการให้ศาลชี้ขาดว่าใครเป็นผู้มีสิทธิในการเข้าไปบริหาร,จัดองค์กรและดำเนินกิจการของวัด

                ทั้งนี้ภายหลังจากมีการประชุมของกลุ่มพระปาละว่าจะมีการตัดที่ดินวัดขาย  ทำให้พระดร.วิเวก วิเวกานันทะ(ล่วงลับ)ไม่เห็นด้วย จึงได้ไปตามกลุ่มดร.แหลมทอง ศิลปานนท์,นางอรวรรณ เกตุพงษ์สุดาและคนอื่นๆให้เข้ามาช่วยเหลือวัดเพราะธนาคารเดิมไม่ต่ออายุเงินกู้  แต่วัดไม่มีเครดิตจึงไปขอเครดิตนางอรวรรณมาให้ช่วย Co-sign  และจดทะเบียนเข้าไปบริหารวัด เป็นเหตุให้กลุ่มพระปาละยื่นฟ้อง

                ต่อมาวันที่  26 สิงหาคม 2005 จำเลยทั้ง 4 รายได้มอบให้นายเดวิด คริสเตียนสัน เป็นทนายยื่นฟ้องกลับ(Cross-Complaints)โจทก์ทั้งหมด 

ต้องใช้ธรรมนูญเดิม 1996

                ภายหลังจากศาลพิจารณาคดีได้ระยะหนึ่ง ผู้พิพากษาดอนัลด์ จี.อัมฮอฟเฟอร์ ชี้ว่าทั้ง 2 องค์กรใช้ธรรมนูญ (Bylaws)ของตัวเองนั้นไม่ถูกต้อง จะต้องกลับไปใช้ธรรมนูญแรกเริ่มของวัดคือฉบับปี 1996 ที่พระสมบัติ  ญาณวโร ได้จดทะเบียนไว้

                จนกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน 2006 ศาลสั่งให้จัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย (Corporation Code section 9418:c) ให้แต่ละฝ่ายเสนอชื่อผู้ที่จะเข้ามารับเลือกตั้งเป็น directors ของวัดได้อย่างไม่จำกัดจำนวน โดยจะให้ผู้ได้คะแนนสูงสุด 3 คนเข้ามาทำหน้าที่เป็น CEO, Secretary และTreasurer(เหรัญญิก)ขององค์กรนี้ต่อไป 

                ส่วนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะต้องเป็นสมาชิกวัด ณ วันที่ 30 กันยายน 2005 โดยใช้รายชื่อจากวัด,บุคคลที่บริจาคให้วัดโดยใช้เช็คเป็นหลักฐานหรือใบเสร็จ(ใบอนุโมทนาบัตร)ที่ได้รับจากวัด ถือว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

                นอกจากนี้ศาลยังได้แต่งตั้งกรรมการ (Referee) ขึ้นมาเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยกรรมการผู้นี้ทำหน้าที่ตระเตรียมวิธีการลงคะแนนเสียง,วัน-เวลา,การนับคะแนน จากนั้นให้ทำรายงานสรุปต่อศาลถึงผลการเลือกตั้ง

ผู้พิพากษาแต่งตั้ง IVAMS

                เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2006 ศาลแต่งตั้งผู้พิพากษาแซม เคียงเชตติ(เกษียณ)ขึ้นมาเป็น IVAMS และอดีตผู้พิพากษาแซมก็ยอมรับที่จะทำหน้าที่ถือเป็น Special Master ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้

ภายหลังจากได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้วผู้พิพากษาแซมติดต่อพูดคุยกับทนายความทั้งสองฝ่ายประกอบด้วยนายเดวิด คริสเตียนสัน และนายเจอร์รี่ ลา คูส์ (Jerry La Cues) ซึ่งเป็นทนายความของวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์ โดยให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการเรื่องรายชื่อสมาชิกวัดที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง และมีการตรวจทานต่างๆจนทั้งสองฝ่ายพอใจ

จากนั้นมีการประชุมร่วมที่สำนักงานของ IVAMS โดยมีทนายความของสองฝ่ายเข้าร่วมและเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการอำนวยการ(Board of Directors) ของวัดฝ่ายโจทก์เสนอชื่อ 1.พระโสมาปาละ 2.พระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา 3.พระอธิการไสว ชมไกร ส่วนฝ่ายฟ้องกลับเสนอ 3 รายประกอบด้วย1.พระครูสังฆรักษ์จันทึก โพธิสาร 2.พระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอด 3.นายแหลมทอง ศิลปานนท์

เลือกตั้ง 2 วันอาทิตย์

                การประชุมร่วมยังมีมติว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้กระทำในวันอาทิตย์ 2 อาทิตย์ติดต่อกันระหว่างเวลา 9.00 am-4.00 pm โดยเลือกเอาวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายนและวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2007 เป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง  ใช้วัดเป็นสถานที่ลงคะแนน

                คณะกรรมการเลือกตั้งยังจัดทำบัตรเลือกตั้งให้เข้ากับรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง จากนั้นได้จัดส่งออกไปยังบุคคลเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2007 โดยผ่านการไปรษณีย์สหรัฐ (United States mail)เพื่อแจ้งให้มาลงคะแนนเสียงใน 2 วันอาทิตย์ดังกล่าว พร้อมกับให้นำหลักฐานคือใบขับขี่หรืออื่นใดที่มีรูปหน้าของผู้ถือบัตรนั้นมาด้วยเพื่อแสดงต่อกรรมการเลือกตั้ง ก่อนจะไปลงคะแนนเสียงในคูหาที่จัดไว้

                จากรายงานสุดท้าย(the Final Report)ของ IVAMS ส่งถึงศาลระบุว่า ภายหลังจากที่ได้ส่งบัตรเลือกตั้งออกไปเรียบร้อยแล้วทางคณะกรรมการเลือกตั้งได้รับหนังสือจากฝ่ายโจทก์ขอถอนตัวจากการเลือกตั้ง (Notification of Withdrawal or Candidateship)

                อย่างไรก็ตาม Special Master เมื่อได้รับหนังสือแล้วและบัตรเลือกตั้งก็ส่งออกไปเรียบร้อย จึงลงมติให้ดำเนินการเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดการที่วางไว้  เมื่อสอบถามไปยังพระโสมาปาละถึงเหตุผลของการขอถอนตัว พระโสมาปาละได้แจ้งแก่ Special Master ว่าหากตนชนะการเลือกตั้งก็จะยอมรับผลและจะยอมเป็นกรรมการอำนวยการวัดต่อไป

ผลชนะ 441 ต่อ 6 คะแนน

                รายงานสรุปว่าบัตรลงคะแนนเสียงทั้งสองวันนับได้ทั้งหมด 453  ใบ  ในจำนวนนี้มี 3 ใบได้รับโดยไม่มีการลงวันที่ (Validation date) บัตรอีกใบไม่มีหมายเลขบัตร

สรุปแล้วบุคคล 3 คนแรกที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดประกอบด้วยพระครูสังฆรักษ์จันทึก  โพธิสาร 441 คะแนน ,พระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอด 441 คะแนนและนายแหลมทอง ศิลปานนท์ 441 คะแนน ส่วนอีก 3 คนอันเป็นทีมต่อสู้ได้คนละ 6 คะแนน

อดีตผู้พิพากษาแซมระบุว่า The Special Master ได้ดำเนินการเลือกตั้งเสร็จสิ้นตามคำสั่งของศาล ผลการเลือกตั้งก็ได้รับการยอมรับจากทนายความทั้งสองฝ่าย  บัตรลงคะแนนทุกใบจะถูกจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย จนกว่าจะมีคำสั่งศาลออกมาครั้งสุดท้าย(ให้ทำลาย)

อดีตผู้พิพากษาแซมระบุในคำรายงานต่อศาลว่าการกระทำข้างต้นทุกอย่างเป็นความจริง ยินยอมที่จะรับโทษหากมีการกระทำอันเป็นเท็จ (penalty of perjury) จนกระทั่งมีการประกาศเป็นทางการให้พระครูสังฆรักษ์จันทึก โพธิสาร,พระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอดและนายแหลมทอง ศิลปานนท์ ได้รับชัยชนะมีอำนาจเข้าไปบริหารวัดพุทธิชิโนฮิลส์เต็มที่

ผลลงคะแนนแก้ไขธรรมนูญวัดพุทธิชิโนฮิลส์
ผ่านพร้อมเลือกตั้งกรรมการอำนวยการ 9 คน

                เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่วัดพุทธชิโนฮิลส์ระหว่างเวลา 10.00-16.00 น.มีการจัดให้สมาชิกลงคะแนนเพื่อเพิ่มเติมธรรมนูญ(Bylaws)ของวัด ทั้งนี้ตามธรรมนูญเดิมที่พระอาจารย์สมบัติ ญาณวโร ผู้ก่อตั้งวัดจัดทำขึ้นมานั้นเป็นธรรมนูญที่รับเอามาจากโบสถ์คริสต์ โดยไม่ได้ครอบคลุมการปกครองแบบศาสนาพุทธ คณะกรรมการฯจึงแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม

                ทั้งนี้เนื้อหาที่ต้องเพิ่มเติมประกอบด้วย 1.กำหนดส่วนของพระสงฆ์โดยให้มีตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด 2.เพิ่มเติมคณะกรรมการอำนวยการจาก 1 ปีเป็น 3 ปีเพื่อความเพียงพอในการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง  3.เพิ่มเติมคณะกรรมการอำนวยการจาก 3 เป็น 9 คน

                ภายหลังจากการปิดหีบเพื่อนับคะแนนโดยมีนายสมศักดิ์ อมรวุฒิ เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการนับคะแนนปรากฎว่ามีผู้เห็นด้วยในการแก้ไขธรรมนูญและยอมรับการเพิ่มเติมตำแหน่งกรรมการอำนวยการ 94 ราย ไม่เห็นด้วย 11 ราย อีก 2 รายไม่มีความเห็นจากบัตรลงคะแนนทั้งหมด 107 ราย

                ขณะเดียวกันได้มีผู้ลงรายชื่อเป็นบัญชีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขธรรมนูญอีก 52 คนยื่นผ่านมายังคณะกรรมการฯ แต่ถือว่าขาดคุณสมบัติ  ผู้ลงคะแนนเสียงจะต้องไปปรากฎตัวในคูหา เพราะไม่ได้มีการลงคะแนนทางไปรษณีย์

                อย่างไรก็ตามคณะกรรมการเลือกตั้งเห็นว่าแม้จะนำรายชื่อ 52 รายมานับรวมกับ 11 รายเป็น 63 รายก็ยังแพ้ผู้เห็นด้วยกับการแก้ไขอยู่ดี  เอกสารทั้งหมดนายสมศักดิ์ได้บรรจุลงในซองปิดผนึกและให้มีการเซ็นบริเวณปิดผนึก 4 คนประกอบด้วยพระครูสังฆรักษ์จันทึก โฆสิโต,พระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอด,นายแหลมทอง ศิลปานนท์และนายสมศักดิ์ อมรวุฒิ โดยนายสมศักดิ์ในฐานคนกลางเป็นผู้จัดเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

                สำหรับคณะกรรมการบอร์ด 9 คนประกอบด้วย 3 ชุดคือประเภทอยู่ในวาระ 1 ปีมีนายสมพงษ์ ศิลปวิเศษกุล,นายทิม เมย์,นายสมชาย ไทยทัน ประเภท 2 ปีประกอบด้วยนายชาติ เหมือนรักษา,นายปกรณ์ เกตุพงษ์สุดา,นายดิเรก ฤกษ์สำราญ ประเภท 3 ปีประกอบ้วยดร.แหลมทอง ศิลปานนท์,พระครูจันทึก โพธิสารและพระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอด

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy