่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
กรรมการวัดพุทธิชิโนฮิลส์ขับ 4 พระพ้นวัด
อุทธรณ์แพ้เลือกตั้งขออยู่อ้างจะเป็นHomeless
กรรมการวัดพุทธิชิโนฮิลส์ยื่นโนติ๊สขับไล่ 4 พระแพ้เลือกตั้งพ้นวัด
รื้อถอนป้ายพุทธชินราช ชิโนฮิลส์ เผยขออยู่ต่อระหว่างยื่นอุทธรณ์แม้จะแพ้เลือกตั้งแล้วก็ตามอ้างจะเป็นพวกโฮมเลส
ตำรวจชิโน
ฮิลส์บอกรับรู้เรื่องมา 2 ปีหากพระปาละโทร.ไปอีกจะให้ตั๋วทันที
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมานายแหลมทอง ศิลปานนท์ CEO วัดพุทธชิโนฮิลส์
เมืองชิโนฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่าทางคณะกรรมการวัดได้ยื่นโนติ๊สขับไล่
(Eviction)แก่พระ 4 รูปที่อาศัยอยู่ในวัดพุทธิชิโนฮิลส์
ประกอบ ด้วยพระโสมาปาละ นานายะเกระ พระอธิการไสว ชมไกร พระมหาปัญญา
สิงห์กวางและพระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา ให้พ้นจากวัด
นายแหลมทองเปิดเผยว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายนตนพร้อมด้วยคณะกรรมการได้ไปขนสิ่งของต่างๆลงมาจากอาคารด้านบน
พร้อมทั้งรื้อป้ายคำว่าวัดพระพุทธชินราช ชิโนฮิลส์จะได้ไม่ทำให้ชาวบ้านที่มาทำบุญสับสนว่ายังมีวัดนี้เหลืออยู่
ในระหว่างนั้นพระปาละได้โทร.เรียกตำรวจเข้ามาที่วัด ตนจึงได้แสดงหลักฐานต่างๆให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบว่าใครคือผู้รับผิดชอบวัดนี้
ซึ่งตำรวจกล่าวว่ารับทราบปัญหาวัดนี้มา 2
ปีแล้วและไม่ติดใจต่อการกระทำใดๆของคณะกรรมการวัด จากนั้นยังได้หันไปบอกแก่พระปาละว่าหากโทร.แจ้งตำรวจอีกครั้งตำรวจจะมาให้ตั๋วทันที
ต่อมานายแหลมทองได้เขียนป้ายขึ้นกระดานประกาศห้ามบุคคลหรือคณะนำเอาชื่อ,เลขที่,ที่อยู่สถานที่แห่งนี้ไปจัดกิจกรรมหาผลประโยชน์และตั้งชื่อวัดทับซ้อน
รายงานข่าวเปิดเผยว่าปัญหาของวัดพุทธิชิโนฮิลส์ได้จบลงหลังจากการเลือกตั้งที่ศาลได้มอบหมายให้จัดการเลือกตั้งเพื่อหาผู้บริหารวัดแท้จริง
การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งศาลโดยให้อดีตผู้พิพากษาแซม
เคียงเซตติ เป็นประธานจัดการเลือกตั้งมีทนายความของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นกรรมการ
ยื่นอุทธรณ์ขออยู่ต่อ
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2007 กลุ่มแพ้เลือกตั้งได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีหมายเลข
CRVRS 088724 โดยระบุว่าการแต่งตั้งตัวเองของคณะดังกล่าวขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพุทธิชิโนฮิลส์กระทำไม่ถูกต้อง
เป้าหมายของกลุ่มบุคคลคณะนี้ต้องการกำจัดพระให้พ้นวัดและทำกำไรจาก
Equity ของที่ดินวัด
คำอุทธรณ์ยอมรับว่าศาลได้สั่งให้จัดการเลือกตั้งแต่ทว่าการเลือกตั้งเป็นไปในทางลับ
โดยกลุ่มของตนไม่ได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งจึงขอยื่นอุทธรณ์ ในระหว่างการอุทธรณ์นี้กลุ่มของตนสามารถอยู่ได้อย่างถูกต้องจนกว่าผลอุทธรณ์จะออกมา
คำอุทธรณ์กล่าวอีกว่าพระในกลุ่มของตนได้รับนิมนต์มาทำงานทางด้านศาสนา
พร้อมทั้งมีการทำสัญญาอย่างถูกต้องที่จะอยู่ต่อไปตราบใดที่ยังดำรงสมณเพศอยู่
หน้าที่ดังกล่าวจะต้องเป็นทั้งผู้ดูแลวัด จัดระบบองค์กรและบริหารโปรแกรมการสอนแก่ศาสนิกชน
หากทางกลุ่มถูกขับไล่ออกไปไม่อาจมีที่อยู่และจะกลายเป็น
Homeless การอนุญาตให้ถูกขับไล่ออกไปจะทำให้ทางกลุ่มของตนยุ่งยากในระหว่างการอุทธรณ์ ถือเป็นการทำลายความสงบสุขของชีวิต
รวมทั้งทำลายเสรีภาพของพระและสาวกในด้านปฏิบัติธรรม
ทางด้านนายแหลมทองเปิดเผยว่าการยื่นอุทธรณ์ตนเห็นว่าเป็นการซื้อเวลาเพื่อขออยู่วัดนี้ต่อไปมากกว่า
เพราะทางเราได้ทำตามขั้นตอนต่างๆทุกอย่างแล้ว หากไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งตามคำสั่งศาลก็ไม่ทราบว่าเราจะอยู่กันในประเทศนี้ไปทำไม
เป็นการดื้อดึงไม่ยอมรับกฎเกณฑ์และระบบยุติธรรมของสหรัฐ
ที่บอกว่าทำสัญญาเพื่ออยู่นั้นไม่เห็นมีสัญญาอะไร
เรื่องมันเกิดจากพวกเขาแท้ๆ เมื่อแพ้แล้วก็ไม่ยอมรับนายแหลมทองกล่าว
ความเป็นมาของการฟ้องร้อง
มูลเหตุที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารวัดพุทธิชิโนฮิลส์ขึ้นมาสืบเนื่องมาจากวัดพระพุทธชินราช
ชิโนฮิลส์ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรได้ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นรัฐแคลิฟอร์เนีย
(เมืองRancho Cucamonga) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2005
เป็นคดีหมายเลข RCV 088724 โจทก์ในคดีนี้ประกอบด้วยวัดพระพุทธชินราช
ชิโนฮิลส์,พระอธิการไสว ชมไกร,พระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา,พระมหาปัญญา
สิงห์กวาง,พระมหาชนะ บรรเทาทุกข์,พระโสมาปาละ นานายะการะ โดยมีจำเลย
4 รายประกอบด้วยนางอรวรรณ เกตุพงศ์สุดา,นายประกอบ ทองทา,นายแหลมทอง
ศิลปานนท์และวัดพุทธิชิโนฮิลส์ ตามลำดับ
การยื่นฟ้องดังกล่าวเพื่อยับยั้งไม่ให้จำเลยทั้ง 4 รายเข้าไปทำหน้าที่บริหารวัด
พร้อมทั้งต้องการให้ศาลชี้ขาดว่าใครเป็นผู้มีสิทธิในการเข้าไปบริหาร,จัดองค์กรและดำเนินกิจการของวัด
ทั้งนี้ภายหลังจากมีการประชุมของกลุ่มพระปาละว่าจะมีการตัดที่ดินวัดขาย ทำให้พระดร.วิเวก วิเวกานันทะ(ล่วงลับ)ไม่เห็นด้วย
จึงได้ไปตามกลุ่มดร.แหลมทอง ศิลปานนท์,นางอรวรรณ เกตุพงษ์สุดาและคนอื่นๆให้เข้ามาช่วยเหลือวัดเพราะธนาคารเดิมไม่ต่ออายุเงินกู้ แต่วัดไม่มีเครดิตจึงไปขอเครดิตนางอรวรรณมาให้ช่วย
Co-sign และจดทะเบียนเข้าไปบริหารวัด เป็นเหตุให้กลุ่มพระปาละยื่นฟ้อง
ต่อมาวันที่ 26 สิงหาคม 2005 จำเลยทั้ง 4 รายได้มอบให้นายเดวิด
คริสเตียนสัน เป็นทนายยื่นฟ้องกลับ(Cross-Complaints)โจทก์ทั้งหมด
ต้องใช้ธรรมนูญเดิม 1996
ภายหลังจากศาลพิจารณาคดีได้ระยะหนึ่ง ผู้พิพากษาดอนัลด์
จี.อัมฮอฟเฟอร์ ชี้ว่าทั้ง 2 องค์กรใช้ธรรมนูญ (Bylaws)ของตัวเองนั้นไม่ถูกต้อง
จะต้องกลับไปใช้ธรรมนูญแรกเริ่มของวัดคือฉบับปี 1996 ที่พระสมบัติ ญาณวโร ได้จดทะเบียนไว้
จนกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน 2006 ศาลสั่งให้จัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย
(Corporation
Code section 9418:c) ให้แต่ละฝ่ายเสนอชื่อผู้ที่จะเข้ามารับเลือกตั้งเป็น
directors ของวัดได้อย่างไม่จำกัดจำนวน
โดยจะให้ผู้ได้คะแนนสูงสุด 3 คนเข้ามาทำหน้าที่เป็น CEO,
Secretary และTreasurer(เหรัญญิก)ขององค์กรนี้ต่อไป
ส่วนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะต้องเป็นสมาชิกวัด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2005 โดยใช้รายชื่อจากวัด,บุคคลที่บริจาคให้วัดโดยใช้เช็คเป็นหลักฐานหรือใบเสร็จ(ใบอนุโมทนาบัตร)ที่ได้รับจากวัด
ถือว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
นอกจากนี้ศาลยังได้แต่งตั้งกรรมการ (Referee) ขึ้นมาเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยกรรมการผู้นี้ทำหน้าที่ตระเตรียมวิธีการลงคะแนนเสียง,วัน-เวลา,การนับคะแนน
จากนั้นให้ทำรายงานสรุปต่อศาลถึงผลการเลือกตั้ง
ผู้พิพากษาแต่งตั้ง IVAMS
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2006 ศาลแต่งตั้งผู้พิพากษาแซม
เคียงเชตติ(เกษียณ)ขึ้นมาเป็น IVAMS และอดีตผู้พิพากษาแซมก็ยอมรับที่จะทำหน้าที่ถือเป็น Special Master
ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้
ภายหลังจากได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้วผู้พิพากษาแซมติดต่อพูดคุยกับทนายความทั้งสองฝ่ายประกอบด้วยนายเดวิด
คริสเตียนสัน และนายเจอร์รี่ ลา คูส์ (Jerry La Cues) ซึ่งเป็นทนายความของวัดพระพุทธชินราช
ชิโนฮิลส์ โดยให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการเรื่องรายชื่อสมาชิกวัดที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง
และมีการตรวจทานต่างๆจนทั้งสองฝ่ายพอใจ
จากนั้นมีการประชุมร่วมที่สำนักงานของ
IVAMS โดยมีทนายความของสองฝ่ายเข้าร่วมและเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการอำนวยการ(Board
of Directors) ของวัดฝ่ายโจทก์เสนอชื่อ 1.พระโสมาปาละ
2.พระมหาเชิดศักดิ์ ทองมา 3.พระอธิการไสว ชมไกร ส่วนฝ่ายฟ้องกลับเสนอ
3 รายประกอบด้วย1.พระครูสังฆรักษ์จันทึก โพธิสาร 2.พระครูใบฎีกาฐิติกร
คำโอด 3.นายแหลมทอง ศิลปานนท์
เลือกตั้ง 2 วันอาทิตย์
การประชุมร่วมยังมีมติว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้กระทำในวันอาทิตย์
2 อาทิตย์ติดต่อกันระหว่างเวลา 9.00 am-4.00 pm โดยเลือกเอาวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายนและวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2007 เป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ใช้วัดเป็นสถานที่ลงคะแนน
คณะกรรมการเลือกตั้งยังจัดทำบัตรเลือกตั้งให้เข้ากับรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง
จากนั้นได้จัดส่งออกไปยังบุคคลเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน
2007 โดยผ่านการไปรษณีย์สหรัฐ (United
States mail)เพื่อแจ้งให้มาลงคะแนนเสียงใน 2 วันอาทิตย์ดังกล่าว
พร้อมกับให้นำหลักฐานคือใบขับขี่หรืออื่นใดที่มีรูปหน้าของผู้ถือบัตรนั้นมาด้วยเพื่อแสดงต่อกรรมการเลือกตั้ง
ก่อนจะไปลงคะแนนเสียงในคูหาที่จัดไว้
จากรายงานสุดท้าย(the Final Report)ของ IVAMS ส่งถึงศาลระบุว่า ภายหลังจากที่ได้ส่งบัตรเลือกตั้งออกไปเรียบร้อยแล้วทางคณะกรรมการเลือกตั้งได้รับหนังสือจากฝ่ายโจทก์ขอถอนตัวจากการเลือกตั้ง
(Notification of Withdrawal or Candidateship)
อย่างไรก็ตาม Special Master เมื่อได้รับหนังสือแล้วและบัตรเลือกตั้งก็ส่งออกไปเรียบร้อย
จึงลงมติให้ดำเนินการเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดการที่วางไว้ เมื่อสอบถามไปยังพระโสมาปาละถึงเหตุผลของการขอถอนตัว
พระโสมาปาละได้แจ้งแก่ Special Master
ว่าหากตนชนะการเลือกตั้งก็จะยอมรับผลและจะยอมเป็นกรรมการอำนวยการวัดต่อไป
ผลชนะ 441 ต่อ 6 คะแนน
รายงานสรุปว่าบัตรลงคะแนนเสียงทั้งสองวันนับได้ทั้งหมด
453 ใบ ในจำนวนนี้มี 3 ใบได้รับโดยไม่มีการลงวันที่
(Validation date) บัตรอีกใบไม่มีหมายเลขบัตร
สรุปแล้วบุคคล 3 คนแรกที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดประกอบด้วยพระครูสังฆรักษ์จันทึก โพธิสาร 441 คะแนน ,พระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอด
441 คะแนนและนายแหลมทอง ศิลปานนท์ 441 คะแนน ส่วนอีก 3 คนอันเป็นทีมต่อสู้ได้คนละ
6 คะแนน
อดีตผู้พิพากษาแซมระบุว่า
The Special Master ได้ดำเนินการเลือกตั้งเสร็จสิ้นตามคำสั่งของศาล
ผลการเลือกตั้งก็ได้รับการยอมรับจากทนายความทั้งสองฝ่าย บัตรลงคะแนนทุกใบจะถูกจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
จนกว่าจะมีคำสั่งศาลออกมาครั้งสุดท้าย(ให้ทำลาย)
อดีตผู้พิพากษาแซมระบุในคำรายงานต่อศาลว่าการกระทำข้างต้นทุกอย่างเป็นความจริง
ยินยอมที่จะรับโทษหากมีการกระทำอันเป็นเท็จ (penalty
of perjury) จนกระทั่งมีการประกาศเป็นทางการให้พระครูสังฆรักษ์จันทึก
โพธิสาร,พระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอดและนายแหลมทอง ศิลปานนท์ ได้รับชัยชนะมีอำนาจเข้าไปบริหารวัดพุทธิชิโนฮิลส์เต็มที่
ผลลงคะแนนแก้ไขธรรมนูญวัดพุทธิชิโนฮิลส์
ผ่านพร้อมเลือกตั้งกรรมการอำนวยการ 9 คน
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่วัดพุทธชิโนฮิลส์ระหว่างเวลา
10.00-16.00 น.มีการจัดให้สมาชิกลงคะแนนเพื่อเพิ่มเติมธรรมนูญ(Bylaws)ของวัด ทั้งนี้ตามธรรมนูญเดิมที่พระอาจารย์สมบัติ
ญาณวโร ผู้ก่อตั้งวัดจัดทำขึ้นมานั้นเป็นธรรมนูญที่รับเอามาจากโบสถ์คริสต์
โดยไม่ได้ครอบคลุมการปกครองแบบศาสนาพุทธ คณะกรรมการฯจึงแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม
ทั้งนี้เนื้อหาที่ต้องเพิ่มเติมประกอบด้วย 1.กำหนดส่วนของพระสงฆ์โดยให้มีตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด
2.เพิ่มเติมคณะกรรมการอำนวยการจาก 1 ปีเป็น 3 ปีเพื่อความเพียงพอในการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง 3.เพิ่มเติมคณะกรรมการอำนวยการจาก 3 เป็น
9 คน
ภายหลังจากการปิดหีบเพื่อนับคะแนนโดยมีนายสมศักดิ์ อมรวุฒิ
เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการนับคะแนนปรากฎว่ามีผู้เห็นด้วยในการแก้ไขธรรมนูญและยอมรับการเพิ่มเติมตำแหน่งกรรมการอำนวยการ
94 ราย ไม่เห็นด้วย 11 ราย อีก 2 รายไม่มีความเห็นจากบัตรลงคะแนนทั้งหมด
107 ราย
ขณะเดียวกันได้มีผู้ลงรายชื่อเป็นบัญชีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขธรรมนูญอีก
52 คนยื่นผ่านมายังคณะกรรมการฯ แต่ถือว่าขาดคุณสมบัติ ผู้ลงคะแนนเสียงจะต้องไปปรากฎตัวในคูหา เพราะไม่ได้มีการลงคะแนนทางไปรษณีย์
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการเลือกตั้งเห็นว่าแม้จะนำรายชื่อ
52 รายมานับรวมกับ 11 รายเป็น 63 รายก็ยังแพ้ผู้เห็นด้วยกับการแก้ไขอยู่ดี เอกสารทั้งหมดนายสมศักดิ์ได้บรรจุลงในซองปิดผนึกและให้มีการเซ็นบริเวณปิดผนึก
4 คนประกอบด้วยพระครูสังฆรักษ์จันทึก โฆสิโต,พระครูใบฎีกาฐิติกร
คำโอด,นายแหลมทอง ศิลปานนท์และนายสมศักดิ์ อมรวุฒิ โดยนายสมศักดิ์ในฐานคนกลางเป็นผู้จัดเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
สำหรับคณะกรรมการบอร์ด 9 คนประกอบด้วย 3 ชุดคือประเภทอยู่ในวาระ
1 ปีมีนายสมพงษ์ ศิลปวิเศษกุล,นายทิม เมย์,นายสมชาย ไทยทัน ประเภท
2 ปีประกอบด้วยนายชาติ เหมือนรักษา,นายปกรณ์ เกตุพงษ์สุดา,นายดิเรก
ฤกษ์สำราญ ประเภท 3 ปีประกอบ้วยดร.แหลมทอง ศิลปานนท์,พระครูจันทึก
โพธิสารและพระครูใบฎีกาฐิติกร คำโอด
|