ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนามาปาฐกถาพิเศษ”พรจากฟ้า พรพอเพียง”ที่วัดป่าธรรมชาติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนในโอกาสครบรอบ 80 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภาพหลังจากการบรรยายเสร็จได้ถ่ายภาพร่วมกับพระสงฆ์และผู้ไปร่วมฟัง
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

ดร.สุเมธ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาปาฐกถา”พรจากฟ้า
พรพอเพียง”ชี้ทำร้านอาหารขายดีแล้วต้องคงคุณภาพ

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาพบคนไทยที่วัดป่าฯ ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ยึดหลักพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ภายใต้ความรู้คู่คุณธรรม วอนคนไทยช่วยกันรักษาแผ่นดินเพื่อให้ทรงเบาพระราชหฤทัย

                เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนระหว่างเวลา13.00 - 16.00 น.ที่วัดป่าธรรมชาติ การบินไทยได้จัดปาฐกถา “พรจากฟ้า พรพอเพียง”เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยมีดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นองค์ปาฐก

                นอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่านแล้ว การปาฐกถาในครั้งนี้ยังมุ่งหวังให้คนไทยในต่างประเทศได้นำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติในการครองตน โดยเฉพาะแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                ดร.สุเมธกล่าวเริ่มต้นว่า สำหรับผู้ที่ได้จากบ้านมานาน เรื่องราวในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯถือว่าเป็นที่ปรารถนาที่จะรับทราบกันโดยตลอด ถือเป็นการบอกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ไม่ได้เป็นการปาฐากถาแบบที่ตั้งชื่อเอาไว้

                เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวต่อว่า 60 ปีแห่งการครองราชย์ถือว่ายาวนานที่สุดในโลก เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มีให้เห็นแล้ว เพราะไม่มีครั้งใดเลยที่พระมหากษัตริย์ทั่วโลกจะมาชุมชุมในวาระเดียวกันได้ครบถ้วนเหมือนที่ปีที่ผ่านมาระหว่างพระราชพิธีใหญ่

                “พระองค์ท่านเคยรับสั่งว่าไม่เคยรู้ตัวว่าต้องขึ้นมาครองราชย์ เป็นสิ่งที่ผมฟังแล้วขนลุกเพราะรับสั่งอย่างสามัญเหลือเกินว่า คิดแต่เพียงว่าจะทำงานพระราชพิธีศพของพี่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะดีได้” ดร.สุเมธกล่าวและว่าเมื่อพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์มาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ พวกเราชาวไทยได้พิสูจน์แล้วว่า พระองค์ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่กษัตริย์ได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดในโลกพระองค์หนึ่ง

                เรื่องการทรงงานกับพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวฯดร.สุเมธกล่าวว่าจะอยู่คู่กัน ทรงเสด็จบ้านห้วยมงคล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งถือว่าเป็นโครงการพระราชดำริโครงการแรกในการสร้างถนน ส่วนอีกหนึ่งโครงการประวัติศาสตร์ ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์สร้างเขื่อนเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยังใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ ถือเป็นครั้งแรกในการเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้ประโยชน์

                “น้ำคือชีวิต อย่าลืมว่าประเทศเราเป็นประเทศของเกษตรกร น้ำมีความสำคัญมาก จะสังเกตว่าบ้านเราน้ำท่วม น้ำแล้ง เดี๋ยวน้ำท่วมอีก ถ้าจะบอกว่าไม่มีน้ำก็ไม่ได้ เพราะเวลามีก็มีเกินไป ถ้ามีเกินแล้วไม่เก็บไว้ ก็ทิ้งทะเลไป” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวยกตัวอย่าง

                ดร.สุเมธกล่าวด้วยว่า ในปี 2531 ได้ตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีในพระบรมราชานุเคราะห์ หรือในพระบรมราชาอุปถัมภ์ต่อท้าย สาเหตุเนื่องจากว่า เป็นมูลนิธิซึ่งพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเป็นนายกด้วยพระองค์เอง มีสมเด็จพระเทพฯทรงเป็นซีอีโอ คือประธานบริหาร และพระองค์ทรงออกแบบตราของมูลนิธิด้วยพระองค์เอง

                ดร.สุเมธกล่าวอธิบายความหมายของตราสัญลักษณ์มูลนิธิว่า “การเข้าไปแก้ไขปัญหาของประชาชนเหมือนการเข้าสู่สงคราม คือต้องต่อสู้กับปัญหา ผลสุดท้ายต้องได้รับชัยชนะด้วย ทรงเห็นว่าปัญหาของประเทศจะทำสำเร็จได้ต้องผ่านการพัฒนา เป็นการพัฒนาเพื่อไปสู่ชัยชนะจึงตั้งชื่อว่ามูลนิธิชัยพัฒนา”

                เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวว่า ศึกในการแก้ปัญหาพระองค์จะทรงนำทัพเอง และให้มีกองทัพตามหลัง โดยให้มีคนไทยทุกคนเข้ามาอยู่ในกองทัพช่วยขจัดปัญหาออกจากประเทศให้หมด เพื่อให้ประเทศมีความเจริญงอกงาม มีความร่ำรวย ขณะเดียวกันก็มีดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของศาสนา เป็นคุณธรรม จริยธรรมความดี ฉะนั้นรวยแล้วต้องนำความสุขสงบสู่แผ่นดินด้วย       

                ดร.สุเมธกล่าวว่า ไม่ต้องแปลกใจที่ฝรั่งถวายพระราชสมัญญานามว่า “Working Monarch” เป็นกษัตริย์ที่ทรงงาน เนื่องจากนับตั้งแต่ตนถวายงานมา 26 ปีขอเรียนว่า งานหนักมากๆ ทรงรับสั่งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2537เรื่องมูลนิธิชัยพัฒนาว่า “ชัยชนะของประเทศโดยงานของมูลนิธิชัยพัฒนา คือความสงบ ความเจริญ ความอยู่” ถือเป็นเป้าหมายของพระองค์

                ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ดร.สุเมธกล่าวอธิบายว่า หลายคนเข้าใจว่าต้องมีควาย มีกระต๊อบโผล่มา หรือกลับไปปลูกถั่วปลูกงา จริงๆแล้วไม่ใช่ระบบทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นปรัชญา ( Philosophy) เป็นธรรมะ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงทั้งสิ้น โดยให้ยึดหลัก 3 ประการได้แก่ พอประมาณ มีเหตุมีผลและมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

                ขณะเดียวกัน ดร.สุเมธกล่าวว่า คนเราต้องรู้จักประเมินตน อย่าทำอะไรเกินขีดความสามารถของตัวเอง ถ้าจะทำธุรกิจ จำเป็นต้องกู้เงินจะต้องดูว่าควรกู้เท่าไร ไม่ใช่เปรียบเทียบกับคนอื่นที่มีกำลังมากกว่าแล้วไปทำตามโดยไม่ดูตัวเอง

นอกจากนี้ต้องใช้เหตุใช้ผลในการกำหนดเส้นทางของชีวิต อย่าใช้ความโลภ ใช้สติปัญญาเป็นเครื่องนำทาง รู้จักใช้ภูมิป้องกันตังเองที่เรียกว่า Risk Management คือการบริหารความเสี่ยง ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม

                “อย่างทำร้านอาหาร ขายดีแล้วต้องคงรสชาติ คงคุณภาพไว้ ไม่ใช่เริ่มลดคุณภาพ เพราะอยากได้กำไรมากขึ้น เหมือนกับการกิน ถ้ากินมากก็จุก กินน้อยเกินไปก็ไม่ดี ต้องกินให้พอดีจึงจะดีและคำนึงถึงสุขลักษณะ” ดร.สุเมธกล่าว

                ในเรื่องของความคิดด้านพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศอุตสาหกรรม ดร.สุเมธกล่าวว่าเป็นความคิดที่ไม่คำนึงถึงพื้นฐานของประเทศที่มีเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงไปไม่รอดเพราะไม่มีภูมิคุ้มกัน เนื่องจากปัจจัยก้าวไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมประกอบด้วยการกู้เงินจากต่างประเทศ การนำเข้าเทคโนโลยี มีเพียงกำลังคนเท่านั้นที่ใช้ทรัพยากรในประเทศ เปรียบเหมือนบ้านที่มีเสาเป็นของตัวเองเพียงหนึ่งต้น

                ดร.สุเมธกล่าวสรุปว่า ทุกวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯยังคงต้องทรงเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากประชาชนยังยากจน ไม่มีอิสรภาพหรือเสรีภาพ จึงเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ดังนั้นต้องวางหนทางให้ประชาชนมีแนวทางปฏิบัติให้หลุดพ้นจากความยากจน นำไปสู่การเป็นประชาธิปไตย

                “ขอมือคนไทยทุกคู่ช่วยกันประคองแผ่นดินเพื่อให้พระองค์ทรงเบาพระราชหฤทัย คนไทยต้องช่วยกันรักษาแผ่นดิน เมื่อแผ่นดินอยู่เราก็อยู่ได้ ไม่มีที่ใดจะยิ่งใหญ่กว่าชาติของเรา” ดร.สุเมธกล่าวในที่สุด

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์ฯ 

ภาพโดย Jump Photography  www.jumpphotography.com
มูลนิธิชัยพัฒนาจากวิกิพีเดียhttp://th.wikipedia.org/wiki/
เว็บไซท์มูลนิธิชัยพัฒนา http://www.chaipat.or.th/chaipat/index.php

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy