| ตั้งดร.ฉลองภพคุมกระทรวงคลังแทนหม่อมอุ๋ย
เจ้าตัวเผยนายกฯทาบทามตัดสินใจในนาทีเดียว
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2550
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 1
ต.ค. 2549 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 8 ต.ค.
2549
และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 1 ก.พ. 2550 นั้น
บัดนี้ เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ดังต่อไปนี้
1. นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง
2. นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
3. นายพลเดช ปิ่นประทีป เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
4. นายมรกต กรเกษม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่
7
มีนาคม
2550
เป็นปีที่
62
ในรัชกาลปัจจุบัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ทางด้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 มีนาคมถึงการแต่งตั้ง นายฉลองภพ
สุสังกร์กาญจน์ มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า สาเหตุที่
รมว.คลังคนใหม่ มาลงที่นายฉลองภพ เนื่องจากนายฉลองภพเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจอยู่แล้ว
ซึ่งนายฉลองภพได้ให้คำแนะนำ และข้อคิดเห็นมาโดยตลอด ถือเป็นการสานงานต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ได้ปรึกษากับนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว
เชื่อว่าการทำงานไม่น่ามีปัญหา สามารถสานงานต่อจาก รมว.คลังคนก่อนได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้หรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีปัญหา โดยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ด้านเงินเฟ้ออาจมีปัญหาด้านการใช้จ่าย
แต่ยังสามารถสร้างความมั่นใจได้ เชื่อว่า ทั้งนายโฆสิตและนายฉลองภพ
จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เศรษฐกิจของไทยได้
ต่อกรณีจะหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการทำงานได้เมื่อใดนั้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายโฆสิต จะหารือกับนายฉลองภพในวันนี้ ซึ่งคงจะหารือกันในด้านต่าง
ๆ ส่วนตนจะหารือกับนายโฆสิต และนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ในวันนี้เช่นกัน
เพื่อแบ่งงานความรับผิดชอบ โดยในการแบ่งงานจะมองในภาพรวม ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ
สังคม และความมั่นคงว่า เป็นอย่างไร หลังจากนั้นจะแบ่งงานความรับผิดชอบให้กับรัฐมนตรีต่าง
ๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
จะแบ่งงานกันใหม่ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังพิจารณาหารือกันอยู่
เมื่อถามย้ำว่า กรณีของ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ที่มีปัญหากับสื่อมวลชน จะนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการคัดเลือกบุคคลมาเป็น
รมว.คลัง คัดสรรยากหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายฉลองภพ เป็นที่ปรึกษาของตนอยู่แล้ว
เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
เพราะที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว
ส่วนจะปรับเปลี่ยนนโยบายด้านเศรษฐกิจหรือเพิ่มเติมในส่วนใดบ้างหรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ได้หารือกันก่อน หลังจากที่มีการเข้าเฝ้าฯ
เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว คงจะหารือกันอีกครั้ง โดยจะพูดคุยในเรื่องของการสร้างความมั่นใจและแนวทางใหม่
ๆ ที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ภารกิจอันดับแรกในการเข้ามาทำงานที่กระทรวงการคลัง
คือ ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
สำหรับการเดินทางออกไปชี้แจงกับนักลงทุนต่างชาตินั้น หากเป็นการดำเนินนโยบายที่สวนทางกันก็ชี้แจงไม่ได้
สำหรับปัญหาการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ในการแก้ปัญเศรษฐกิจ จนเป็นเหตุหลักความอึดอัดใจของ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีต รองนายกรัฐ มนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
การลาออกจากตำแหน่งนั้น ยอมรับว่าการทำงานใน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
(ทีดีอาร์ไอ) มีแต่นักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถทุกคน ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีแต่คนเก่งทั้งนั้น
ก็มีปัญหาเช่นกัน
"การทำงานในรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจต้องรับฟังความคิดเห็น
หากเสียงส่วนใหญ่ลงความเห็นอย่างไรก็คงต้องยอมรับการตัดสินใจของทุกคน
สำหรับการเดินหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง มีเรื่องอยู่มาก
เพื่อรอการแก้ไขนั้น เห็นว่าเวลาในการเข้าทำงานในกระทรวงการคลังอาจมีน้อย
คงต้องเลือกทำเฉพาะเรื่อง หรือโครงการที่มีความจำเป็นตามเวลาที่มีจำกัด
ส่วนมาตรการหรือแนวทางในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องมาตรการกันสำรองร้อยละ
30 ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงนั้น เมื่อเข้าทำงานในวันแรก ในเวลา 09.00 น.
(9 มี.ค.) จะชี้แจงให้ทราบในเรื่องต่างๆ หลังจากได้หารือกับผู้บริหาร" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กล่าวต่อว่า ตลอดชีวิตการทำงานในด้านวิจัย ที่ ทีดีอาร์ไอ ไม่เคยคิดและตั้งเป้าหมายว่าจะมาเป็นรัฐมนตรี
เพราะในช่วงที่เดินทางไปประชุมที่ประเทศสเปน และในช่วงเย็นวันพุธเปิดอินเทอร์เน็ตดูเห็นข่าวว่า
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ลาออกจากตำแหน่ง รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าว
ระหว่างการประชุมได้เจอกับ นายศุภชัย พาณิชภักดิ์ เลขาธิการที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา
(อังค์ถัด) คุยกันว่านายศุภชัยคงจะได้กลับไปช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทย
"ไม่คิดว่านายกรัฐมนตรีจะโทรศัพท์มาทาบทาม
แต่เห็นว่าเมื่อเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจึงเป็นไปได้ที่จะถูกดึงมาช่วยงาน
เพราะในช่วงบ่ายๆ วันศุกร์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรียอมรับว่าทาบทามหลายคนแล้ว
แต่หาคนมาทำงานไม่ได้ จึงอยากให้มาช่วยกันทำงาน ยอมรับว่าตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ใช้เป้าหมายการทำงาน
แต่ก็รู้สึกลึกๆ ว่าถึงเวลาจำเป็นที่ต้องช่วยกันเข้ามาแก้ปัญหา และก็ยินดีและมีเงื่อนไขใดๆ โดยใช้เวลาในการตัดสินใจเพียง 1 นาที หลังจากหารือกับนายกรัฐมนตรี
จึงตอบตกลง"นายฉลองภพ กล่าว
อ่านต่อ....สุรยุทธ์ปรับครม.ใหม่หลังหม่อมอุ๋ยลาออกร่วมกับโฆษิตปรับเฉพาะส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
|