| ปล่อยทหารชุดแรกที่ถูกเชิญสอบปากคำบึ้ม 9 จุด
พ.ท.สุชาติหรือเสธ.คัดให้ผบ.ตร.ออกมาขอโทษ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่
28
มกราคม
พ.ท.สุชาติ คัดสูงเนิน
หรือเสธคัด นายทหารประจำ สลก.ทบ.
ช่วยราชการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.)
พร้อมพวกอีก 6 คน จัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ณ
ห้องอาหารสหายพันตาแอนด์เดอะรีเจน จ.ลพบุรี หลังถูกเชิญตัวไปควบคุมและสอบปากคำ โดยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดในเขตกรุงเทพฯ และนนทบุรี
นอกจากนี้ ยังได้มีการเข้าตรวจค้นและเก็บวัตถุที่พบในบ้านไปตรวจสอบ และได้รับปล่อยตัวกลับบ้านเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา เพราะไม่พบความผิด
นอกจาก พ.ท.สุชาติ
หรือ เสธ.คัดแล้ว ยังมี
ร.ท.อุบล ศรีสุระ
นายทหารนอกราชการ และเป็นอดีตเทศมนตรีเมืองลพบุรี พ.อ.อ.สุรพงษ์
เบ้าภาระ สังกัด กซอ.กรมช่างอากาศ
นายทรงเดช แสงประทีป จ.ส.อ.เจษฎา
ฟองจามร ทหารนอกราชการ นายสุภาพ
กาญจนวิเชียร และนายสวาท กระโจม และญาติ
พี่ น้องของแต่ละคน ร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ โดยแต่ละคนมีอาการเครียดจากการที่ถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำอยู่ และทุกคนยืนยันว่าบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดที่ผ่านมา
พ.ท.สุชาติกล่าวว่า การจับกุมตนและคนสนิทครั้งนี้ สมควรที่จะมีผู้ที่รับผิดชอบ เพราะตนรับราชการเป็นนายทหารระดับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออาชีพรับราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชิญตนกับพวกไปสอบปากคำออกข่าวดังไปทั่วประเทศต้องออกมาชี้แจงแสดงความรับผิดชอบ และเป็นการเสนอข่าวเพียงด้านเดียวว่าตนกับพวกเกี่ยวข้องกับการวางระเบิด 9 จุดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนและอับอายต่อสังคม
"อยากจะให้ ผบ.ตร.
(ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ออกมาขอโทษและชี้แจงให้สังคมเข้าใจ การกระทำที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ เพราะหลังจากปล่อยตัวมาแล้วยังมีการส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามดูพฤติกรรม" พ.ท.สุชาติกล่าว
พ.ท.สุชาติยังได้แสดงความเห็นว่า การจับแบบหว่านแห่ซึ่งถือว่าเป็นการทำที่ผิดพลาด คงจะเป็นเพราะการข่าวข้อมูลที่ได้รับนั้นผิดพลาดและคลาดเคลื่อน แต่ก็ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าไปร่วมในการสอบปากคำ เพราะถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปร่วม ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะมีการข่มขู่หรือบังคับให้ตนกับพวกรับสารภาพก็ได้
"ผมเป็นทหารบกนึกเสียใจบ้างเหมือนกันที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงปล่อยให้ตำรวจเข้ามาทำเช่นนี้กับลูกน้อง หลังจากที่ตรวจสอบแล้วพบว่าตนเองบริสุทธิ์ ก็ควรจะดำเนินการอะไรให้ชัดเจน เพื่อสร้างภาพที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าการดำเนินการควรที่จะมีข้อมูลอย่างพอเพียงและแสดงความโปร่งใสของ คมช.
(คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) ด้วย" พ.ท.สุชาติกล่าว
พ.ท.สุชาติกล่าวด้วยว่า การถูกควบคุมตัวครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ทั้งที่ไม่รู้เรื่องและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งไม่รู้ว่าจะโยนความผิดให้กับใครก็มาโยนให้กับพวกตน มาจับแพะ
ถ้ามีความเป็นลูกผู้ชายก็ควรที่จะออกมารับผิดชอบ
ร.ท.อุบล
ศรีสุระ นายทหารนอกราชการและเป็นอดีตเทศมนตรีเมืองลพบุรี กล่าวว่า
วันที่เข้าตรวจค้นที่บ้านของตนนั้น ในบ้านมีตนเองพร้อมกับมารดาคือนางบุญสม ศรีสุระ
อายุ 96 ปี และลูกสาวอยู่ในบ้าน ทุกคนต่างตกใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมีทั้งทหาร ตำรวจ เข้ามาค้นบ้านหลายคน แต่ก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นอย่างละเอียด เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มารดาของตนเสียใจถึงกับช็อค หลังจากที่ตนเองถูกควบคุมตัวไปแล้ว ญาติต้องพาเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ลูกสาวไปโรงเรียนก็ถูกถามทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน
"หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แม่ผมเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ลูกสาวผมต้องอับอาย" ร.ท.อุบลกล่าว
นางบุญสม ศรีสุระ
อายุ 96 ปี มารดาของ ร.ท.อุบล
ศรีสุระ ได้แสดงความเสียใจ พร้อมกับได้พูดออกมาว่าลูกชายของตนทำความดีมาตลอด ทำไมถึงได้มาจับตัวลูกชายตนไป โดยในช่วงที่ควบคุมตัวไปนั้นจะวิ่งตามไปก็ถูกจับตัวไว้พอดิ้นหลุดได้ก็วิ่งตามไปขึ้นรถ ด้วยความเป็นห่วงว่าจะถูกรังแก ช่วงดังกล่าวเป็นห่วงลูกชายมาก เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้ ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวลูกชายไปไว้ที่ใดและเป็นอย่างไรบ้าง จนต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้ง แม้ว่าลูกชายถูกปล่อยตัวมาแล้วก็ยังนอนผวาแทบทุกคืน
พ.อ.สรรเสริญ
แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีลอบวางระเบิด 9 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยทหารที่ถูกควบคุมตัวไปหมดแล้ว ว่า
ตำรวจระบุว่าเป็นเพียงการเชิญมาสอบถามสิ่งที่สงสัยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม
ตามข้อมูลตำรวจระบุจะมีการเชิญมาอีกกลุ่ม ต้องรอดูว่าตำรวจจะเชิญกลุ่มใดอีก ทั้งนี้หลังจากยกเลิกกฎอัยการศึกแล้ว หากตำรวจมีข้อมูลสงสัยใคร แล้วจะเชิญมาสอบสวนก็สามารถทำได้ ซึ่งกองทัพพร้อมให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงาน หากมีการร้องขอ
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม
พ.ท.สุชาติ
คัดสูงเนิน หรือ เสธ.คัด
นายทหารประจำ สลก.ทบ. ช่วยราชการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวไปสอบสวนในคดีลอบวางระเบิด 9 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.นนทบุรี
เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เร่งออกมาเปิดเผยข้อมูลที่นำไปสู่การเชิญตนเองและผู้ต้องสงสัยอีก 18 คน รวมทั้งความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ออกมาให้ทางสังคมได้รับทราบโดยเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้ตนเองและครอบครัวรู้สึกอับอายที่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม จากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหากตำรวจยังคงเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ตนเองก็จะปรึกษากับทางผู้บังคับบัญชาเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว ส่วนจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่นั้น คงต้องปรึกษากับทางผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง
พ.ท.สุชาติ
กล่าวยืนยันว่า ตนเองและผู้ต้องสงสัยอีก 18 คน ตกเป็นแพะรับบาปในคดีดังกล่าวอย่างแน่นอน และยังได้กล่าวตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ว่า กระทำการไปทั้งๆ ที่ได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง
ที่กรมยุทธศึกษาทหารบก วันที่ 29
ม.ค. พล.อ.สนธิ
บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีวางระเบิด 9 จุด
ภายหลังมีการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 19 คน
ว่า
การประชุม คมช. ในวันที่ 30 มกราคมนี้
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะนำข้อมูลมารายงานฉบับที่ 2 มารายงานให้ทราบ ซึ่งช่วงแรกที่ผ่านมาได้เห็นข้อมูลในส่วนหนึ่ง และได้จับมา 19 คน ซึ่งเรียบร้อยดี แต่ในวันที่ 30 มกราคมนี้จะนำข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่มีความคืบหน้าไปอีกระดับหนึ่ง เพื่อมาชี้แจงให้ คมช. รับทราบ
ส่วนกรณีที่จับกุมผู้ต้องสงสัยมาคุมตัว แต่ไม่มีผู้ต้องหาแม้แต่คนเดียว ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบหรือไม่นั้น พล.อ.สนธิ
กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแล้วแต่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณา เพราะไม่ใช่หน้าที่ของ คมช.
อย่างไรก็ตาม ในวันที่
30 มกราคมนี้จะมีการประชุม คมช. ตนจะพูดคุยกับ
พล.ต.อ.โกวิท
ในที่ประชุม เพราะเหตุการณ์เกิดมา 1 เดือน
ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมีการพูดคุยกัน ขณะนี้กองทัพบกได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยผู้ต้องสงสัยที่เป็นทหารแล้ว เพื่อที่จะสอบหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษวันที่
29 มกราคมเช่นกัน
พล.ต.ท.จงรัก
จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
เพื่อหารือกำหนดความร่วมมือร่วมกันในการคลี่คลายคดีลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตามคำสั่งพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง
ภายหลังการหารือ นายสุนัย
แถลงว่า เบื้องต้นดีเอสไอได้เสนอข้อตกลงร่วมกัน 4 แนวทาง คือ
1.การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดหากฝ่ายใดมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้มีการแลกเปลี่ยนประสานงานกัน 2.การดำเนินการที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เช่น
การค้น การจับกุม ขอให้ดีเอสไอเข้าไปมีส่วนร่วมรับฟัง และเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ 3.หากมีการสรุปผลการสืบสวนรายงานต่อนายกฯ หรือประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ขอให้สำเนาการรายงานดังกล่าวส่งให้อธิบดีดีเอสไอรับทราบด้วย และ4.ในการสอบสวนถ้ามีการสอบพยานสำคัญหรือผู้ต้องหา ดีเอสไอขอเข้าร่วมการสอบสวนจนถึงมีการสรุปสำนวน อย่างไรก็ตาม
ข้อตกลงทั้ง 4 ข้อ ยังเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น โดยหลังการหารือ พล.ต.ท.จงรัก
จะนำข้อตกลงดังกล่าวไปขอความเห็นชอบจากพล.ต.อ.โกวิท
วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ข้อตกลงมีผลบังคับจริง
ด้านพล.ต.ท.จงรัก
กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจมีความยินดีที่ดีเอสไอจะร่วมคลี่คลายคดี เพราะเป็นการทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่รู้สึกว่าถูกตรวจสอบเพราะอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้พิพากษาเก่าด้วย การเข้ามาช่วยทำงาน จะยิ่งช่วยให้สบายขึ้น โดยจะนำข้อตกลงร่วมไปเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทันทีในวันที่
29 มกราคมเช่นกัน
อ่านข่าวเพิ่มเติมจากนสพ.ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/
อ่านต่อ....สนธิกำลังเข้าค้น
18 จุดกทม.-ลพบุรี-สุพรรณบุรี-สระบุรีนำตัว 15 ทหารสอบ"สงสัยวางระเบิดกรุงเทพฯ
9 จุด"
|