è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãËè--------------------------------------------
คนเดือนตุลานัดคุยปัญหาของประเทศ
ชี้ภาคใต้เป็นสถานการณ์ที่น่าห่วงสุด
เมื่อวันที่
1 ธันวาคมที่ผ่านมาที่โรงแรมมารวย
การ์เด้นท์ห้องรวยเพชร
ถนนพหลโยธิน
นายสุธรรม
แสงประทุม
อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาช่สง
6 ตุลาคม 2519 ได้เชิญคนเดือนตุลาคมทั้งรุ่น
14 ตุลาคม 2516 และ
6 ตุลาคม 2519 ไปพบปะสังสรรและพูดคุยถึงสถานการณ์ของประเทศที่กำลังมีปัญหาหลายประการ
นายสุธรรมเปิดเผยว่าการนัดพบปะกันในคืนวันนั้นไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลต้อการให้คนเดือนตุลาคมสนับสนุนรัฐบาล
แต่ได้นัดมาขอความเห็นแต่ละคนเพื่อแนะทางออกให้กับประเทศ”เราจะต้องช่วยกันเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส”
ในกรณีระหว่างพันตำรวจโททักษิณ
ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับนายสนธิ
ลิ้มทองกุล
แห่งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการนั้นนายสุธรรมกล่าวว่าในด้านความคิดเห็นทั้งสองคนไม่แตกต่างกันมากนัก
ดังนั้นแต่ละคนจะต้องหาจุดบกพร่องของตัวเองมาแก้ไข
หากใช้วิธีการแบบหัวชนฝาหรือทำให้เกิดการเผชิญหน้าจะหาทางออกหรือแก้ปัญหาไม่ได้
นายสุธรรมกล่าวด้วยว่าสถานการณ์ของ
3 จังหวัดภาคใต้มีความล่อแหลมกว่ามากเพราะถึงวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นใคร ไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
ทุกคนจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา
ในการนี้นายสมพงษ์
สระกวี ส.ว.สงขลาขึ้นชี้ว่านายสนธิมีความฉลาดในแง่ของการจี้จุดด้วยวิธีการของหนังสือพิมพ์
ทำให้รัฐบาลไม่อาจตอบโต้ได้ถนัด และตนก็เห็นด้วยที่ว่าภาคใต้นั้นเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าเรื่องระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายสนธิมากนัก
ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ
ส่วนนายพีรพล
ตริยะเกษม
อดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(อมธ)ในช่วงเหตุการณ์
14 ตุลาคมชี้ว่าภาคใต้จะต้องดูว่าเป็นเรื่องภายในหรือเรื่องของสากล มีต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชาติไหนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่
“บางคนบอกมีประเทศตะวันออกกลางหนุนหลัง
บางคนบอกเป็นเรื่องของสหรัฐ
ดังนั้นทุกคนจะต้องจับตาสถานการณ์และวิเคราะห์ปัญหาให้แจ่มชัด
จะช่วยหาทางออกให้กับประเทศได้”นายพีรพลกล่าว
ทางด้านนายเกรียงกมล
เลาหะไพโรจน์
อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยช่วงหลัง
14 ตุลาคมชี้ว่าปัญหาภาคใต้นั้นใหญ่กว่ากรณีนายกรัฐมนตรีกับนายสนธิ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องการก็คือคนเดือนตุลาคมไม่ว่าจะอยู่ซีกรัฐบาล
ซีกฝ่ายค้านหรือฝ่ายวิชาการ
ขอให้รักษาความเป็นคนเดือนตุลาไว้ร่วมกัน มีปัญหาก็สามารถสะท้อนถ่ายออกมาร่วมกัน
นายไพสันติ์
พรหมน้อย บ.ก.ดิ
เอเชี่ยนแปซิฟิกซึ่งเดินทางกลับเมืองไทยพอดีช่วงนั้นได้รับเชิญให้ขึ้นเล่าถึงวิถีชีวิตของคนไทยในสหรัฐอเมริกา
โดยกล่าวว่าคนไทยในสหรัฐก็คอยสดับข่าวคราวที่เกิดขึ้นในประเทศในฐานะที่ห่วงใยความเป็นไปของบ้านเกิด แต่ส่วนหนึ่งเมื่อหันมาใช้ชีวิตในสหรัฐแล้วจะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ
ดังนั้นชีวิตในสหรัฐจึงมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้กับตัวเองมากกว่าที่จะเคร่งเครียดกับปัญหาของประเทศไทยซึ่งมีรัฐบาลคอยแก้ไขอยู่แล้ว
“แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดปัญหามากตอนนี้ก็คือเรื่องของวัดไทยในรัฐต่างๆ”นายไพสันติ์กล่าว
สำหรับผู้เข้าร่วมพบปะในวันนั้นมีกว่า
20 คนมีทั้งนายแพทย์,นักวิชาการและนักการเมือง
ประกอบด้วยนายกิติศักดิ์
ประภัสพงษ์,ดร.เจริญศักดิ์
โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์
,นายอำนาจ
ธีระวนิช,น.พ.ชัยพร
โรจนวัฒน์ศิรินทร์,ดร.น.พ.ประยงค์
เต็มชวาลา,นายสมคาด
สืบตระกูล,นายสุรพงษ์
ปิยะโชติ,นายมนูญ
ปิยะปัญญาวงศ์,นายธนภณ
วัฒนกุล,นายวีระ
จันทะแจ้ง,นายวิโชติ
วัณโณ,นายสมศักดิ์
จารุเฉลิมรัตน์,นายสุนัย
จุลพงศธร,นายสมาน
เลิศวงศ์รัฐ,นายบุญยงค์
มหาวิเศษศิลป์,นายศรัณย์
ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และแขกรับเชิญอีกจำนวนหนึ่ง
|