ŗ·ĒŌą¤ĆŅŠĖģćŗ»ÅŌĒ
2 ŖŲ“¤×ͤĒŅĮ¼Ō“ 2 ”ĆŠ·§
į”ŠĆ͵ŅĮÅčŅĖŅ”ÅŲčĮ·Óćŗ»ÅŌĒØŅŗØéǧć¹įĶÅ.ąĶ
ØŅ”āµźŠŗĆóҸԔŅĆ
เรื่องที่กำลังฮ้อตสุดๆในชุมชนไทยแอล.เอ.ขณะนี้คือเรื่องใบปลิว 2 ชุด ชุดแรกนายทองดี สุขเดช ทำออกมามี 14 หน้าแจ้งว่าเป็นตัวอย่างหนังสือไทยคอมฉบับที่ 19
ก็เป็นไปตามสไตล์คือออกมาด่าผู้คนเหมือนเช่น 18 ฉบับที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ ไทยคอมจึงกลายเป็น
Trade Mark ทางด้านด่าคนไปแล้ว
ไม่นานนักก็มีใบปลิวสวมรอยคือนำ 14 หน้าของนายทองดี
สุขเดช ไปถ่ายเอกสารพร้อมกับเขียนเพิ่มเติมขึ้นมาอีก 4 หน้า แล้วนำไปเย็บติดด้านหลังกลายเป็นหน้า 15-16-17-18 เมื่อพิสูจน์รายละเอียดอย่างพินิจพิจารณาแล้วทราบว่า ชุดหลังนี้ไม่ใช่ฝีมือของนายทองดี แต่เป็นการทำขึ้นต้องการป้ายความผิดไปยังนายทองดีโดยตรง
ความผิดนั้นมีข้อความที่กล่าวได้ว่าเป็นการจาบจ้วงสถาบัน แต่จาบจ้วงอย่างไรเราจะไม่นำมาเอ่ยถึง และในความเป็นจริงแล้วการเขียนข่าวเรื่องนี้จะไประบุนามก็ทำไม่ได้
ดังนั้นหนังสือพิมพ์ไทยในแอล.เอ.จะต้องระมัดระวังในการเสนอข่าว หากมีความจงรักภักดีต่อสถาบันแท้จริง ต้องไม่เอ่ยพระนามใดๆในใบปลิวออกไป เพียงเอ่ยคำว่าสถาบันก็เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าหมายถึงใคร
ในประเทศไทยเมื่อมีใบปลิวลักษณะหมิ่นสถาบันออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจะออกกว้านเก็บหมดเพื่อนำมาพิสูจน์ก่อนที่จะทำลาย จะไม่มีการเสนอข่าวและต้องปกปิดข่าวเพื่อไม่ให้เรื่องกระพือต่อออกไป นี่คือลักษณะปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จากนั้นตำรวจสันติบาลจะลงสืบเบื้องลึกว่าใครหรือกลุ่มใดเป็นคนจัดทำเพื่อหาคนผิดมาลงโทษต่อไป
การจะเอาผิดคนทำใบปลิวได้จะต้องมีเจ้าทุกข์ไปแจ้งความเพื่อให้ฝ่ายรักษากฎหมาย ( Law Enforcement)จับกุมตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนและดำเนินคดี
ถือเป็นคดีอาญา
หรือหากเกิดความเสียหายทางแพ่งเป็นการละเมิดจะต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันเอาเองในศาล ทั้งนี้การจะลงมือจับกุมได้ต้องมีหลักฐานที่จะเอาผิดบุคคลผู้นั้นหรือกลุ่มนั้นได้ คราวนี้ก็ต้องมาพิจารณาความผิดตามกฎหมายดังนี้
1.ใบปลิวชุดแรก 14 หน้าซึ่งนายทองดีทำออกมาแล้วลงชื่อยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้กระทำ ถือว่าชัดเจนอยู่แล้วไม่ต้องไปหาว่าใครทำ ดังนั้นบุคคลที่ถูกละเมิด(คือถูกดูถูกเหยียดหยาม) จะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
รวมทั้งพิสูจน์ด้วยว่านายทองดีได้ทำใบปลิวชุดที่ 2 ออกมาด้วยหรือไม่ ในกรณีนี้นายทองดีปฏิเสธออกมาแล้วว่าไม่ได้ทำ(นสพ.เมืองไทยนิวส์ฉบับวันที่
13 กันยายน และ
APN ฉบับวันที่
15 กันยายน) เมื่อนายทองดีไม่ได้ทำแล้วใครเป็นคนทำ
? จึงต้องมาพิจารณาในชุดที่ 2
2. ใบปลิวชุดที่ 2 เป็นความผิดอีกกระทงหนึ่งที่ต่อเนื่องกล่าวคือบุคคลที่ถูกเขียนถึงในใบแรกและถูกนำมารวมไว้ในชุดที่สองได้รับเสียหายอีก บวกกับอีก 4 หน้ามีผู้เสียหายเพิ่มเติมขึ้นมาและยังกระทบกระเทือนไปถึงสถาบันและตัวนายกรัฐมนตรี
เมื่อมีสิ่งกระทบกระเทือนไปถึงรัฐบาลและสถาบันเป็นหน้าที่ของสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่จะดำเนินการปกป้องในฐานะเป็นข้าราชการ จากการให้สัมภาษณ์ของนายอิสินธร
สอนไว ต่อ APN ทราบว่าได้กระทำตามขั้นตอนไปแล้วคือรายงานให้สถานทูต,กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ (หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจเดาได้ว่าเป็นหน่วยข่าวกรอง
) ไม่แต่เพียงรายงานเท่านั้นยังทราบว่านายอิสินธรได้นำเอกสาร, ตลอดจนหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆจากแอล.เอ.ไปยังกรุงวอชิงตันดี.ซี.เมื่อคืนวันที่
17 กันยายนเพื่อเข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการไทยในสหรัฐกับคณะของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ลักษณะความผิดที่เกิดขึ้นของใบปลิว
2 ชุดจึงถือว่าเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ
จะนำไปรวมรวบยอดหรือมั่วกันไม่ได้
คือต้องแยกใบปลิว
14 หน้ากับใบปลิว
18 หน้าออกจากกัน
เหตุที่บอกว่าต่างกรรมต่างวาระต้องศึกษาพฤติกรรมอื่นๆประกอบด้วย
กล่าวคือ นักวิเคราะห์ใบปลิวให้ความเห็นว่าเมื่อนายทองดีทำใบปลิวออกมาแล้วจะทำหน้าที่
delivery เองหรือเป็นลักษณะของการส่ง
To
go ไปตามที่ต่างๆเช่นตามร้านขายหนังสือ
ร้านให้เช่าวิดีโอ
หรือแม้กระทั่งเห็นใครที่รู้จักนายทองดีก็จะกวักมือหยอยๆให้ไปรับใบปลิว
ไม่ได้ส่งทางไปรษณีย์
นายทองดีเขียนมา 18 ฉบับส่วนใหญ่จะเขียนถึงคนในชุมชนไทยในแอล.เอ. เหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งให้ความเห็นว่าทองดีมันเหมือนนักเลงปากซอย
คือคุมเฉพาะปากซอย ไม่ไปยุ่งซอยอื่น ความหมายก็คือ ไม่เขียนถึงคนที่อยู่นอกแอล.เอ.
หนังสือไทยคอมของนายทองดีเกิดเรื่องอื้อฉาวหรือถึงจุดสุดยอดที่สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.ในระหว่างการประชุมกรรมการบอร์ดกอล์ฟคิงส์คัพเพื่อเคลียร์ปัญหาประธานกอล์ฟคิงส์คัพ เมื่อ นายสุรพล
สุขถาวร ขณะนั้นเป็นหัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ในสหรัฐฯทนไม่ไหวจึงนำอึผสมผ้าซับระดูของภรรยาตนใส่กระเป๋าซิปล็อคไปโปะหัวนายทองดีตามที่เป็นข่าวไปแล้ว
ส่วนลักษณะของใบปลิวชุดที่ 2 นี่ต่างหากที่ต้องนำมาพิจารณาว่าใครคือไอ้โม่งที่ทำสวมรอยนายทองดีขึ้นมาแล้วพาดพิงไปถึงสถาบันอันเป็นลักษณะของการหมิ่นฯ ใบปลิว 4 หน้าที่ทำเพิ่มเติมขึ้นมาไม่ใช่นายทองดีแน่นอน
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันดู อีกทั้งลักษณะของการ
delivery ได้ส่งมาทาง
U.S. Mail ปิดแสตมป์ 37 เซนต์ 2 ดวง ซองที่ใส่เป็นซองกระดาษส่งเอกสารสีน้ำตาลขนาด 10 x 13 นิ้ว มีสติ๊กเกอร์
Return
Address และที่อยู่ของผู้ส่งไปถึง คนทำน่าจะมีเครื่องไม้เครื่องมือการพิมพ์ที่ดี
เพราะ labels พิมพ์จากคอมพิวเตอร์และ
Laser Printer
ซองนี้จะส่งไปยังหนังสือพิมพ์และสมาคมชมรมต่างๆ เมื่อนำมาพิจารณาให้ดีอีกครั้ง ก็จะพบว่าการปิดเทปของ
Return
Address และ labels ที่อยู่ของผู้ส่งไปถึง(จ่าหน้าซอง)นั้นน่าจะพิมพ์จากเครื่องมืออันทันสมัย และเครื่องมือนี้เท่าที่สังเกตดูก็จะมีจากบริษัทที่ส่งสินค้าออกสู่ลูกค้าจำนวนมาก
อาทิเช่นโรงพิมพ์
ร้านเทปหรือพวกหนังสือพิมพ์ที่ต้องทำส่งสมาชิก กล่าวได้ว่าลายนิ้วมือในส่วนนี้จะไม่มี บริเวณที่ติดแสตมป์ไม่ได้ใช้เครื่อง แต่เป็นการใช้คนปะ ดังนั้นลายนิ้วมือของผู้จัดส่งใบปลิว
หากจะได้ก็ได้จากตรงปิดแสตมป์นี้เท่านั้น
การจัดส่งได้ประทับตราไปรษณีย์ที่ศูนย์ City of Industry ,
Sep 7, 2005
ใบปลิวชุดที่
2 นี้ประเมินว่าไม่น่าจะทำเกิน
100 ชุดเพราะสมาคมชมรมต่างๆมีประมาณ
40-45 สมาคมฯหนังสือพิมพ์
15 และองค์กรอื่นๆอีก
ดังนั้นอาจจะทำ
75 ชุดก็เป็นได้ ชาวบ้านทั่วไปจึงไม่มีอ่าน แต่ข่าวที่ออกมาจะออกมาจากสื่อมวลชนและสมาคมฯที่ได้รับซองใบปลิวนี้
ก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า
เมื่อเกิดใบปลิวขึ้นมาในแอล.เอ.คอลัมน์สายตรงจากต่างแดนในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมักจะนำไปเสนอก่อนใครอื่น อาทิเช่นฉบับวันที่ 26 กันยายน 2547 เขียนไว้ดังนี้
บรรยากาศใน
ชุมชนไทย แอล.เอ. ยังร้อนแรงยิ่งขึ้นจากกรณี
หนังสือพิมพ์เถื่อน
ออกมาด่า คนทำงานเพื่อสังคม
60 กว่าคน
เพราะมี คนร่วมขบวนการ
ละอายใจออกมา
เปิดโปง ผู้ร่วมขบวนการ
10 กว่าคน
ที่ไม่พอใจการเปลี่ยนแปลงใน
วัดไทย แอล.เอ., ขัดแย้งทางธุรกิจ
และไม่ชอบขี้หน้ากัน...และที่ยิ่งโกรธแค้นเมื่อรู้ว่ามี
คนในสถานกงสุลไทย
แอล.เอ. ร่วมขบวนการสร้างความแตกแยกด้วย
หลังจากมีใบปลิวออกมาแฉครั้งแรก
ก็มีใบปลิวออกมาระลอก
2 โจมตี
ผู้ใหญ่ใน
สถานกงสุล
ทำตัวไม่เหมาะสม
และล่าสุดมีใบปลิวระลอก
3 กระชากหน้ากากกลุ่ม
ขบวนการทำลายสังคมไทย
อาทิ ดีทอง
เดนนรก, ถิด ขี้หลี, สัน ขี้เมา, โอ เจ้าเล่ห์, พ ตัวแสบ, ว ขี้อิจฉา
ฯลฯ ...นอกจากนี้ยัง
ดีเดย์ นัดไป วาง หรีดดำ หน้าสถานกงสุล 1 ต.ค. หาก ผู้ใหญ่งี่เง่าในกระทรวงการต่างประเทศ
ไม่จัดการเอา ตัวแสบ กลับไป... ท่าจะวุ่นไปใหญ่
นี่ก็อีก
ใน สนง.เอ.เอ.การบินไทย
แอล.เอ. มีคนทำตัวเป็น เจ้าแม่
คอยยุยง
ให้คนไทยแตกแยกเช่นกัน
และทำตัวใหญ่
คับฟ้า ไม่ชอบขี้หน้าใครก็แกล้งไม่ให้ติดต่อ
เอ.เอ.
คนเอือมระอา
ฝากบอก กนก
อภิรดี ดี.ดี. จัดการให้พ้นไปเสียที
ก่อนที่คนไทยจะไปบิน
สายการบินอื่นกันหมด
เกริ่นล่วงหน้า
4 ต.ค. มีงานเลี้ยงรับ
มานิตย์ ไชยสุกุมาร
ผจก.ทั่วไปภาคพื้นอเมริกา
บมจ.การบินไทย
คนใหม่ ที่โรงแรมเบเวอรี่
แอล.เอ.
ในใบปลิวที่เขียนถึง
สัน ขี้เมานั้นบรรยายสรรพคุณด้วยว่าเป็นคนที่อยากเป็นนักข่าวไทยรัฐจนตัวสั่น คนที่รู้ว่าสัน ขี้เมาตัดสินใจจะส่งข่าวให้ไทยรัฐช่วงนั้นมีอยู่ไม่กี่คนและนับตัวได้
ล่าสุดเมื่อมีใบปลิวจาบจ้วงออกมา ประทับตราไปรษณีย์ที่
City of Industry วันที่ 7 กันยายน
คอลัมน์สายตรงจากต่างแดนฉบับวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2548 ก็รายงานไว้ดังนี้
เรื่องสะเทือนใจ
ชาวไทยในสหรัฐฯ
เมื่อ ดีทอง เดนคน ออก ใบปลิวเถื่อน
ออกมาด่าคนในสังคมอีก
ความยาว 14 หน้า และคนไปติดต่อทำพาสปอร์ตที่สถานกงสุลไทย
แอล.เอ. ได้รับแจกด้วย เพราะ ตัวแสบ ในสถานกงสุล แอบเอามาช่วยแจก
ห่างกันไม่กี่วัน
ก็ออกใบปลิวแจกเองอีก
4 หน้า ด่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
และยังจาบจ้วงบุคคลสำคัญ
ดังนั้น อิสินธร
สอนไว กงสุลใหญ่
แอล.เอ. ต้องรายงานให้
รัฐบาล และ
กระทรวงการต่างประเทศ
ทราบ เพื่อหามาตรการจัดการ
อย่านิ่งเฉยเหมือนคราวที่ หนุ่มกำมะลอ แอบอ้างเป็น
รัชทายาท ไม่ได้แล้ว
ที่มาที่ไปที่ เดนคน ฉวยโอกาสออกใบปลิวเถื่อนด่าผู้คน
ก็เพราะออกมาปกป้องตัวการที่เลิกจ้าง
พนักงานท้องถิ่นชาวไทย
บมจ.การบินไทย
ประจำสถานีสนามบิน
LAX อย่างไม่เป็นธรรม...แต่แล้วก็ย่ามใจเลยเถิดไปจาบจ้วงบุคคลสำคัญ
ต่อมาฉบับวันอาทิตย์ที่
18 กันยายน 2548 คอลัมน์สายตรงจากต่างแดนลด Volume ลง อาจเป็นเพราะประเมินสถานการณ์ว่าเป็น Hot Issue ในแอล.เอ.โดยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า
แว่บไป แอล.เอ.รัฐแคลิฟอร์เนีย
สังคมไทย กำลังจะลุกเป็นไฟ
จาก ใบปลิวเถื่อน ที่ออกมาทำร้ายคนในสังคม
และรอดูจุดจบของ
ผู้สร้างปัญหา
ด้าน บมจ. การบินไทย
สั่งระงับเที่ยวบินตรง
กรุงเทพฯ-แอล.เอ. อีก 3 ไฟลท์ต่อสัปดาห์
ที่จะเริ่มบิน
7 พ.ย.นี้ และแนวโน้มที่บินอยู่สัปดาห์ละ 4 ไฟลท์ จะเหลือเพียง 1 ไฟลท์ รวมทั้งลดพนักงานลงอีก
และใช้บริษัทเอาท์ซอร์ซแทน
อ้างว่าขาดทุน (คงรั่วเยอะ)...อนาคตคงได้เห็น
ไทยแอร์ เอเชีย
บินไป แอล.เอ.ก็เป็นได้
การที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งข้อสังเกตก็เพราะว่ามีหลายเรื่องที่เข้ามาพ้องพานกันมาก
1.คอลัมน์สายตรงจากต่างแดนมีความไวต่อใบปลิวเป็นอย่างยิ่ง เมื่อใบปลิวในแอล.เอ.ออกมา
คนข่าวแอล.เอ.ของสายตรงจากต่างแดนก็ได้รับทันทีและส่งข่าวไปลงได้ทันท่วงทีเช่นกัน สรุปได้ว่าชอบเสนอข่าวใบปลิวมากกว่าข้อเท็จจริง
(Facts)ที่เกิดขึ้น
รวมทั้งยังมีการบิดเบือนเรื่องที่เขียนไว้ว่า
ที่มาที่ไปที่ เดนคน ฉวยโอกาสออกใบปลิวเถื่อนด่าผู้คน
ก็เพราะออกมาปกป้องตัวการที่เลิกจ้าง
พนักงานท้องถิ่นชาวไทย
บมจ.การบินไทย
ประจำสถานีสนามบิน
LAX
อย่างไม่เป็นธรรม... จึงไม่ทราบว่านายทองดีไปมีผลประโยชน์อะไรกับตัวการที่เลิกจ้างพนักงานท้องถิ่นชาวไทย และใครคือตัวการ
2.คอลัมน์ดังกล่าวมีพระเอกอยู่
2 หน่วยงานที่ถูกกระหน่ำคือสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.กับการบินไทยแอล.เอ. การเสนอลักษณะนี้เขาเรียกว่าพยายามตีเมืองขึ้น
3.ใบปลิวหน้า
15 (ฉบับย้อนรอย)ขึ้นต้นมาก็มีบางตอนเขียนว่า
สังคมไทยได้มีกลุ่มโจรกลุ่มใหญ่ที่ต้องการตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อของคนไทยที่
LA เพราะต่อไปใครจะมารับตำแหน่งกงสุลใหญ่
LA หรือตำแหน่ง
AA การบินไทยต้องนำดอกไม้ธูปเทียนไปสักการะไอ้พวกโจรกลุ่มนี้เสียก่อน
ถึงจะเข้าที่ทำงานได้ นี่ขอฝากเตือนมายังกระทรวงการต่างประเทศและการบินไทยเพื่อบอกเอาบุญ
ทำไมใบปลิวสวมรอยจึงต้องมีจิตถวิลหาแต่สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.และการบินไทย
4.ใครบ้างที่รู้ว่าตำแหน่ง AA หมายถึงอะไร หรือสนง.เอ.เอ.การบินไทยแอล.เอ. ที่คอลัมน์สายตรงจากต่างแดนเขียนถึงนั้นคืออะไร
ดังนั้นคนที่รู้ว่า
AA คืออะไรก็น่าจะอยู่ในแวดวงของการบินไทยเราะอาชีพอื่นไม่รู้ด้วย
5.นอกจากนี้ยังมีใบปลิวในแอล.เอ.ออกมาโจมตี
นายมานิตย์ ไชยสุกุมาร
ผู้จัดการการบินไทยภูมิภาคอเมริกา(หรืออยู่ในตำแหน่ง
AA )ระบุว่าเป็นคนติดการพนันและชอบไปลาสเวกัส
ใบปลิวออกมาในช่วงที่มีการเลิกจ้างพนักงานท้องถิ่นของการบินไทยโดยเฉพาะที่สนามบิน
LAX จนนายมานิตย์กล่าวในวันแถลงข่าว
17 สิงหาคมว่าหากเป็นไปได้ควรลงชื่อคนทำไว้ด้วย
เพื่อตนจะได้สามารถตอบข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน
ขอให้คำนิยามว่าติดการพนันไว้อย่างไร
เพราะส่วนตัว
หากมีเพื่อนฝูงเดินทางมา ก็จะพาไปพักผ่อนที่ลาสเวกัสเป็นครั้งคราว
ในปลิวใบนี้ยังกระทบไปยัง
นายสบชัย สตรูแสยง
นายสถานี LAX
ถูกกล่าวหาว่าหนีมาแอลเอเพื่อหลบคดีที่ถูกฟ้องร้องเรื่องรถลีวมูซีน
ซึ่งนายสบชัยขึ้นชี้แจงว่าตนไม่เคยหนีคดี
ที่ผ่านมาเคยไปดูแลด้านลีวมูซีนขณะที่ประสบปัญหาขาดทุน
ผมก็ผ่านการทำงานมาในหลาย |