คนอเมริกันแห่ยึ่นฟ้องล้มละลายเพื่อหนี
กฎหมายใหม่ที่ทำให้ล้มละลายได้ยากขึ้น
   

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ประชาชนยืนถือร่มท่ามกลางสายฝนเพื่อรอคิวเข้ายื่น
เอกสารที่ศาลล้มละลายนิวยอร์ก
   (AP Photo/Richard Drew)
 

 

                รายงานข่าวเปิดเผยว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2005 คนอเมริกันทั่วประเทศเดินทางไปยื่นฟ้องล้มละลายตัวเอง ก่อนที่กฎหมายล้มละลายใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2005 เป็นต้นไปจึงเชื่อว่าสถิติตัวเลขการยื่นล้มละลายครั้งนี้จะทำกันระดับประเทศและทุกรัฐด้วย

                ที่เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด้  ก่อนรุ่งสางบรรดาผู้เตรียมยื่นล้มละลายไปเข้าแถวกันยาวเหยียดมากกว่า 300 ราย  บางรายมีกระบะเด็กอ่อน( strollers)มาด้วย หลายรายยืนจิบกาแฟและโซดารอ  นางคอลลีน คริสเตียน ผู้ช่วยพยาบาลนำลูกชายวัย 14 ปีมาด้วยเพื่อที่จะได้มาช่วยใส่ตัวเลขเข้าคอมพิวเตอร์ที่ศาล  หลังจากเธอได้กรอกเอกสารมาหลายวันเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายล้มละลาย Chapter 7  บ้านเธออยู่เมือง Cotopaxi หรือห่างจากเดนเวอร์ประมาณ 100 ไมล์

                คริสเตียนให้สัมภาษณ์ว่าเธอติดหนี้เครดิต คาร์ดอยู่ประมาณ 25,000 ดอลลาร์ “ก็คิดช่างน้ำหนักอยู่ว่าจะทำดีหรือไม่ แต่ก็มีปัญหา หากไม่ทำก่อนกฎหมายจะเปลี่ยนใหม่จะทำให้ยากขึ้น”

คริสเตียนเปิดเผยว่าเหตุที่ต้องยื่นล้มละลายเพราะสามีตกงานเพิ่งจะได้งานมาเมื่อ 9 เดือนที่แล้ว เมื่อยื่นฟ้องล้มละลายแล้วจะช่วยแก้ไขสถานการณ์ด้านการเงินของเธอได้  เธอเห็นว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะล้างหนี้เหล่านี้ทิ้งไปและเริ่มต้นใหม่ 

                ที่ชิคาโก้ ประชาชนต่างยืนรอคิวตรงทางเดินของห้องโถงในศาล เพื่อที่จะเข้าพบกับทรัสตีของศาลล้มละลาย นางบาร์บาร่า มัวร์ ครูช่วยสอนวัย 51 ปีจำเป็นต้องยื่นล้มละลายเพราะเธอเกรงว่าหนี้เครดิต คาร์ดจะเพิ่มพูนขึ้นหลังจากเธอนำออกมาใช้รักษาพยาบาลตัวเองเมื่อพบว่าเป็นมะเร็ง

                กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการล้มละลาย(the U.S. Bankruptcy Code) มีข้อจำกัดมากกว่าเดิม  ผู้คนที่จะยื่นล้มละลายไม่อาจใช้ทนายความหรือกลุ่มผู้ช่วยทางกฎหมายดำเนินการให้ได้ทันที ก่อนจะยื่นล้มละลายจะถูกส่งไปยังที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบเครดิต (professional credit counseling)

                กฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้ผู้ยื่นล้มละลายที่มีรายได้เหนือกว่ารายได้เฉลี่ยยื่นฟ้องตาม Chapter 7 เพื่อให้หนี้สูญไปได้เหมือนเดิม  แต่บุคคลที่มีหนี้มากจะต้องเข้าสู่ระบบการผ่อนหนี้บวกค่าใช้จ่าย จากนั้นจะถูกสั่งให้เหลือเงินติดตัวเดือนละ 100 ดอลลาร์ รวมทั้งจะต้องเข้าสู่แผนระบบการจ่ายหนี้คืน 5 ปีตามกฎหมายล้มละลายมาตรา 13 ( Chapter 13 ) ทางด้านธุรกิจก็มีข้อจำกัดในการทำล้มละลายเช่นกัน

กลุ่มผู้สนับสนุนให้มีกฎหมายใหม่ขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้ยื่นล้มละลายตาม Chapter 7 ได้ง่ายขึ้น  กล่าวคือกฎหมายมาตรานี้สามารถยกเลิกหนี้จากเจ้าหนี้ได้ทั้งหมดเมื่อยื่นฟ้องล้มละลาย   กลุ่มไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงชี้ว่าจะทำให้ผู้คนเกิดความทนทุกข์มากขึ้นเพราะหลายคนที่ต้องทำล้ม ละลายอาจจะมาจากการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตกงานอย่างไม่คาดฝัน เป็นต้น

 รายงานข่าวเปิดเผยว่าภายหลังจากที่ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ลงนามให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ทำให้คนอเมริกันหันไปยื่นฟ้องล้มละลายกันมากขึ้น  บริษัท Lundquist Consulting แห่งเมืองเบอร์ลิงเกม รัฐแคลิฟอร์เนียประเมินว่าในสัปดาห์สุดท้ายนี้จะมีผู้ยื่นล้มละลายทั่วประเทศประมาณ 200,000 ราย  ทั้งนี้จากการเก็บสถิติพบว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าได้มีผู้ยื่นล้มละลายไปแล้ว 102,863 ราย

                ขณะที่อีวอนน์ เอฟแวนส์ เสมียนศาลแห่ง the U.S. Bankruptcy Court ที่เมือง Atlanta เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ของศาล 123 คนถูกเรียกตัวมาช่วยงานเพื่อรับมือกับการยื่นที่เชื่อว่ามีมาก เพราะการเข้าคิวยาวไปจนถึงชั้น 13 ของศาล

การยื่นฟ้องด้วยตนเองนี้จะต้องทำให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม  ส่วนทนายความนั้นศาลอนุญาตให้ยื่นได้ถึงเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม เป็นการยื่นผ่านอีเมล หรือที่เรียกว่า electronic court filings  

เรื่องเล่าจากคนติดหนี้มีเหมือนกันเกือบทั่วประเทศ เช่น  นายไมเคิ่ล จี.เบนเน็ตต์ (Michael G. Bennett)อายุ 36 ปีแห่งเมืองเด๊ดแดม (Dedham)รัฐแมสซาชูเส็ท ยื่นล้มละลายด้วย Chapter 7 หลังจากประสบปัญหาทางการเงินต่อเนื่องมา 6 ปี ทำให้เขามีหนี้ถึง 35,000 ดอลลาร์ “จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องต้อนเจ้าหนี้เข้ามุม” เขาให้เหตุผล  เบนเน็ตต์มีภรรยาและลูกชายวัย 2 ขวบ   

ที่เมืองชาร์ล็อตต์ รัฐนอร์ธ แคโรไลน่า มีผู้ไปยื่นล้มละลายกันมากรวมทั้งนางลอร์เรน มาร์ตินสัน วัย 44 ปี เธอคาดหวังว่าจะคลอดลูกคนแรกในวันที่ 14 ตุลาคม “ ดิฉันทั้งสามีเป็นเจ้าของธุรกิจมาก่อน เรามีเครดิตที่ดีมาก  เมื่อเราพลาดการจ่ายหนี้ไปครั้งเดียว เครดิตคาร์ดทุกใบเพิ่มดอกเบี้ยขึ้นเป็น 30 % ทันที “  เมื่อเธอพยายามที่จะแก้ปัญหา กลับพบว่าตกเข้าสู่หลุมหนี้อันลึกล้ำเข้าไปอีก

                ที่ศาลล้มละลายแมนฮัตตัน(the Southern District of New York)ผู้คนต่างไปออรอหน้าศาลด้วยร่มเพราะว่าฝนตก รอเพื่อศาลเปิดประตูในช่วงเช้า ซึ่ง แพมเมล่า กรีน เป็นคนหนึ่งที่จะต้องมายื่นล้ม ละลายเหตุเพราะหนี้ที่เกิดขึ้นทำให้เธอต้องปิดร้านจำหน่ายเสื้อผ้าทิ้งไป

                ที่เมืองพลาโน่ รัฐเท็กซัส เวอโรนิก้า วีเวอร์ ทนายความหอบเอกสารไปปึกใหญ่เพื่อที่จะยื่นให้ลูกความ “ลูกความมีเหตุผลแตกต่างกัน บางรายมีหนี้จากค่ารักษาพยาบาล บางรายตกงาน บางรายก็ไม่มีเงินค่าผ่อนบ้าน “

                ขณะที่ทอม ฟรีซซี่ ทนายความอยู่นอกเมืองชิคาโก้ เปิดรายการวิทยุเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อแจ้งไปยังลูกความให้รับทราบว่ากฎหมายล้มละลายฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้  งานนี้ได้ผลเขามีลูกความ 15 รายภายในสัปดาห์เดียว หรือเพิ่มมากเป็น 3 เท่าของการยื่นฟ้องล้มละลายต่อ 1 เดือนที่เขารับทำให้ลูกความ

                “ตอนนี้ผมก็เหมือนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของวันที่ 15 เมษายน(รับทำแท็กซ์)” นายฟรีซซี่กล่าว  รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูที่ U.S. Bankruptcy Court:  http://www.uscourts.gov/bankruptcycourts.html

 

คนอเมริกันกว่า 48 ล้านจะได้เงินโซเชี่ยล เพิ่มอีก 4.1 %

สำนักบริหารโซเชี่ยล เซเคียวริตี้(the Social Security Administration)แถลงว่าการปรับค่าครองชีพ (The cost of living adjustment หรือที่เรียกว่า COLA) ประจำปีนั้นในปี 2006 จะส่งผลให้คนที่รับเงินโซเชี่ยล เซเคียวริตี้ได้เงินเพิ่มอีก 4.1 % หรือจะได้เพิ่มอีกเดือนละ 39 ดอลลาร์ ถือว่าได้ปรับมากที่สุดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา  โดยมีผลกระทบต่อคนอเมริกัน 48 ล้านคน ในปี 1991 มีการปรับเพิ่ม 5.4 % ส่วนเดือนมกราคมปี 2005 ได้ปรับเพิ่มเพียง 2.7 %

                 การวัดอัตราค่าครองชีพนั้นจะใช้ดัชนีผู้บริโภค( the Consumer Price Index)เป็นตัวกำหนด โดยพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อด้วย โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนปี 2005 อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นหลังจากที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น

                โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่รับเงินโซเชี่ยลในปัจจุบันจะได้เดือนละ 963 ดอลลาร์จะเห็นเช็คของตนเพิ่มเป็น 1,002 ดอลลาร์ในปี 2006

                อย่างไรก็ตามเงินที่ได้รับเพิ่มขึ้น 4.1 % นี้ 1 ใน 4 จะถูกสูบไปโดยค่ารักษาพยาบาล (Medicare)เพราะรัฐบาลได้ประกาศแล้วว่าตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นไปจะต้องจ่ายค่าไปหาหมอเดือนละ 10.30 ดอล ลาร์ ส่วนบุคคลผู้เลือก Medicare Part B ซึ่งถือโอกาสใช้ใบสั่งยาด้วยจะเสียค่าพรีเมี่ยมประมาณ 32 ดอลลาร์ต่อเดือน

                นอกจากนี้ในฤดูหนาวที่กำลังย่างเข้ามานี้รัฐบาลประกาศเช่นกันว่าทุกคนจะต้องจ่ายเงินเพิ่มค่าพลังงานให้ความร้อน คนที่ใช้แก๊สธรรมชาติให้ความร้อนจะเสียเพิ่ม 48 % มากกว่าปีที่แล้ว ส่วนพวกที่ใช้น้ำมันเป็นพลังงานเพื่อความอบอุ่น(heating oil)จะเสียเพิ่มประมาณ 32 %

                จอห์น ร้อตเธอร์ ผู้อำนวยการAARP ให้ความเห็นว่าบรรดาผู้สูงอายุจะเผชิญกับค่าพลังงานที่สูงขึ้น การปรับ COLA ไม่ได้ช่วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเพียงพอ

                สำหรับ The cost of living adjustment ที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2005 นั้นจะมีผล กระ ทบต่อคนประมาณ 52 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนที่รับเงินบำนาญหรือเงินโซเชี่ยล 48 ล้านคน ที่เหลือเป็นเงินช่วยยังชีพแก่คนยากจน คนพิการทุพลภาพหรือที่เรียกว่า Supplemental Security Income (SSI)

ส่วนคู่สามีภรรยาที่รับเงินโซเชี่ยลด้วยกันจะได้รับเช็คเพิ่มจากเดือนละ 1,583 เป็น 1,648 ดอล ลาร์ต่อเดือน บุคคลผู้ที่รับเงิน SSI จาก 579 ดอลลาร์เป็น 603 ดอลลาร์  และคู่สามีภรรยาที่รับ SSI จะได้รับจาก 902 เป็น 939 ต่อเดือน

โตโยต้าเรียกลับรถพันธุ์ผสม Prius 75,000 คัน    

                บริษัท Toyota Motor Corp.แถลงเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่าจะเรียกกลับรถ Prius ซึ่งเป็นรถใช้พลังงานผสม( gas-electric hybrid cars) สาเหตุเพราะเครื่องยนต์อาจดับได้หลังจากเกิดปัญหาด้านระบบไฟฟ้า  รถที่ถูกเรียกกลับมาซ่อมมีทั้งรุ่นปี 2004 และรุ่นปี  2005

                ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือไฟเตือนที่บริเวณหน้าปัมท์รถจะกระพริบขึ้นและเครื่องยนต์ก็จะค่อยดับลง ซึ่งคนขับสามารถขับไปได้ระยะหนึ่งหรือขับออกจอดริมถนน  หลังจากนั้นเครื่องก็จะทำงานอีกเมื่อคนขับสตาร์ทรถใหม่

                ซาเวียร์ โดมินิซี่ โฆษกของโตโยต้าแถลงว่าบริษัทเริ่มสอบสวนรายละเอียดหลังจากฝ่ายบริหารความปลอดภัยบนถนนหลวง(National Highway Traffic Safety Administration )ได้รับร้องเรียนจากเจ้าของรถ 68 ราย อย่างไรก็ตามยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการนี้  ทั้งนี้โตโยต้าสมัครใจที่จะเรียกรถกลับมาซ่อมโดยส่งจดหมายไปยังเจ้าของรถยนต์ทุกคันเริ่มจากเดือนตุลาคมเป็นต้นไป เพื่อนำรถกลับไปซ่อมฟรีที่ดีลเลอร์ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนซอฟท์แวร์ใหม่

                รถพรีส(Prius)เป็นรถพันธุ์ผสมยอดนิยม จำหน่ายในสหรัฐ 9 เดือนแรกของปี 2005 มากกว่าเท่าตัวหรือขายได้ 81,042 คัน เพราะประหยัดน้ำมัน ทั้งนี้จากการรายงานของ Autodata Corp. รายละเอียดเข้าไปดูในเว็บไซท์ www.toyota.com

HP เรียกกลับเบตเตอร์รี่คอมพิวเตอร์Laptop 135,000 ชิ้น

บริษัท Hewlett Packard เรียกกลับเแบตเตอร์รี่ 135,000 ชิ้นที่ใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์  HP  และ Compaq เพราะได้รับรายงานว่าเมื่อเกิดความร้อนขึ้นจะทำให้แบตเตอร์รี่หลอมละลาย  (overheated and melted)   แบตเตอร์รี่เหล่านี้คือ lithium ion rechargeable battery packs ซึ่งใช้กับ  HP Pavilion, Compaq Presario, HP Compaq และ  Compaq Evo   บริเวณสลากโค้ด (barcode label)จะเริ่มเขียนไว้ด้วยรหัส GC, IA, L0  หรือ L1 ออกวางจำหน่ายทั่วโลกระหว่างเดือนมีนาคม 2004 ถึง พฤษภาคม 2005

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูที่   www.hp.com  และ www.hpshopping.com

ผู้ที่ใช้แบตเตอร์รี่และคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะต้องหยุดใช้ ติดต่อกับบริษัทที่ซื้อและนำไปขอเปลี่ยนใหม่ รายละเอียดนอกจากจะดูเว็บไซท์แล้วยังโทร.เบอร์ฟรีได้ที่ 1-888-404-7398  

 

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy