| คนเชียงราย 2 พันชุมนุมให้ทบทวนใบแดงยุทธ ตู้เย็น
9 กำนันแม่จันเป็นพยายนช่วยยงยุทธระบุพ.อ.จัดฉาก
9 กำนันแม่จันพร้อมเป็นพยานช่วย'ยงยุทธ' ระบุ'พ.อ.'อยู่เบื้องหลังจัดฉากขู่ให้รับเงิน ผู้การเชียงรายมึนถูก'ผบ.ตร.'เด้งเข้ากรุ 'เฉลิม'
ขอเป็นทนายคดี'ยุบพรรค'
ลั่นทั่วโลกไม่มียุบพรรคยกเว้นไทย 'ประพันธ์'ป้อง 3 อนุ กก.สอบ'ยงยุทธ'ไม่เกี่ยวเขียนสำนวนส่งศาลฎีกา กลุ่มลูกพ่อขุนคนเมืองเจียงฮาย2พันคนยื่นทบทวนใบแดง
2พันคนชุมนุมให้ทบทวนแจกใบแดง'ยงยุทธ'
เวลา 15.00 น. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดเชียงราย
ภายในโครงการบ้านดู่เมืองใหม่ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย มีกลุ่มชาวบ้านกว่า
2,000 คน จาก 18 อำเภอ ใช้ชื่อ ''กลุ่มลูกพ่อขุนคนเมืองเจียงฮาย''นำโดยนายทองรัก อธิกุลสินธิ์ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
เชียงราย มาชุมนุมถือป้ายเรียกร้องให้ กกต.ทบทวนการที่ กกต.มีมีให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ให้ใบแดง)นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.แบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน(พปช.)และให้ใบเหลือง
น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรค
พปช. โดยแกนนำผู้ชุมนุมสลับกันปราศรัย พร้อมจุดธูปสาปแช่งผู้ให้ร้ายนายยงยุทธ
นายทองรักกล่าวว่า เป็นการชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจกรณีที่เกิดขึ้นกับนายยงยุทธต่อประชาชน
รวมทั้งให้กำลังใจ กกต.เชียงราย และยื่นแถลงการณ์เพื่อให้ กกต.เชียงรายเสนอต่อ
กกต.กลางต่อไป
ต่อมาผู้ชุมนุมส่งตัวแทน 7 คน เข้ายื่นแถลงการณ์และช่อดอกไม้ให้
พล.ต.คำนึง สวัสดี ประธาน กกต.จังหวัดเชียงราย และนายอมรพงษ์ วิชิตกุล
ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง (ผอ.กต.) ประจำจังหวัดเชียงราย ขอให้ยกเลิกการให้ใบแดงแก่นายยงยุทธ
ขณะที่ พล.ต.คำนึงชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่า อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น
ได้ยินหรือผู้ที่ไปเล่าให้ฟัง แต่ให้รอเวลาเป็นเครื่องตัดสิน
นายอมรพงษ์ชี้แจงว่า การร้องเรียนและการตรวจสอบคดีของนายยงยุทธทั้งหมด
เป็นการดำเนินการโดย กกต.กลาง กกต.จังหวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะนำแถลงการณ์ของผู้ชุมนุมเสนอ
กกต.กลาง
9กำนันแม่จันปัดรู้เห็น-แฉ'พ.อ.'อยู่เบื้องหลัง
วันเดียวกัน ที่ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน
ภายในที่ว่าการอำเภอแม่จัน จ.เชียงราย นายอดิศร เรือนคำ กำนันตำบลศรีค้ำและประธานกำนันผู้ใหญ่บ้าน
ต.แม่จัน เป็นแกนนำกลุ่มกำนัน 9 คน ใน อ.แม่จัน
9 คน ซึ่ง กกต.กลางเรียกไปสอบสวนเป็นพยานคดีนายยงยุทธ
พร้อมนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนันตำบลจันจว้า พร้อมนายพัฒน์ ก้างออนตา
กำนันตำบลจอมสวรรค์ และรองประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน กล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงหลังถูกชาวบ้านกดดันว่า
เป็นผู้ที่ทำให้นายยงยุทธได้ใบแดงจนเกิดความขัดแย้งกันระหว่างกำนันและชาวบ้านอย่างหนัก
โดยยืนยันว่า กลุ่มกำนันทั้ง 9 คน ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการให้ใบแดงนายยงยุทธ
แต่เรื่องดังกล่าวเป็นการจัดฉากของนายชัยวัฒน์เพียงคนเดียวตั้งแต่ต้น
เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อตั๋วเครื่องบินในวันที่ 28
ตุลาคม 2550 โดยมีทหารยศ พ.อ.นายหนึ่งอยู่เบื้องหลัง
นายพัฒน์กล่าวว่า กรณีที่ระบุว่านั่งรถของกรมป่าไม้ก็ไม่เป็นความจริง
เพราะในวันนั้นได้นั่งรถยนต์ตู้และรถแท็กซี่ แม้กระทั่งไปถึงกรุงเทพฯนายยงยุทธยังไม่ทราบเลยว่ามาทำไม
แต่นายชัยวัฒน์รู้ทุกอย่างรวมถึงมีการนำคณะไปจัดเลี้ยงที่ร้านแจ่วฮ้อน
ในเมืองเชียงราย มีทหารยศ พ.อ.คนหนึ่งนำเอกสารฉบับหนึ่งให้กล่าวหานายยงยุทธมาให้
กล่าวหาทหารขู่ให้สารภาพรับเงิน'ยงยุทธ'
'ผลการตัดสินของ
กกต.ออกมาเช่นนี้ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะมันไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาพยายามแถลงข่าวก่อน
กกต.ตัดสิน แต่เรื่องเงียบไป ไม่ทราบว่า กกต.เอาหลักฐานที่ไหนมา ทั้งที่ผมและกำนันอีก
8 คน ให้ข้อมูลอย่างหนึ่ง ตั้งแต่ต้นไม่มีการกลับลำ
แต่ข่าวออกมาอีกอย่างหลังกลับจาก กทม.''
นายพัฒน์ยังกล่าวหาว่า 'ทหารได้ทำทุกวิถีทางที่จะให้ร้ายนายยงยุทธ
โดยนำตัวกำนันทั้งหมดไปข่มขู่ให้ยอมรับว่า รับเงิน 20,000
บาท จากนายยงยุทธ แต่เราไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือ ดังนั้น จะนำหลักฐานต่างๆ
ที่ได้รับจากกลุ่มทหารเพื่อใส่ร้ายนายยงยุทธ ไปมอบให้ศาลฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณายกเลิกให้ใบแดงนายยงยุทธ'ง
'เสรี'สั่งย้ายผู้การเชียงรายเข้ากรุ
ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือด่วน
ถึงสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เรื่อง ให้ พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์
ผู้บังคับการตำรวจภูรจังหวัดเชียงราย ไปช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ภายในสำนักงาน ผบ.ตร.เป็นการชั่วคราว ลงนามโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์
เตมียาเวส ผบ.ตร. มีผลตั้งวันที่ 29 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
พล.ต.ต.ทรงธรรมกล่าวว่า ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว
ส่วนสาเหตุถูกย้ายไม่ทราบมาจากเรื่องใด เนื่องจากไม่ได้ระบุในคำสั่ง
แต่ไม่ได้มีการย้ายตำแหน่ง ยังเป็น ผบก.ภ.จว.เชียงรายตามเดิม พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง
คือย้ายไปช่วยราชการ ส่วนเวลากลับนั้นยังไม่มีกำหนด
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายยงยุทธขอให้ย้าย
พล.ต.ต.ทรงธรรมออกนอกพื้นที่ช่วงที่มีการสอบสวนใบแดง โดยอ้างว่าการวางตัว
พล.ต.ต.ทรงธรรม ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(คมช.) อย่างเข้มงวด เรื่องการสกัดกลุ่มคนต่างๆ ที่ต่อต้าน คมช. และการวางตัวในช่วงเลือกตั้ง
ส.ส.ที่ผ่านมาด้วย สำหรับคำสั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลงนามวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ก่อนจะถูกนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งโยกย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีเพียงวันเดียว
'เฉลิม' ขอเป็นทนายคดี'ยุบพรรค'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
กล่าวว่า พรรคมีสิทธิที่จะต่อสู้คดีดังกล่าว และจะขอเป็นหนึ่งในทีมทนายความสู้ในคดีนี้และจะเชิญนางสดศรี
สัตยธรรม กกต. มาชี้แจงในศาลด้วย ว่าทำไมจึงงดออกเสียง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีมติยุบพรรคจริง และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิจะเป็นนายกรัฐมนตรีเองหรือไม่
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ทั่วโลกไม่มีการยุบพรรคมีแต่ประเทศไทย และตนไม่มีสติปัญญาปราดเปรื่องขนาดนั้น
เพราะสติปัญญาเหมาะทำงานในกระทรวงมหาดไทยชอบอยู่ตรงนี้ ถ้ามีการยุบพรรคจริง
ก็ไปหาพรรคใหม่อยู่ได้ อย่ามาเอาพวก 111 มาเป็นบรรทัดฐาน ต้องเอาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นมาว่ากัน
'ประพันธ์' ป้อง3อนุกก.ไม่เกี่ยวเขียนสำนวน
ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง
กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส. พปช.จะรวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอน กกต.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในกรณีที่ไม่สอบปากคำพยานปากสุดท้ายตามคำขอของนายยงยุทธ
แต่ได้ลงมติให้ใบแดงว่ายืนยันทำทุกอย่างตามกระบวนการแล้ว ไม่หวั่นไหวว่าจะถูกถอดถอน
''ส่วนกรณีนายยงยุทธขอให้คณะอนุกรรมการ
3 คน ประกอบด้วย นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ นายอิสระ
หลิมศิริวงษ์ และ พ.ท.จักรกฤช บุปผศิริ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนสำนวนการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธไปให้ศาลฎีกานั้น
ความจริงแล้วการเขียนสำนวนเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและเจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายของ
กกต.จะเป็นผู้รับผิดชอบ คณะอนุกรรมการทั้ง 3
คน ไม่เกี่ยวข้อง แต่ กกต.ก็จะรับฟังคำร้องของนายยงยุทธ''
''อนุกรรมการทั้ง 3 คน ที่สอบสวน ต้องทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนแทน กกต.ทุกอย่าง ซึ่งทุกคนก็ทำงานด้วยความเป็นกลาง
โดยเฉพาะกรรมการที่มาจากคนนอกนั้นถือเป็นบุคคลที่เสียสละ มีความซื่อสัตย์
ตรงไปตรงมา นายอิสระก็เป็นอัยการที่มีความซื่อตรง เคยเป็นเจ้าของสำนวนคดีค่าโง่ทางด่วน
6,200 ล้านบาท ผมไม่อยากให้ไปกล่าวหาว่ากรรมการชุดสอบสวนไม่มีความเป็นกลาง''นายประพันธ์กล่าว
ชี้นำกกต.ข้างน้อยเป็นพยานไร้ประโยชน์
ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม
กล่าวว่า ถือเป็นความเข้าใจผิดของนายยงยุทธ ซึ่งอาจจะมีคนให้ข้อมูลผิดพลาด
เพราะอนุกรรมการชุดนี้ กกต.ทั้ง 5 คน ได้เลือกสรรมา ส่วน พ.ท.จักรกฤช นั้นก็ไม่ใช่กรรมการสืบสวนในสำนวนนายยงยุทธและไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้
สำนวนที่จะส่งให้ศาลฎีกานั้นเป็นของเจ้าหน้าที่ กกต.โดยตรงและขณะนี้กำลังร่างคำฟ้องโดยเจ้าหน้าที่เจ้าของสำนวนก่อนส่งศาล
จะพยายามเร่งทำให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์
''ถ้าหากฝ่ายนายยงยุทธขอให้ กกต.เสียงข้างน้อยไปเป็นพยานเบิกความในศาลนั้น
คิดว่าไม่น่าเป็นประโยชน์ เพราะ กกต.ก็ต้องเสนอความเห็นให้ศาลอยู่แล้วว่า
แต่ละคนมีความเห็นอย่างไรจึงลงมติเช่นนั้น ก็คงต้องให้การว่าเป็นไปตามมติ''
นายสุเมธกล่าวว่า คดีจะมีน้ำหนักหรือไม่ อยู่ที่พยานหลักฐานที่จะนำไปเสนอศาลเท่านั้น
ไม่ได้อยู่กับ กกต. เพราะ
กกต.ลงชื่อในคำวินิจฉัยเพื่อให้รับทราบเท่านั้น ไม่อาจบอกให้ทำสำนวนหนักแน่น
นอกนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรืออัยการที่จะช่วยตรวจสอบให้ถูกกระบวนการก่อนส่งให้ศาล
แต่ถ้า กกต.ไม่ส่งสำนวนไปศาลก็จะผิดกฎหมาย จึงขอร้องอย่าให้มีการรวมตัวกัน
เพราะไม่เป็นประโยชน์
|