ศาลปกครองกลางสั่งระงับมติครม.ปราสาทพระวิหาร
เตรียมฟ้องกราวรูดครม.-กดดันนพดลพลาดให้ลาออก

ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราวมติครม.วันที่ 17 มิถุนายนกรณีให้ความเห็นชอบออกแถลงร่วมไทย-กัมพูชา กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเตรียมยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด นักวิชาการชี้นพดล ปัทมะพลาดตามารายาททางการเมืองต้องลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกับพวก ยื่นฟ้องนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างระเทศและคณะรัฐมนตรีว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายในการออกแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย-กัมพูชา พร้อมให้ศาลเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่เห็นชอบให้นายนพดลลงนามในแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย-กัมพูชา ในการที่กัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หากมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ก็ไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน จึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ด้วยการระงับมติครม.ดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.และใช้เวลาไต่สวนกว่า 10 ชั่วโมง จนมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มิ.ย.

ทนายภูมิใจเอาผิดกราวรูดครม.

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวภายหลังที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีเขาพระวิหาร จากการยื่นฟ้องโดยพันธมิตรฯ ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนไทย เนื่องจากยังสามารถรักษาปราสาทเขาพระวิหารไว้ได้

ต่อจากนี้ ตนจะเตรียมดำเนินคดีกับนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและครม. อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในความผิดทำให้เสียดินแดน และทำให้รัฐต่างประเทศเป็นปฏิปักษ์กับรัฐไทย นอกจากนี้ จะร้องเรียนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินคดีกับครม. ในความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ผู้ชุมนุมเฮหลังรับฟังผลตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณทำเนียบรัฐบาล ผู้ดำเนินรายการได้บอกผู้ชุมนุม เกี่ยวกับกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำงคุ้มครองชั่วคราว ระงับมติคณะรัฐมนตรีกรณีรับรองการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ของประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ เมื่อผู้ชุมนุมได้ทราบข่าวนี้ ต่างก็ปรบมือและแสดงความดีใจอย่างยิ่ง

อธิบดีกรมสนธิสัญญาอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด

นายกฤต ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในเรื่องนี้ว่าตามขั้นตอนคงต้องมีการอุทธรณ์ ไปยังศาลปกครองสูงสุด ซึ่งการที่กัมพูชาจะไปขึ้นทะเบียนมรดกได้หรือไม่ ความจริงการที่ไทยให้การยินยอม ไม่ได้หมายความว่า กัมพูชาจะขึ้นได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเห็นหรือมติคณะกรรมการมรดกโลก

นายกฤต กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลไทยได้พยายามดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา แต่กัมพูชายืนยันขึ้นทะเบียนแต่ฝ่ายเดียว ซึ่งทั้งหมดดำเนินไปตามขั้นตอน

ส่วนที่มีข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศเพิ่งทราบว่า แผนที่แนบท้ายการดำเนินการดังกล่าว ทางกัมพูชารุกล้ำพื้นที่ของไทยนั้น  อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ กล่าวว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ตนไม่ได้ชี้แจงกับศาลว่า ไทยเสียดินแดน หรือไปรับสิทธิเหนือดินแดนในพื้นที่ทับซ้อน กรมฯ ยืนยันแถลงการณ์ร่วม แผนผังไม่มีส่วนใดรุกล้ำเข้ามา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียดินแดน

นักวิชาการเสนอขึ้นทะเบียนลุ่มแม่น้ำมูล

นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีมติรับรองการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารของประเทศกัมพูชา ว่า รัฐบาลควรเจรจากับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อทำให้ประเทศกัมพูชาเข้าใจว่า ไทยจะไม่คัดค้านการขึ้นทะเบียนดังกล่าว แต่ไทยจะขอถอนตัวจากแถลงการร่วมไทย - กัมพูชา ที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามไปแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องยอมรับว่า การกระทำนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เป็นสิ่งที่ควรทำ หรือไม่เช่นนั้น ยังมีวิธีคือ ประเทศไทยต้องขอขึ้นทะเบียนเป็นอารยธรรมลุ่มแม่น้ำมูล โดยขอขึ้นทะเบียนทั้งปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง และเขาพระวิหารรวมกัน โดยไม่ต้องคำนึงถึงเขตแดนประเทศ

แนะนพดลลาออกตามารยาทการเมือง

นายนิธิ กล่าวต่อว่า คิดว่าตามมารยาททางการเมือง นายนพดลควรลาออกจากตำแหน่ง เพราะถึงอย่างไรมั่นใจว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะปรับนายนพดลออก โดยการปรับคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว หากนายสมัครยังต้องการให้รัฐบาลอยู่ต่อไป

'เติ้ง' เผยนายกฯ รับปากแก้ไข

ก่อนหน้านี้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ว่า ได้หารือกับนายกฯ และระบายถึงความอึดอัดใจในบางเรื่องเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเช่น พื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องทับซ้อนที่ยังตกลงกันไม่ได้ เกรงจะเป็นปัญหาในอนาคตได้ถ้าอีกฝ่ายดำเนินการในลักษณะข้างเดียว มันจะกลายเป็นพื้นที่ส่วนควบแทนพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ ซึ่งนายกฯก็รับปากว่าถ้าไม่เห็นด้วยก็พร้อมจะแก้ไข พร้อมได้ขอให้นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนจากคำว่า map (แผนที่) เป็น area chart (แผนผัง) นายกฯก็รับปากจะไปปรับปรุงแก้ไข โดยให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ประสาน

พล.ต.สนั่น ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าวว่า นายกฯได้หารือกับบรรดาหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนว่าหากเรื่องนี้ยังไม่ถูกต้องในรายละเอียดใดๆ ก็สามารถทบทวนและเปลี่ยนแปลงได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นายนพดล ปัทมะได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาไปแล้ว จะแก้ไขอย่างไร พล.ต.สนั่นตอบว่า ตรงนั้นยังไม่ได้ข้อยุติ ยังทบทวนได้ เพราะหากเป็นสนธิสัญญา ก็ต้องนำมาเข้าที่ประชุมสภาก่อน จึงยังแก้ไขได้ ที่นายกฯเป็นห่วงคือ ความคิดเห็นของประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะเอาอย่างไร นายกฯก็เอาด้วย

เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯแจ้งต่อหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลคือ ยอมถอยเรื่องเขาพระวิหาร พล.ต.สนั่นกล่าวว่า 'ถ้ามันยังไม่ถูกต้องในรายละเอียด ยังสามารถทบทวนได้'

'สมศักดิ์' ชี้อุทาหรณ์ ครม.

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า คาดภายในสัปดาห์หน้าหลังการอภิปรายงบประมาณเสร็จสิ้นจะมีการหารือเรื่องปราสาทพระวิหารอย่างชัดเจนจะดำเนินต่อไปอย่างไร ไม่คิดว่าการตัดสินใจขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวของนายนพดลจะเป็นบทเรียนอะไร แต่คิดว่าทุกเรื่องไม่ใช่ว่าเมื่อเสนอเข้ามาแล้วจะผ่าน ครม.ได้ทุกเรื่อง เพราะต้องมีความเห็นที่หลากหลายของ ครม.และจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าเหตุผลของผู้ที่นำเสนอ สามารถฟังได้ ครม.ก็ไม่ติดใจ ทุกอย่างมีคำตอบอยู่แล้ว

'ผมไม่อยากบอกว่าเป็นข้อผิดพลาดของนายนพดล แต่เสียงที่สะท้อนและวิพากษ์วิจารณ์เป็นเสียงของคนไทยที่แสดงให้เห็นว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับอธิปไตยและประเทศชาติ ซึ่ง ครม.ต้องตระหนักว่า นี่คือความรับผิดชอบร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ ครม.เพียงอย่างเดียว เรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดี' นายสมศักดิ์กล่าว

นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงท่าทีนายกฯพร้อมถอยว่า มันก็ทำต่อไม่ได้ ถึงจะไปทำต่อก็ทำไม่ได้ เพราะคำว่าอธิปไตยเป็นเรื่องใหญ่Ž

บัวแก้วไม่หยุดแต่ทำรอบคอบ

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนเช่นกันที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุสนธิ์ ชินวรรโณ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก และนายกฤต ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญา ร่วมกันแถลงชี้แจงประเด็นต่างๆ กรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งนายกฤตยืนยันว่า การดำเนินการใดๆ จะไม่นำไปสู่การเสียดินแดนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต และไม่ว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะมีมติให้หรือไม่ให้ขึ้นทะเบียนในการประชุมที่เมืองควิเบคก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อดินแดนไทย และจะดำเนินการในกระบวนการต่อไปด้วยความรอบคอบ

นำสมุดปกขาวชี้แจงทางเว็บไซต์

ด้านนายธฤตกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศนำสมุดปกขาว 'กรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก' เพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชน ขึ้นหน้าเว็บไซต์ของกระทรวง ประชาชนทั่วไปดาวน์โหลดได้ที่ www.mfa.go.th แล้ว และหลังการจัดพิมพ์เสร็จจะส่งสมุดปกขาวไปยังสถานที่ราชการและโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ ด้วย

'ทั้งนี้ ย้ำว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมไม่ใช่สนธิสัญญา และไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อรักษาอธิปไตยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างดีที่สุด'

ส่วนกรณีมีกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นจดหมายต่อสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยนั้น นายธฤตกล่าวว่า สามารถทำได้แต่ขอให้อยู่ในขอบเขตด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ละเมิดสิทธิ เนื่องจากภาพข่าวดังกล่าวมีผู้ชม ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย แต่ยังแพร่ภาพไปยังประเทศกัมพูชาและประเทศอื่นๆ ด้วย เพื่อไม่นำไปสู่การยั่วยุชาวกัมพูชา เช่นที่เคยทำให้เกิดการจลาจลเผาสถานทูตไทย เมื่อปี 2546

'ขณะนี้ทางการกัมพูชาเพิ่มกำลังตำรวจประมาณ 10 นาย จากเดิมที่มีเพียง 2-3 นายมาประจำการหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ แม้ว่าจะยังไม่มีสัญญาณใดที่น่าห่วงกังวลที่ชัดเจน' นายธฤตกล่าว

นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า วันที่ 30 มิถุนายน เวลา 14.00 น. กระทรวงการต่างประเทศจะจัดสัมมนาเรื่อง 'ท่าทีไทยการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก' และจะเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสัมมนาสอบถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้เต็มที่

กก.มรดกโลกไทยมีมติ3ข้อ

เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกชุดใหม่นัดแรก โดยมีนายปองพล อดิเรกสาร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน มีวาระสำคัญคือ การกำหนดท่าทีการเจรจาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 32 ที่เมืองคิวเบก ประเทศแคนาดา

นายปองพลแถลงภายหลังประชุมว่า ทุกคนมีแนวคิดร่วมกันว่า กรณีเขาพระวิหารนั้น ควรจะทำให้ทั้งไทยและกัมพูชามีความปรองดองกันมากกว่าที่จะแตกแยก โดยจะเชิญ กต. กรมแผนที่ทหาร มายืนยันและให้ความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะไม่ยอมเสียดินแดนให้ใครเป็นอันขาด

นายปองพลกล่าวว่า ที่ประชุมครั้งนี้มีมติร่วมกัน 3 ข้อ คือ 1.คณะกรรมการเห็นว่า ความสมบูรณ์ของปราสาทพระวิหารในฐานะมรดกโลก จะต้องพิจารณาสภาพทางสถาปัตยกรรมและทางภูมิศาสตร์ ประกอบกันเป็นภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม 2.คณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา คณะกรรมการมรดกโลก ศูนย์มรดกโลก และยูเนสโก ในการดำเนินการต่างๆ เพื่อความสมบูรณ์ของสถานะมรดกโลกของปราสาทพระวิหารในอนาคต  

3.มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากร กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สผ.กต. ฯลฯ เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการรายงานสถานภาพแหล่งมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และแหล่งที่กำลังจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย เพื่อไปหารือในการร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 32 ที่ประเทศแคนาดา

อุบไต๋แผนสกัดขึ้นทะเบียน

เมื่อถามว่า ที่ประชุมเตรียมรับสถานการณ์ หากคณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกหรือไม่ นายปองพลกล่าวว่า เตรียม จึงใช้เวลาประชุมค่อนข้างนาน แต่ไม่สามารถบอกได้ เพราะถ้าบอกอีกฝ่ายจะรู้ตัว และไม่ยอมเจรจาด้วย

'ทีมงานกระทรวงการต่างประเทศและคณะของตนจะต้องหารือร่วมกันตลอดเวลาในการประชุมที่แคนาดา โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเอาเรื่องเขตแดนเป็นหลัก ส่วนคณะของตนจะเอาเรื่องความสมบูรณ์ของมรดกโลกเป็นหลัก จะต้องมีการหารือกันนอกรอบก่อน เมื่อตกลงกันได้ ประธานคณะกรรมการมรดกโลกก็จะเสนอคณะกรรมการ ฉะนั้น การหารือนอกรอบเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนจะโต้แย้งหรือไม่หากมีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตามข้อเสนอของกัมพูชานั้น คงบอกรายละเอียดไม่ได้ ไม่ควรจะเปิดเผย เพราะการเจรจาเป็นเรื่องการต่อรอง'

มั่นใจเสียงคัดค้านมีน้ำหนักพอ

ส่วนมีการไปคุยกับประเทศอื่นที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกให้เห็นด้วยกับแนวคิดของไทยหรือไม่ นายปองพลกล่าวว่า ใครๆ ก็ล็อบบี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าเราหรือกัมพูชา แต่คนที่ถูกล็อบบี้ก็ยังไม่มีท่าทีชัดเจน คงจะหาความชัดเจนได้ในช่วงที่มีการต่อรองเจรจาที่ควิเบก และจะไปพบ ศ.อดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการ ภายใน 2-3 วันนี้ เพื่อขอคำแนะนำอย่างแน่นอน

'ค่อนข้างมั่นใจว่าทีมประชุมและทำหน้าที่เจรจาในครั้งนี้ จะไม่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ และเชื่อว่าการคัดค้านของคนไทยที่เกิดขึ้นจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน โดยคณะกรรมการมรดกโลกรับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว และข้อเป็นห่วงนี้น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่อาจทำให้คณะกรรมการมรดกโลกตัดสินใจอย่างเป็นกลาง' นายปองพลกล่าว

อาจารย์ธรรมศาสตร์ยื่น3.5หมื่นชื่อร่วมสกัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างมีการประชุมเวลา 10.00 น. กลุ่มประชาชนชาวไทยผู้รักประชาธิปไตย จำนวน 10 คน นำโดยนายประกาศิต แก้วมงคล ผู้ช่วยวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางดุษฎี ทายตะคุ อาจารย์จากสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำรายชื่ออาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 35,000 คน มอบให้กับนายปองพล ในฐานะประธานคณะกรรมการ

นอกจากนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1.ขอให้คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารไปก่อนจนกว่าคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วมระหว่างไทยกัมพูชาจะดำเนินการปักปันเขตแดนบริเวณที่ตั้งของปราสาทพระวิหารเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน 2.ไม่เห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เรื่องคำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา และขอเรียกร้องให้ ครม.ยกเลิกมติดังกล่าวโดยเร็ว 3.ขอให้มีตัวแทนภาคประชาชนของไทยและกัมพูชา มีส่วนร่วมในกระบวนการยื่นคำขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกทุกขั้นตอน และ 4.ขอให้ กต.เปิดเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาให้รัฐบาลกัมพูชารับชาวกัมพูชาที่บุกรุกมาตั้งร้านค้าในพื้นที่ N3 กลับ และให้กองทัพภาคที่ 2 ผลักดันโดยละม่อมอีกทางหนึ่ง

นางดุษฎีกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารภายใต้หลักเกณฑ์ทางวิชาการ ไม่ใช่พิจารณาภายใต้ความกดดันทางการเมือง ส่วนในอดีตเคยมีการขึ้นทะเบียนบางสถานที่ที่ไม่รวมองค์ประกอบมาแล้ว เช่น พระราชวังทัชมาฮาล ของอินเดีย และมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่เมืองเว้ เวียดนาม นางดุษฎี กล่าวว่า คนละกรณีกัน เพราะทั้ง 2 แห่ง ยังมีปัญหาเรื่องเขตแดน จึงขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวอาคาร

จี้นายกฯทบทวนมติครม.17มิ.ย.

เวลา 10.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เข้าพบ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมมอบพวงมาลัยและกระเช้าขอบคุณที่ช่วยรวบรวมรายชื่อผู้คัดค้าน

จากนั้น ม.ล.วัลย์วิภาและคณะไปทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พร้อมรายชื่อผู้คัดค้าน 35,000 คน ถึงนายกรัฐมนตรี ให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่าน

ม.ล.วัลย์วิภากล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเห็นว่าการที่ประชาชนลงชื่อจำนวนมากนั้น เป็นการแสดงพลังของภาคประชาชนอย่างแท้จริง และจะยื่นจดหมายพร้อมรายชื่อผู้คัดค้านต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานยูเนสโก ประจำประเทศไทย สถานเอกอัคราชทูตกัมพูชา สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานนโยบายและแผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

อ่านข่าวทั้งหมดเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร (ผู้จัดการ)http://www.manager.co.th/

อ่านต่อ.....พันธมิตรล้อมทำเนียบสำเร็จ-ขับสมัครสื่อต่างประเทศชี้รัฐประหารมีโอกาศสูง

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy