ทักษิณกลับเมืองไทย,สั่งเด้งเสรีพิศุทธ์
อธิบดีกรมประชาฯแฉเปิดศึกล้างแค้น

สมัครเซ็นลงนามเด้งเสรีพิศุทธ์ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตั้ง 3 ข้อหาส่อทุจริต  เสรีพิศุทธ์ขู่ฟ้องอาญา ตั้งพัชราวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ  พันธมิตรฯชี้เตรียมดึงพี่เมียทักษิณ”เพรียวพันธุ์”ขึ้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพัน์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงคำสั่งสำนักนายก รัฐมนตรี ที่ 34/2551 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หลังจากมีคำสั่งย้ายเข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปก่อนหน้านี้แล้ว

คำสั่งดังกล่าวระบุถึงเหตุผลว่า 1.ดำเนินโครงการเช่ารถยนต์บรรทุกขนาด 1 ตัน แบบดับเบิลแค็บ จำนวน 2,894 คัน โครงการเช่ารถตู้โดยสาร (เบนซิน) ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) ขนาด 15 ที่นั่ง จำนวน 1,447 คัน โครงการเช่ารถยนต์บรรทุกอเนกประสงค์ขนาด 3ตัน ขนาด 24 ที่นั่ง จำนวน 270 คัน และรถยนต์บรรทุกขนาด 3 ตัน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กวาดเรือใบ เครนยก จำนวน 51 คัน และโครงการเช่ารถยนต์บรรทุก (ขนาด 1 ตัน) แบบมีช่องว่างด้านหลังคนขับ จำนวน 1,555 คัน ซึ่งใช้งบประมาณรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,899,578,200 บาท โดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตและเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ซึ่งทำให้ทางราชการเสียหาย ตลอดจนเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทผู้ให้เช่ารถยนต์ อันถือได้ว่าเป็นการกระทำการ หรือไม่กระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่ไม่ควรได้

2.สั่งการโดยใช้ถ้อยคำที่มิบังควร และไม่เหมาะสมในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานในบันทึกของกองสวัสดิการ ที่เสนอขอให้พิจารณาจัดการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปี 2551 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 21-28 มีนาคม 2551 เนื่องจากผู้เสนอเห็นว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างการไว้ทุกข์ตามมติคณะรัฐมนตรี หากจัดการแข่งขันกีฬาภายในจะเป็นการไม่บังควร

3.ดำเนินการบริหารงานบุคคลโดยออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับพันตำรวจเอก ตำแหน่งผู้กำกับการฝ่ายปฏิบัติการที่ 1-ที่ 10 ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในกองบังคับการต่างๆ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ ทำให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับตำแหน่ง จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในการแบ่งส่วนราชการของกองบังคับการต่างๆ และกรณีดังกล่าวเป็นเหตุทำให้ราชการต้องเสียงบประมาณสำหรับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งโดยยังไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายเสียก่อนแต่อย่างใด

อาศัยอำนาจตามความในพรนะราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 86 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

1.นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุดเป็นประธานกรรมการ 2.นายนัที เปรมรัศมี รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการ 3.พลตำรวจโทจงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ 4.พลตำรวจโทธีรเดเช รอดโพธิ์ทอง จเรตำรวจ เขตตรวจราชการที่ 8 เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า กรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่นและคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนนั้นอยู่ด้วยให้ประธานกรรมการรายงานโดยเร็ว สั่ง ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 ลงชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

ด้าน พล.ต.ท.จงรัก ซึ่งเป็นกรรมการในการสอบสวนความผิด พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ กล่าวเพียงว่า ยังไม่เห็นคำสั่งดังกล่าว เพราะวันนี้ยังไม่ได้เข้าสำนักงาน จึงขอไม่กล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

พัชรวาทรักษาการแทน

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.พ.ว่า เห็นคำสั่งย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมคำสั่งแต่งตั้งให้ตนทำหน้าที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามโดย นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันนี้

"ผมขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจ ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ส่วนคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย" พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวและว่า ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการทาบทามให้ทำหน้าที่ดังกล่าวมาก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่ขอตอบข้อถามที่ว่าการแต่งตั้งตนเองขึ้นมาเพื่อขัดตาทัพ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมที่รัฐสภา หลังร่วมถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึงการทำงานในตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ไม่หนักใจ เพราะในชีวิตเป็นตำรวจมาตลอด และเชื่อว่า จะไม่ถูกต่อต้านหรือมีปัญหากับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เนื่องจากทุกคนเป็นพี่น้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศที่สำนักงาน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ชั้น 7 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจาก พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ ไปปฎิบัติภารกิจที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงสายวานนี้ และมีกำหนดกลับช่วงค่ำของวันที่ 1 มี.ค.

เสธ.หนั่นสอบถามครม.ย้ายระดับสูง 4 ตำแหน่ง

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.พ.ว่า ทราบเรื่องการโยกย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปประสำนักนายกรัฐมนตรี แล้ว แต่ไม่เห็นหนังสือคำสั่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะสอบถามในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าถึงเหตุผล และความจำเป็นในการโยกย้ายข้าราชการประจำระดับสูง 4  ตำแหน่ง ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงต้องมีเหตุผลพอสมควร

พันธมิตรฮึ่มหารือ 5 มีนาคม

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า คำสั่งโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ประเด็นนี้ถือเป็นวาระสำคัญในการกำหนดรูปแบบการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะหารือในวันที่ 5 มี.ค.นี้  เวลา 10.00 น. ประเด็นการโยกย้ายข้าราชการหลายตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา รวมถึง การขยายจำนวนคณะกรรมการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในต่างจังหวัด กำหนดโครงสร้างและรูปแบบการเคลื่อนไหว

เสรีพิศุทธ์พร้อมฟ้องกฎหมายอาญา

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จ.สงขลา กล่าวว่า ยังไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว  หากคำสั่งเป็นจริง จะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร (กทม.)วันพรุ่งนี้ และจะรายงานตัว พร้อมสอบถามสาเหตุจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี หากเป็นเหตุผลที่ยอมรับไม่ได้ ก็จะฟ้องต่อศาลอาญา

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการโยกย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  โดยระบุว่าจะชี้แจงหลังเดินกลับจากการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่วนกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรม นั้น ตนเห็นว่าไม่มีปัญหา เพราะการดำเนินการดำเนินการใดๆพร้อมรับผิดชอบ การโยกย้ายก็เพื่อความเหมาะสม และเป็นเรื่องปกติ รวมทั้งดำเนินการโยกย้ายเพียงไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น

ย้าย 4 ตำแหน่งระดับสูง

หลังจากที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินไม่ถึง 1 เดือน ก็ได้โยกย้ายข้าราชการระดับสูงไปแล้วถึง 3 คน ได้แก่ นายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และคนล่าสุดที่โดนย้ายฟ้าผ่าได้แก่ นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ถูกย้ายมาช่วยราชการที่สำนักนายกฯ

ล่าสุดหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยก็มีการสั่งย้ายพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.สตช.เข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  

รมต.เงาฟันธงปลดเพราะเหตุภาษีรถยนต์หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 29 ก.พ. นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยเงากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้แถลงแนวทางนโยบายและการทำงานไว้ชัดเจนว่าจะดำเนินงานอย่างสมานฉันท์ ให้เกิดในบ้านบ้าน แต่นับตั้งแต่รัฐบาลเข้ามารับผิดชอบงานยังไม่ถึง 1 เดือน ปรากฏว่า รัฐบาลได้ปลดอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ กรมประชาสัมพันธ์ เลขาองค์การอาหารและยา และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดทั้งการปลดข้าราชการชั้นผู้น้อยในจังหวัดต่างๆ สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์จากรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่แถลงไว้ว่าจะสร้างความสมานฉันท์ และจะบ ริหารจัดการที่ดี เพราะทุกอย่างที่ปรากฏในการปลดย้าย เป็นไปเพื่อแก้แค้น และเป็นการขจัดเส้นทางของข้าราชการบุคคลดังกล่าวนั้น และที่สำคัญคือ เป็นการล้มล้างบุคคลที่จะบริหารบ้านเมืองให้เป็นไปในทางอันบริสุทธิ์ในเรื่องของการตรวจสอบการทำงานของอำนาจเก่า ดังนั้น คนใดที่ขวางทาง หรือไม่สนองตอบตามคำร้องขอก็จะถูกปลดออกจากเส้นทางของการดำรงตำแหน่ง

รัฐมนตรีช่วยเงากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนขอตำหนิการกระทำดังกล่าว และขอให้ประชาชนติดตามการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะยังเดินหน้าปลดข้าราชการที่ดีออกจากเส้นทาง และออกมาเตือนสติรัฐบาล ว่า หากบริหารงานเช่นนี้ต่อไป คนที่จะไม่มีแผ่นดินอยู่อาจเกิดขึ้นอีก แผ่นดินจะลุกเป็นไฟแน่นอน ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนท่าทีและการกระทำดังกล่าว

 “สำหรับการปลด ผบ.ตร.ครั้งนี้ ผมทราบมาว่า ผู้บริหารระดับสูงได้ขอร้องให้ ผบ.ตร.ละเว้นการสืบสวนสอบสวนนักการเมืองที่อยู่ใกล้ชิดนักการเมืองระดับสูง ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการนำรถเข้ามาในประเทศโดยเลี่ยงภาษีนับหมื่นล้าน เมื่อไม่สำเร็จจึงนำมาสู่การปลด ดังนั้น หากนายกฯ หรือผู้รับผิดชอบไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าย้าย ผบ.ตร.ด้วยเหตุผลใด หากไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผล ตนจะนำดำเนินเอาความจริงมาให้ประชาชนรับทราบในลำดับต่อไป”

“จักรภพ” ชงเด้งฟ้าผ่า “ปราโมช”

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ก.พ. นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นนายจักรภพให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าได้ลงนามในคำสั่งให้นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐ มนตรี ในโครงการพัฒนาสถานีโทรทัศน์อาเซียน ที่เป็นงานสำคัญของรัฐบาลที่ต้องรีบเตรียมงาน และผลักดันให้ประสบความสำเร็จให้ทันเวลา ที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียน โดยจะเริ่ม ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2551 เป็นต้นไป และให้นายเผชิญ ขำโพธิ์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนที่ 1 ทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ไปก่อน ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีผลทันทีในวันที่ 28 ก.พ. นี้ เป็นต้นไป เพราะนายกรัฐมนตรีได้ลงนามแล้ว โดยเรื่องนี้ไม่ได้นำเข้า ครม.อีก

อ้างสาเหตุให้ไปคุม “ทีวีอาเซียน”

“ผมไม่กลัวข้อครหาที่เซ็นคำสั่งในช่วงนี้เพราะทุกอย่างมีเหตุผลชัดเจน โครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกรมประชาสัมพันธ์มีมากถึง 12 เรื่อง ผมได้หารือกับผู้บริหารและเพื่อนข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์แล้วในโครงการต่างๆ ทั้งโครงการสถานีกีฬา การปรับปรุงช่อง 11 ซึ่งจะต้องเชิญผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาช่วยพัฒนาในแต่ละเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โครงการสถานีโทรทัศน์อาเซียน จึงได้ขอให้ นายปราโมชมาช่วยราชการ ซึ่งโครงการนี้มีหลายเฟส ระยะเวลา 1 ปีครึ่ง หรืออาจจะยาวกว่านั้นก็ได้ และการเซ็นคำสั่งครั้งนี้ ได้คุยกับนายปราโมชในหลักการแล้วว่า โครงการนี้มีความสำคัญและต้องการได้ผู้ใหญ่มาช่วยดู คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร และเชื่อว่าการตั้งรักษาการจะไม่มีผลต่อการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ เพราะนายเผชิญจะมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและการบริหารเหมือนอธิบดีทุกอย่าง” นายจักรภพกล่าว 

ปัดไม่ได้เด้งเพื่อเอาใจ “ทักษิณ” 

เมื่อถามว่า คิดว่าข้าราชการส่วนใหญ่จะรับได้ หรือไม่ เพราะ ครม.ทำงานยังไม่ถึง 1 เดือน แต่ย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไป 3 กระทรวงแล้ว นายจักรภพตอบว่า หลายกรณีถือว่าขยับคนช้าเกินไปด้วยซ้ำ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่วางคนและงบประมาณให้งานเดินเร็วที่สุด นี่เป็นวิธีการของเรา ส่วนตัวเชื่อว่าข้าราชการที่รักและหวังดีต่อประเทศทุกคนจะเห็นความจำเป็นในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า เกรงข้อครหาหรือไม่ว่าย้ายเพื่อเอาใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเดินทางกลับมาพอดี นายจักรภพตอบว่า ไม่เกี่ยวกันเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณถือเป็นประชาชนธรรมดาแล้ว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่มีอิทธิพลใดๆต่อการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเพื่อเผชิญคดีความ และมอบอนาคตตัวเองต่อกระบวนการยุติธรรม 

“ปราโมช” เลี่ยงคำตอบโดนรังแก

นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงกรณีที่โดนคำสั่งย้ายฟ้าผ่าครั้งนี้ว่า ยังไม่เห็นคำสั่ง เพิ่งทราบจากข่าวที่มีคนโทรศัพท์มาบอก จึงยังตอบอะไรไม่ได้  แต่เราเป็นข้าราชการ มีสายการบังคับบัญชาต้องพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อถามว่า จะดำเนินการยื่นร้องอุทธรณ์คำสั่ง เหมือนกับกรณีของ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ระบุว่าถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ นายปราโมชตอบว่า จะขอสอบถามรายละเอียดก่อนเพราะเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว จะมอบภารกิจอะไรก็ควรมีการบอกกล่าวกัน ความจริงโครงการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์อาเซียนก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของกิจกรรมเล็กๆ ที่กรมประชาสัมพันธ์ทำอยู่และมีการเตรียมงานกันมาก่อนแล้ว ส่วนจะมีการร้องอุทธรณ์คำสั่งหรือไม่นั้นอย่าเพิ่งเดินไปสู่จุดนั้น

เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าโดนรังแกหรือไม่ เพราะรัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามาทำงานก็มีการสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงไปแล้วหลายตำแหน่ง นายปราโมชตอบว่า “สิ่งที่เกิดขึ้น เขามีสิทธิที่จะทำได้อยู่แล้ว ส่วนจะมองว่าถูกรังแกหรือไม่นั้น ก็คงจะเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไปมั้ง แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย” 

เด็ก ปชป.ถามเหตุย้าย “สุนัย” เพื่อใคร 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา เพราะมี ส.ส.เข้าร่วมประชุมกันค่อนข้างบางตา ทำให้ประธานที่ประชุมปล่อยให้สมาชิกได้หารือเรื่องเดือดร้อนในพื้นที่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณากระทู้ถามสด 

 

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ตั้งกระทู้ถามสดนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม เรื่องคำสั่งย้ายนายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า เป็นการย้ายเพื่อให้ทันใครบางคนที่เข้าประเทศไทยในวันนี้หรือไม่ และการย้ายนายสุนัยไปรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทั้งๆที่กฎหมายดังกล่าวถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก แสดงว่าไม่มีกฎหมายรองรับถือเป็นการย้ายเอง หรือมีมือที่มองไม่เห็นสั่งการ หรือต้องการลดประสิทธิภาพการทำงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหากเชื่อมือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำไมจึงไม่เอา พ.ต.อ.ทวีไปเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. และอยากทราบว่าคดีซุกหุ้นภาค 2 ที่ยังอยู่ในชั้นอัยการ ที่อัยการสามารถสั่งฟ้องและไม่ฟ้องได้มั่นใจว่า ถ้านายสุนัยอยู่จะต้องสั่งฟ้องแน่นอน ขณะที่ เหตุใดคดีการซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษกกลับไม่มีการระบุชื่อนายสุนัยในบัญชีพยานด้วย ทั้งที่นายสุนัยรู้เรื่องคดีนี้มาตลอด อาจส่งผลให้คดีนี้เสียหายได้

“สมพงษ์” อ้างกฎหมายบังคับย้าย 

นายสมพงษ์ชี้แจงว่า กฎหมาย ป.ป.ท.มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ไม่ใช่เป็นการย้ายปุบปับ แต่มีความจำเป็นของกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เนื่องจากภายใน 120 วัน ที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ท.ต้องทำงานได้ทันที เพราะมีคดีรออยู่ถึง 2 พันคดี จึงเป็นเรื่องที่ตนโดนกรอบของกฎหมายบังคับ ไม่ใช่เรื่องของมือที่มองไม่เห็น และที่ไม่เอา พ.ต.อ.ทวีไปดำรงตำแหน่งแทน เพราะเห็นว่านายสุนัยมีความสามารถมากกว่า คดีซุกหุ้นยังไม่มีใครทราบว่าอัยการสูงสุดจะออกมาอย่างไร ส่วนเหตุที่ไม่มีชื่อนายสุนัยในบัญชีพยานในคดีที่ดินรัชดาฯ ไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 

ถามเหตุย้ายเลขาฯ อย.โยงซีแอลยา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณากระทู้ถามสด ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งกระทู้ถามสดนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข เรื่องการย้าย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย นพ.วรงค์กล่าวว่า ช่วงที่นายไชยามาเป็น รมว.สาธารณสุขใหม่ๆ ได้มีคำสั่งให้ทบทวนซีแอลยา ขอทราบว่าเหตุที่ย้าย นพ.ศิริวัฒน์ เกี่ยวข้องกับการสั่งให้มีการทบทวนซีแอลยาหรือไม่ เนื่องจาก นพ.ศิริวัฒน์มีบทบาทสำคัญในการต่อรองซีแอลยากับบริษัทยาถึง 12 ครั้ง จนทำให้ราคายารักษามะเร็งลดลงหลายสิบเท่าตัว ขณะเดียวกัน กลับมีการตั้งคนที่เคยมีข้อครหาเรื่องรถพยาบาลมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน

ขณะนี้ทราบว่าชมรมแพทย์ชนบทจะจับมือกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและกลุ่มอื่นๆ ถวายฎีกาและทำการแซงก์ชั่น เจอหน้าจะไม่ไหว้ไม่ทัก ทำให้กระทรวงสาธารณสุขเสียหายมาก อยากทราบว่า รมว.สาธารณสุขมีแนวคิดที่จะย้าย นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรมด้วยหรือไม่ ในข้อหาอะไร เพราะถือเป็นผู้หนึ่งที่ต่อสู้ในเรื่องซีแอลเคียงข้างกับ นพ.ศิริวัฒน์ 

“ไชยา” แจงย้ายไม่เกี่ยวซีแอลยา

นายไชยากล่าวชี้แจงว่า หลังเข้ารับตำแหน่งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือขอให้ทบทวนซีแอลเพื่อให้เกิดความรอบคอบยืนยันว่า วันนี้เรื่องซีแอลกรรมวิธีทั้งหมดจบกระบวนการไปเรียบร้อยแล้ว และได้ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการเรื่องซีแอลให้เรียบร้อยแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยประกาศยกเลิก เพียงแต่ให้ทบทวนเพื่อการต่อรองซีแอล

ทั้งนี้ กระทรวงจะเดินไปได้ ต้องหาคนที่มีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิมาทำงาน กรณีชมรมแพทย์ชนบทผู้ถามรู้ข้อมูลเชิงลึกทั้งหมด แสดงว่ากลุ่มแกงค์มีเยอะ ยังไม่มีแนวคิดที่จะย้าย นพ.วิชัย แต่ถ้างานไม่ประสบผลสำเร็จ ก็อาจจะมีการเสนอย้ายในอนาคตได้ กรณีการแซงชั่นไม่ได้ท้ายทาย เพราะมาจากประชาธิปไตย หากใครไม่ไหว้เป็นนักการเมืองก็ต้องไหว้ชาวบ้านก่อนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา 

อ่านบทวิเคราะห์ย้ายเสรีพิศุทธ์เพื่อดึงเพรียวพันธ์กลับมา (นสพ.ผู้จัดการ)http://www.manager.co.th/

อ่านต่อ....กกต.นัดประชุม 19 ก.พ.เชือดคดียุทธ ตู้เย็น ซื้อเสียง สมัครบ่นพรรคพปช.ถูกยุบบ้านเมืองอาจสู่กลียุค

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy