| ศาลแพ่งสั่งให้ผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบ
ออกหมายจับ
5 แกนนำ-ตร.เตรียมสลาย
ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
สั่งพันธมิตรฯออกจากทำเนียบรัฐบาล
ออกหมายจับ
5 แกนนำและ 4 พันธมิตรในข้อหากบฎแต่ที่ชุมนุมไม่ยอม
สนามบิน-ธนาคารสั่งควบคุมเข้มหวั่นเกิดเหตุร้าย
ตำรวจนำกำลังและรถคววคุมตัวเตรียมสลายการชุมนุม
เมื่อวันที่
27 ส.ค.ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องของ
ข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
โดย นายลอยเลื่อน
บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
มอบอำนาจให้
นายเมธี ใจสมุทร
ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
นายสนธิ ลิ้มทองกุล
นายสมศักดิ์
โกศัยสุข นายพิภพ
ธงไชย นายสุริยะใส
กตะศิลา และ
นายสมเกียรติ
พงษ์ไพบูลย์
ร่วมกันเป็นจำเลยที่
1-6 ฐานละเมิด และฟ้องขับไล่
ทั้งนี้โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว
และคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น
3 ฉบับ
ทำเนียบไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
สำหรับคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว
และคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินมีใจความสอดคล้องกัน
ว่า พวกโจทก์ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนน
และบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล
เพื่อขับไล่รัฐบาล
ซึ่งไม่ใช่การชุมนุมสาธารณะ
และทำให้ข้าราชการทำเนียบรัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
และในวันที่
27 ส.ค.2551 เวลา 11.30 น.พวกจำเลยที่
1-6 กับพวกได้เข้าประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลจนได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้
ในวันที่ 30 ส.ค.2550 ทำเนียบรัฐบาลมีกำหนดการสำคัญ
ในงาน จากวันแม่ถึงวันพ่อ
116 วัน สร้างสามัคคี
ณ ตึกสันติไมตรี
ทำเนียบรัฐบาล การกระทำดังกล่าวมีผลกระทบสิทธิหน้าที่
และทรัพย์สินของบุคคลอื่น
จึงมีเหตุฉุกเฉิน
ให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
และไต่สวนฉุกเฉิน
นายสุวัตร
อภัยภักดิ์
ทนายความจำเลยที่
1-6 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์
โดย นายสุวัตร
เปิดเผยว่า
ในวันนี้ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลแพ่ง
ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ว่า การนำประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 254 เรื่องการคุ้มครองชั่วคราว
มาบังคับขับไล่ให้ผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล
ขัดแย้งกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
มาตรา 63 เรื่องสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ
ปราศจากอาวุธหรือไม่
เนื่องจากการเข้าไปชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล
แม้จะเป็นสถานที่ราชการ
แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้บุกเข้าไปภายในอาคาร
สำนักงานของทำเนียบรัฐบาล
เพียงแต่นั่งชุมนุมกันที่สนามหญ้า
ซึ่งเป็นการยกระดับการแสดงอารยะขัดขืน
ของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลที่หมดความชอบธรรมเท่านั้น
ศาลไต่สวนพยานโจทก์
3 ปาก
ต่อมาศาลได้ไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง
จำนวน 3 ปาก ประกอบด้วย
นายพงษ์ศักดิ์
ศิริวงษ์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย
ทำเนียบรัฐบาล
นายสมาน เลิศวงศ์รัตน์
รองเลขาธิการสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
และ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง
รองโฆษก ตร.โดยใช้เวลาไต่สวน
4 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเมื่อเวลา
20.00 น.
การไต่สวนศาลเปิดโอกาสให้
นายสุวัตร
อภัยภักดิ์
ทนายความพันธมิตรฯถามค้านได้ทุกปาก
เมื่อไต่สวนเสร็จสิ้น
นายสุวัตร
ทนายพันธมิตรฯ
แถลงต่อศาลขอนำพยานฝ่ายจำเลย
เข้าไต่สวนในวันพรุ่งนี้
ศาลสอบถาม
นายเมธี ใจสมุทร
ทนายโจทก์ผู้ร้อง
แถลงค้านว่า
คดีนี้ โจทก์ได้รับความเดือดร้อน
จากกรณีที่จำเลยและพวกบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล
จึงมาขอำนาจศาลขอไต่สวนฉุกเฉิน
จึงไม่เห็นควรให้การไต่สวนพยานฝ่ายจำเลย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้
โจทก์ยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน
ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 266 ไม่จำต้องไต่สวนพยานจำเลยและให้นัดฟังคำสั่งในคืนวันนี้
ศาลมีคำสั่งให้พันธมิตรออกจากทำเนียบ
ล่าสุด
เวลา 22.05 น.ศาลได้ออกนั่งบัลลังค์อ่านคำสั่ง
โดยศาลวิเคราะห์แล้ว
เห็นว่า การที่จำเลย
นำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล
ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ
ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญ
มาตรา 63 คุ้มครอง
แต่เป็นการทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อน
เกินควร กรณีจึงมีเหตุอันควรให้นำวิธีคุ้มครองชั่วคราวมาใช้
โดยมีคำสั่งให้
จำเลย และกลุ่มผู้ชุมนุม
ออกจากทำเนียบรัฐบาล
รวมทั้งรื้อถือนเวทีปราศรัย
และสิ่งปลูกสร้าง
ออกจากทำเนียบรัฐบาล
โดยคำสั่งให้มีผลทันที
อย่างไรก็ตาม
หลังศาลมีคำสั่ง
เวลา 22.10 น.ทางเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ได้แจ้งให้ประชาชนที่มีเป็นจำนวนเรือนแสน
รับทราบว่า
ศาลสั่งให้ออกไปจากทำเนียบรัฐบาลทันที
แต่เสียงประชาชนทั้งหมด
ขอความปรานีศาล
ในการชุมนุมแบบอหิงสาต่อไป
และหากศาลต้องการดำเนินคดี
ทุกคนก็พร้อมที่จะตกเป็นจำเลยของศาล
ตำรวจพร้อมควบคุมโดยละมุนละม่อม
ก่อนหน้านี้
เมื่อเวลา
21.30 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ผบ.ตร.ได้เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล
โดยกล่าวว่า
หมายศาลแพ่งกรณีที่ข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
ไปฟ้องศาลขอให้กลุ่มพันธมิตรฯ
ออกมาจากทำเนียบรัฐบาลนั้น
ยังไม่ออกมา
แต่ทั้งนี้
ตำรวจยืนยันที่จะเข้าควบคุมตัวแกนนำพันธมิตรฯทั้ง
9 คนที่ถูกออกหมายจับ
โดยจะใช้วิธีการที่ละมุ่นละม่อมมากที่สุด
พล.ต.อ.พัชรวาท
กล่าวต่อว่า
ในวันนี้ เวลา
22.00 น.พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีและ
รมว.มหาดไทย จะเรียกประชุมนายตำรวจระดับสูงที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประเมินสถานการณ์และวางมาตรการต่างๆ
กรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ
ใช้ผู้หญิงเป็นโล่มนุษย์
เพื่อป้องกันการเข้าจับกุมแกนนำพันธมิตรฯนั้น
ตำรวจไม่ได้หนักใจ
ซึ่งเป็นเรื่องที่กลุ่มพันธมิตรฯต้องป้องกันตัวเอง
ทั้งนี้ ตำรวจขอยืนยันว่า
จะทำตามกฎหมาย
และมีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวได้
แต่ไม่อยาากให้คาดการณ์หรือมองกันว่า
เป็นเรื่องของความรุนแรง ผบ.ตร.ผู้นี้กล่าว
หมายจับ
5 แกนนำและ 4 พันธมิตร
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
เมื่อเวลา
16.00 น.วันที่
27 สิงหาคม พล.ต.ต.สุพร
พันธุ์เสือ
โฆษก บช.น.กล่าวว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ
ตามที่พนักงานสอบสวนเสนอแล้วจำนวน
9 คน ประกอบด้วย
นายสนธิ ลิ้มทองกุล
พลตรีจำลอง
ศรีเมือง นายสมศักดิ์
โกศัยสุข นายพิภพ
ธงไชย นายสุริยะใส
กตะศิลา นายไชยวัฒน์
สินสุวงศ์
นายอมร อมรรัตนานนท์
นายเทิดภูมิ
ใจดี กรณี
นายสมเกียรติ
พงษ์ไพบูลย์
เป็น ส.ส.อยู่ในสมัยประชุมสภา
จึงเป็นผู้มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง
พนักงานสอบสวนจึงต้องให้เกียรติในส่วนนี้
ไม่สามารถจับกุมได้ตามหมายจับ
ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นสามารถจับกุมได้ทันที
แต่ในชั้นนี้ตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรง
และยืนยันใช้ความอะลุ้มอล่วยในการดำเนินการ
เพราะเราไม่มีแนวคิดที่ไปจับกุมใคร
แต่จะขอร้องให้มามอบตัวแทน
ซึ่งได้เตรียมพนักงานสอบสวนไว้แล้ว
ตำรวจจะใช้ประนีประนอมมากที่สุด
ไม่ใช้ความรุนแรงเข้าจับกุม
ขณะนี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กำลังหารือกันอยู่
ว่าจะดำเนินการด้วยวิธีการใด
โดยยึดหลักสันติวิธี
ใช้การเจรจาเป็นหลัก
ระดมรถเตรียมคุมผู้ต้องการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ผบ.ตร.มีหนังสือด่วนไปยังผู้บัญชาการ
ภาค 1,
2, 7 ระดมพนักงานสอบสวนและรถควบคุมผู้ต้องหาอีก
50
คัน มาเตรียมพร้อมลานพระบรมรูปทรงม้า
อยู่ระหว่างการทยอยเดินทางเข้ามา
ส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดขัดประกอบกับมีฝนตกหนัก
ทำให้การจราจรกลายเป็นอัมพาต
แม้ว่าโรงเรียนโดยรอบทำเนียบรัฐบาลกว่า
20
แห่งจะประกาศปิดแล้วก็ตาม
สนามบิน-ธนาคารคุมเข้มหวั่นพันธมิตรบุก
นายเสรีรัตน์
ประสุตานนท์
รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทย
ได้สั่งการให้สนามบินทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคนเข้าออกภายในสนามบิน
และใช้มาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ส่วนบริเวณรอบนอกสนามบินได้ประสานให้ตำรวจดูแลไม่ให้กลุ่มพันธมิตรฯ
บุกเข้ามาได้
และขอร้องให้พันธมิตรอย่าปิดทางเข้าออกสนามบิน
เพราะกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
โดยในส่วนรถขนเงินได้มีการเปลี่ยนเส้นทาง
หลีกเลี่ยงเส้นทางที่กลุ่มพันธมิตรฯ
ชุมนุม นอกจากนี้
ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามสาขาของธนาคารที่ใกล้กับจุดที่มีการชุมุม
และหากเกิดความรุนแรงจะปิดสาขาชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า
ส่วน ขสมก.ได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางวิ่งรถเมล์ที่ผ่าน
ถ.พิษณุโลก
โดยเลี่ยงไปวิ่งที่
ถ.หลานหลวง
และราชวิถี
เพื่อไม่ให้รถทิ้งช่วง
และผู้โดยสารต้องคอยรถนาน
อาจารย์มธ.ชี้ตั้งข้อหากบฎเกินไป
นายปริญญา
เทวานฤมิตรกุล
รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตั้งข้อหา
9 แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ข้อหาเป็นกบฏต่อแผ่นดิน
ว่า เป็นการตั้งข้อหาที่เกินความเป็นจริง
และรุนแรงเกินไป
เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯ
ไม่ได้ดำเนินการใดๆ
ที่เข้าข่ายข้อหาดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย
โดยอย่างมากที่สุด
หากจะมีการตั้งข้อกล่าวหาเกิดขึ้น
ก็คงจะสามารถกระทำได้ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ
ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม
นายปริญญา
ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า
ตราบใดที่การชุมนุมยังคงเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ประชาชนก็สามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ตามกฎหมาย
ในการตัดสินใจว่าจะเลือกข้าง
หรือไม่เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด
คือ การไม่ใช้ความรุนแรง
ทั้ง 9 คนเจอข้อหากบฎ
สำหรับกลุ่มพันธมิตรฯ
ที่พนักงานสอบสวนนำคำร้องขออนุมัติออกหมายจับรวมทั้งสิ้น
9 คนโดยความผิดที่ถูกดำเนินคดีครั้งนี้นั้นเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร
4 มาตรา ประกอบด้วย
มาตรา 113 เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการสั่ง
ปล่อยชั่วคราวไม่ว่าจะมีประกันหรือมีประกันและหลักประกันหรือไม่
การปล่อยชั่วคราวนั้นให้ใช้ได้ระหว่างการสอบสวนหรือจนกว่าผู้ต้องหาถูกศาลสั่งขังระหว่างสอบสวนหรือจนถึงศาลประทับฟ้อง
แต่มิให้เกินสามเดือนนับแต่วันแรกที่มีการปล่อยชั่วคราว
ไม่ว่าเป็นการปล่อยชั่วคราวโดยพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ
ในกรณีที่มีเหตุ
จำเป็นทำให้ไม่อาจทำการสอบสวนได้เสร็จภายในกำหนดสามเดือน
จะยืดเวลาการปล่อยชั่วคราวให้เกินสามเดือนก็ได้
แต่มิให้เกินหกเดือน
เมื่อการปล่อยชั่วคราวสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่งแล้ว
ถ้ายังมีความ
จำเป็นที่จะต้องควบคุมผู้ต้องหาไว้ต่อไป
ให้ส่งผู้ต้องหามาศาล
และให้นำบทบัญญัติ
มาตรา 87 วรรคสี่
ถึงวรรคเก้ามาใช้บังคับ
มาตรา
114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ
ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกัน
เพื่อเป็นกบฏ
หรือกระทำความผิดใดๆ
อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏหรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏหรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
มาตรา
215 ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป
ใช้กำลังประทุษร้าย
ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษ
ร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด
การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ
บรรดาผู้ที่กระทำความ
ผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท
หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า
หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการ
กระทำความผิดนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา
216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิด
ตาม มาตรา 215 ให้เลิกไป
ผู้ใดไม่เลิก
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
หรือปรับไม่เกินหกพันบาท
หรือทั้งจำทั้งมาตรา
215 มาตรา 216 มาตรา
113 มาตรา 114
ชมภาพพันธมิตรบุกยึดทำเนียบรัฐบาล
(นสพ.ผู้จัดการ)http://www.manager.co.th/
ด่วน! ตร.ผุดแผนชั่วระดมพนักงานสอบสวน-รถขนผู้ต้องหาเฉียด
100 คัน! (นสพ.ผู้จัดการ)http://www.manager.co.th/
คลิกดูทีวี
รายการถ่ายทดสดจากสด
ASTV และช่องอื่นๆ
http://www.uthaisak.com/
อ่านต่อ......พันธมิตรเป่านกหวีดทำสงครามครั้งสุดท้ายระดมทั่วประเทศอังคาร
26 ส.ค.ไล่รัฐบาล
|