ทนายไทยแนะวิธีได้ใบเขียวง่ายที่สุด
แต่งกับคนอเมริกัน-ไม่ถูกกดค่าแรง

ทนายไทยระบุวิธีได้มาซึ่งใบเขียว ย้ำการอยู่อย่างถูกต้องจะช่วยลดปัญหากดขี่ค่าแรง ชี้รัฐบาลเริ่มเข้มงวดให้นายจ้างตรวจสอบสถานภาพของลูกจ้าง เผยการหย่าที่สมบูรณ์ต้องทำที่ศาลในรัฐที่อาศัยอยู่ ด้านทนายญี่ปุ่นเชื่อมีการเสนอร่างกฏหมายนิรโทษกรรมแน่นอน แต่ไม่ใช่ช่วงนี้ที่เศรษฐกิจขาลง

จรินทร ทานัชฌาสัย ทนายความซึ่งมาร่วมในงานวันกฎมายอิมมิเกรชั่นเผยถึงวิธีการได้มาซึ่งใบเขียว โดยระบุว่า คนไทยที่อาศัยอยู่อย่างไม่ถูกต้องในสหรัฐฯมีจำนวนมาก ปัญหาคือทำอย่างไรจะได้รับใบเขียว เพราะการที่ไม่มีใบเขียวจะทำให้เกิดความยากลำบากต่อการทำงาน จากการที่รัฐบาลเริ่มบังคับให้นายจ้างตรวจสอบว่าลูกจ้างมีสิทธิทำงานได้ตามกฎหมายหรือไม่

                ขณะเดียวกันผู้ที่ไม่มีใบทำงาน หรือไม่มีใบเขียวจะประสบปัญหาในการถูกกดค่าแรง ไม่สามารถต่อใบขับขี่ และต้องหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา โดยทนายความจรินทรกล่าวเตือนว่า ผู้ที่อยู่ไม่ถูกต้องไม่ควรที่จะบอกใคร เพราะที่ผ่านมามีการแจ้งอิมมิเกรชั่นมาจับเมื่อเกิดความไม่ลงรอยกัน

                ทนายความจรินทรกล่าวด้วยว่า การมีใบเขียวจะให้ประโยชน์ในเรื่องของเงินโซเชียล เนื่องจากสำนักงานโซเชียลจะไม่ให้เงินผู้ที่ไม่มีใบเขียวหรือไม่ได้เป็นซิติเซ่น ที่ผ่านมามีลูกค้าซึ่งทำงานมาเป็นเวลา 20 ปี จ่ายภาษีและเงินกองทุนโซเชียลมาโดยตลอด เมื่อเกษียณแล้วแต่ไม่มีใบเขียวก็จะไม่ได้รับเงินจำนวนนั้นคืน

                โดยวิธีการที่จะได้มาซึ่งใบเขียวที่ง่ายที่สุดคือการขอใบเขียวจากญาติพี่น้อง สำหรับผู้ที่วีซ่าขาดและอยู่ไม่ถูกต้องจะไม่มีสิทธิได้รับใบเขียวยกเว้นบุคคล 3 ประเภทที่เป็นญาติสนิทของคนอเมริกัน ได้แก่ 1.คู่สมรสของคนอเมริกัน 2.ผู้ที่เป็นพ่อแม่ของคนอเมริกันแต่มีเงื่อนไขว่า ลูกผู้ยื่นให้จะต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป และประเภทที่ 3 คือลูกของซิติเซนแต่จะต้องมีอายุไม่เกิน 21 ปี หากอายุเกินจะไปอยู่อีกประเภทหนึ่งซึ่งต้องรอโควตาและไม่มีสิทธิได้รับใบเขียวหากวีซ่าขาด

                ทนายความจรินทรกล่าวถึงกรณีการแต่งงานกับพลเมืองอเมริกันว่า เป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามยังพบปัญหาจากการแต่งงานกับคนอเมริกันอยู่ เนื่องจากเป็นการแต่งงานปลอม โดยการจ้างแต่งงานซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทนายจึงรับทำให้ไม่ได้เนื่องจากจะถูกยึดใบอนุญาตและยังมีโทษทั้งปรับและจำคุกอีกด้วย

                อย่างไรก็ตาม ผู้ที่แต่งงานและอยู่กินกันจริงๆก็อาจประสบปัญหายื่นเรื่องไม่ผ่านได้ เนื่องจาก การหย่าร้างไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น การจดทะเบียนแต่งงานซ้อนจึงใช้ไม่ได้ โดยคนไทยจำนวนมาก มักจะไปจดทะเบียนหย่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ฯ ซึ่งอิมมิเกรชั่นไม่ยอมรับ หากอยู่ในสหรัฐอเมริกาจะต้องทำเรื่องหย่าที่ศาลในรัฐที่อาศัยอยู่เท่านั้น

                “ในแคลิฟอร์เนียต้องใช้เวลา 6 เดือนที่ต้องรอในการหย่า บางคนใจร้อน อยากหย่าเร็วๆก็ไปหย่าที่ลาสเวกัส เพราะห้าอาทิตย์ก็เสร็จแล้ว แต่มีปัญหา เพราะอิมมิเกรชั่นถือว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องหย่าที่นั่น เขาถือว่าศาลที่ลาสเวกัสไม่มีอำนาจในการให้ใบหย่า” ทนายจรินทรกล่าว

                นอกจากการหย่า ผู้ที่แต่งงานกับพลเมืองอเมริกันแต่ไม่ได้ใบเขียวอาจเนื่องมาจากไม่มีวีซ่า และใบเข้าเมืองที่ถูกต้อง บางคนไปขอวีซ่าที่สถานทูตอเมริกันแล้วไม่ได้ก็ใช้วิธีทับสวม คือใช้พาสปอร์ตของผู้อื่นเข้ามา ถือว่าเข้าเมืองมาอย่างไม่ถูกต้อง จึงไม่มีสิทธิรับใบเขียว เช่นเดียวกับลูกเรือที่ทำงานในเรือสำราญ ซึ่งอนุญาตให้แวะจอดเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงแล้วก็โดดเข้าเมืองเลยก็จะมีปัญหา

นอกจากนี้ยังมีการขอใบเขียวจากการทำงานซึ่งต้องมีนายจ้างเป็นผู้ยื่นให้ ใบเขียวจากการลงทุนด้วยวงเงินลงทุนประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯในการจ้างงาน ซึ่งต้องมีพนักงานอย่างน้อย10 คน

                ส่วนการได้ใบเขียวประเภทอื่นๆประกอบด้วย ใบเขียวล็อตโต ใบเขียวจากการลี้ภัย แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่ค่อยมีปัญหาทางการเมืองเท่าใดนักจึงเป็นเรื่องยากต่อการขอใบเขียวประเภทนี้

                “เมื่อสิบปีที่แล้วมีคนลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่ายื่นเรื่องให้ไปทำงานได้ทันทีเพราะขอลี้ภัยให้ แต่ไม่จบแค่นั้น พอไปทำงานแล้ว จะมีการนัดขึ้นศาลเพื่อแสดงหลักฐานและพิสูจน์ว่าลี้ภัยมาจริงๆ เมื่อไม่มีก็ถูกเนรเทศ คนเหล่านี้มีเป็นร้อยคนที่ถูกคำสั่งเนรเทศ ทำให้มีปัญหา” ทนายจรินทรกล่าว

                พร้อมกันนี้ทนายจรินทรกล่าวต่อว่า ยังมีใบเขียวกรณีพิเศษ อย่างเช่น พระ หรือใบเขียวจากสตรีที่ถูกทำร้าย ถูกข่มเหงน้ำใจ หรือผู้ที่ถูกหน่วงเหนี่ยวไว้ใช้เป็นทาส ก็มีสิทธิยื่นขอเพื่อรับใบเขียวได้ด้วย

                โยโกะ โทมิตะ ทนายชาวญี่ปุ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมายว่า ถึงแม้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่ผ่านความเห็นชอบทุกครั้งที่เสนอเข้าไป อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้วมองว่าจะมีร่างกฎหมายในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีก ซึ่งอาจมีการเสนอขึ้นมาหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

                “จะต้องมีการเสนอร่างกฎมายนี้ขึ้นมาแน่ๆแต่ก่อนอื่นผมคิดว่าควรจะปิดชายแดนเพื่อให้ชาวอเมริกันมีความพอใจว่าจะไม่มีการข้ามแดนมาอย่างผิดกฎหมายอีกต่อไป และสิ่งที่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นทำอยู่คือการลงโทษนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงทำให้ชาวต่างด้าวที่อยู่ผิดกฏหมายหางานยากขึ้น” โยโกะกล่าว

                ทนายชาวญี่ปุ่นผู้นี้กล่าวทิ้งท้ายว่า ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีนักในการเสนอร่างกฏหมายนิรโทษกรรมเนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไม่สู้ดี และชาวอเมริกันคงไม่พอใจที่จะให้มีการออกกฏหมายนี้เพื่อให้ชาวต่างชาติมาแย่งงานทำ

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์ฯ

 

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy