่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
แฉชาวบ้านถูกทแนะฉ้อโกงคดีอิมมิเกรชั่นมากที่สุด
บางรายเจอ 80,000 ดอลลาร์แจ้งฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
จัดกิจกรรมวันกฎหมายอิมมิเกรชั่น เชิญทนายให้ความรู้และตอบข้อสงสัย
เผยผู้บริโภคถูกฉ้อโกงจากผู้ที่ไม่ใช่ทนายในการยื่นเรื่องอิมมิเกรชั่น
ระบุแบบฟอร์ม I-9
ใช้สำหรับการได้งานที่ใหม่ หากนายจ้างกีดกันลูกจ้างว่าด้วยเรื่องเป็นชาวต่างชาติ
สามารถฟ้องร้องได้
ช่วงบ่ายวันที่ 31 พฤษภาคม ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส มาร์ค
โยชิดะ ผู้อำนวยการด้านโครงการ ศูนย์กฎหมายเอเชียนแปซิฟิกอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้
ร่วมกับศูนย์สุขภาพชุมชน พร้อมด้วยสมาคมทนายความญี่ปุ่นอเมริกันได้จัดกิจกรรมวันกฎหมายอิมมิเกรชั่นสำหรับชุมชนไทย
โดยเชิญทนายความมาให้ความรู้และตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาทางอิมมิเกรชั่นให้กับผู้ที่มาร่วมงาน
โดยทนายความที่ได้มาให้ข้อมูลและคำปรึกษาประกอบด้วยเบิร์ต
คาวาฮาระ, จรินทร ทานัชฌาสัย, เมอร์ริลี สเนล, โยโก โทมิตา นอกจากนี้ยังมีรีโกเบอร์โต เรเยส หัวหน้าซูเปอร์ไวเซอร์องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค
มาร่วมให้ข้อมูลในงานดังกล่าวด้วย
รีโกเบอร์โต เรเยส เปิดเผยเกี่ยวกับการฉ้อโกงและถูกหลอกจากผู้ที่ไม่ใช่ทนายโดยตรง
หรือที่เรียกกันว่าทแนะ ซึ่งจากสถิติพบว่าการฉ้อโกงที่รุนแรงที่สุดคือการที่ผู้บริโภคถูกหลอกเกี่ยวกับการยื่นเรื่องอิมมิเกรชั่น
โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไม่เพียงแต่จะต้องเสียเงินเท่านั้น ยังจะส่งผลให้เสียโอกาสในการอาศัยอยู่ในสหรัฐฯอย่างถูกกฎหมายอีกด้วย
หัวหน้าซูเปอร์ไวเซอร์องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า
ผู้ที่เป็นทแนะอาจไม่มีความรู้ด้านกฎหมายที่เพียงพอ ดังนั้นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านกฏหมายควรที่จะขอคำปรึกษาจากทนายโดยตรง
สำหรับผู้ที่ถูกฉ้อโกงแล้วสามารถขอความช่วยเหลือจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังไว้ใจได้อีกด้วย
เรเยสเผยว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความช่วยเหลืออยู่กรณีหนึ่งซึ่งผู้ตกเป็นเหยื่อได้เสียเงินจำนวน
80,000 เหรียญฯให้กับที่ปรึกษาทนายเพื่อยื่นเรื่องไปยังอิมมิเกรชั่น
ซึ่งหลังจากถูกจับได้บุคคลที่ฉ้อโกงผู้นั้นถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงอย่างรุนแรง
ถูกปรับทั้งเงินและต้องโทษจำคุกด้วย
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ผู้บริโภคควรป้องกันตัวเองโดยไม่ให้ทแนะซึ่งไม่มีใบอนุญาตยื่นเรื่องให้
จะทำได้ก็เพียงให้เอกสารมากรอกเท่านั้น และต้องดูว่าทแนะมีประกันหรือไม่
ที่สำคัญ การที่ว่าจ้างให้ทำอะไรต้องมีใบสัญญาที่ระบุว่า หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงสามารถยกเลิกได้ภายใน
3
วันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากผู้บริโภคมีปัญหาใดๆจะต้องแจ้งทันที ไม่ควรปล่อยเวลาไว้ให้เนิ่นนาน
โดยโทรศัพท์ไปแจ้งได้ที่ 1-800-593-8222 มีเจ้าหน้าที่พูดได้หลายภาษา
อีกประเด็นหนึ่งได้มีการกล่าวถึงแบบฟอร์ม I-9 ใช้สำหรับการได้งานที่ใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าลูกจ้างสามารถทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเป็นฟอร์มที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างจะต้องกรอก
แต่สำหรับผู้ที่มีงานทำอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มนี้
โดยเอกสารที่จะแนบพร้อมแบบฟอร์มนี้หากเป็นหนังสือเดินทางของสหรัฐฯหรือใบเขียว
ก็สามารถใช้ได้เพียงอย่างเดียว แต่หากเป็นเอกสารอื่นๆเช่น ใบขับขี่
หรือไอดีที่มีรูปและชื่อ ที่อยู่ วันเกิด เพศ หรือใบสำหรับลงคะแนนเลือกตั้งจะต้องนำหลักฐานอื่นๆมาประกอบด้วย
เช่นใบโซเชียล ใบเกิด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นายจ้างไม่มีสิทธิขอเอกสารที่เฉพาะเจาะจงอย่างหนึ่งอย่างใดจากลูกจ้าง
หรือไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธเอกสารที่ยังไม่หมดอายุ แม้กระทั่งไม่สามารถเลือกปฏิบัติให้ผู้ที่มีลักษณะเป็นชาวต่างชาติกรอกแบบฟอร์ม
I-9 เท่านั้น
พร้อมกันนี้หากลูกจ้างถูกปฏิเสธจากการจ้างงานโดยมีสาเหตุมาจากเป็นชาวต่างชาติ
มีสำเนียงที่ระบุว่าเป็นชาวต่างชาติหรือถูกปฏิเสธเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้จากงานที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยทักษะภาษาอังกฤษ
ถือว่าทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย สามารถฟ้องร้องนายจ้างได้
ผู้ที่ประสบปัญหาจากการจ้างงานที่กล่าวมานี้ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่
ศูนย์กฎหมายเอเชียนแปซิฟิกอเมริกัน โทรศัพท์ 213-977-7500
ข่าวโดย
สายธาร เดชาติวงศ์
อ่านต่อ.....ทนายไทยแนะวิธีได้ใบเขียวง่ายที่สุดแต่งกับคนอเมริกัน-ไม่ถูกกดค่าแรง
|