"นพดล"อ้างรัฐบาลเลือกตั้งมีสิทธิ์ย้ายข้าราชการ
ถึงคิวย้าย"ทูต"-ทูตกฤษณ์เป็นรองราชเลขาธิการ

"นพดล"แก้ต่างแทนยันเด้งข้าราชการกันระนาวช่วงนี้เพื่อความเหมาะสม ไม่ใช่รายการเช็กบิล อ้างเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งมีสิทธิ์ย้ายขรก.ที่ไว้ใจได้เข้ามานั่งเก้าอี้สำคัญ แย้มเตรียมเชือดทูตที่เอาใจออกห่างล็อตแรกอีกไม่กี่วันนี้ จากนั้นค่อยล้างบางครั้งใหญ่ช่วงเดือนตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 1 มีนาคมนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการโยกย้าย ข้าราชการในช่วงนี้โดยยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการเช็กบิล แต่เป็นการย้ายเพื่อความเหมาะสม ซึ่งต้องยอมรับว่าเมื่อมีการยึดอำนาจ ก็มีการปรับใช้ข้าราชการมากพอสมควร แต่รัฐบาลได้มาจากประชาชน เป็นระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องจัดคนให้เข้ากับนโยบายและงาน ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นการย้ายเพราะเช็กบิลหรือเพื่อความเหมาะสม

 “จะต้องให้โอกาสรัฐบาลได้จัดคนด้วย เนื่องจากคนที่ถูกจัดวางไว้โดยรัฐบาลในอดีต ก็ต้องมีการจัดให้เหมาะสม เนื่องจากเมื่อมีนโยบาย มีงบประมาณ ก็จะต้องมีคนที่วางใจได้ในตำแหน่งที่สำคัญ” นายนพดล กล่าว

ย้ายบางตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม

นายนพดล กล่าวถึงการโยกย้ายในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ว่า มี โดยจะมีการย้ายประจำปีในต้นเดือนตุลาคม แต่อีก 1-2 เดือนจะมีการปรับย้ายเพียงบางตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากมีข้าราชการบางคนลาออก และมีการเออร์ลี่ รีไทร์ จึงต้องปรับคนในตำแหน่ง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และจะดูไม่ให้ถูกข้อครหา โดยจะดูตามความอาวุโส ตามความรู้ ความสามารถ และต้องอธิบายให้กับประชาชนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีตำแหน่งใหญ่ที่ฮือฮาหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า มี แต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่ฮือฮา ตำแหน่งทูต หรือว่าใหญ่หรือไม่ ซึ่งตำแหน่งนี้ก็มี แต่คงมีไม่มาก จะไม่ให้กระทบ โดยภาพรวมขณะนี้ตนต้องการความร่วมมือจากข้าราชการประจำและอธิบดีต่าง ๆ เพื่อที่จะผลักดันนโยบายให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว จึงต้องทำงานหนักกันมากขึ้น

จอร์จ บุช สนใจไปเมืองไทย

น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียและแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลโดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง ว่า การเข้าพบครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ หลังจากที่ไทยได้มีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง โดยได้พูดถึงสถานการณ์การเมืองของไทย ซึ่งทางสหรัฐฯ ก็แสดงความมั่นใจต่อการกลับคืนสู่ประชาธิปไตย รวมถึงเห็นด้วยกับการเดินทางกลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะถือเป็นเรื่องดีที่จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม และมั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในประเทศไทยอีก โดยนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่า วันนี้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังแสดงความสนใจมาเยือนประเทศไทย โดยจะกำหนดความชัดเจนอีกครั้ง

คริสโตเฟอร์ ฮิลส์พบรัฐมนตรีต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายคริสโตเฟอร์ ฮิล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ด้านกิจการเอเชีย-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โดยนายฮิลกล่าวถึงการหารือเรื่องพม่าว่า การฆ่าพระในเหตุการณ์จลาจลเดือน ก.ย.ปีที่แล้วทำให้ประชาคมโลกมีความห่วงกังวล และหวังว่ารัฐบาลทหารพม่าจะหารือกับพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) อย่างจริงจัง ซึ่งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีเปรียบเป็นเหมือนสัญลักษณ์การพัฒนาประชาธิปไตยในพม่าและการที่พม่าโดดเดี่ยวตนเองทำให้อาเซียนต้องเข้มแข็งมากขึ้นและทำงานหนัก โดยจะต้องตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อให้พม่าเข้าใจว่าจะต้องปฏิบัติตนให้ได้ตามมาตรฐานอาเซียนซึ่งสหรัฐจะร่วมมือกับไทยในเรื่องพม่าต่อไป

นพดลมาสหรัฐ 20 มี.ค.-สมัครกันยายน

นายนพดล กล่าวว่า ในการพบปะหารือกับนายฮิลครั้งนี้ มีการพูดถึงประเด็นสถานการณ์ในพม่า ปัญหาการอพยพของชาวม้งมายังอาศัยในพื้นที่ไทย รวมทั้งการเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ โดยตนได้ย้ำกับนายฮิล ถึงการดำเนินนโยบายของไทยต่อประเทศพม่าว่า ไทยจะใช้การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเชิงสร้างสรรค์ ( Neighbour Engagement)

พร้อมทั้งกล่าวว่าตนจะพบนางคอนโดลิซ่า ไรส์ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐในระหว่างการเยือนสหรัฐในงานเฉลิมฉลองความ สัมพันธ์ 175 ปีของไทย- สหรัฐ ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ที่ประเทศสหรัฐ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของสองประเทศ ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะมีกำหนดเยือนสหรัฐในเดือนกันยายนนี้ด้วยเช่นกัน

รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขอให้สหรัฐคืนสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) โดยเฉพาะสินค้าประเภทอัญมณีที่ทำจากทองคำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐที่เป็นตลาดส่งขนาดใหญ่ เนื่องจากการจำกัดสิทธิฯ ดังกล่าว ส่งกระทบต่ออุตสาหกรรมของไทย

นอกจากนี้ นายนพดล ได้หยิบยกเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากถือว่า ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างแข็งขัน จึงได้ขอให้ทางสหรัฐ ลดอันดับประเทศไทยจากถูกสหรัฐ ขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องถูก จับตามองเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า priority watch list มาเป็น watch list ซึ่งทางสหรัฐจะกลับไปพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายนพดล กล่าวว่า ในการพบปะกันครั้งนี้ ไม่ได้มีการหารือลงลึกถึงรายละเอียดในเรื่องสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือซีแอล โดยตนได้แจ้งให้ฝ่ายสหรัฐทราบถึงการที่ฝ่ายไทย ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Trade - Related Aspects of Intellectual Property Right (TRIPS) โดยท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า ต้องมีการหารือกันระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทยาต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้รัฐบาลตระหนักถึงสิทธิในการเข้าถึงยาของผู้ป่วย ในราคาที่ไม่สูง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประเด็นด้านมนุษยธรรม และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะไม่ทอดทิ้งผู้ป่วยอย่างแน่นอน

ตั้งทูตกฤษณ์  กาญจนกุญชรเป็นรองราชเลขาธิการ 1 พ.ค.

รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้สำนักราชเลขาธิการมีหนังสืองถึงกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ไปดำรงตำแหน่งรองราชเลขาธิการ โดยให้โอนย้ายไปเป็นข้าราชการในพระองค์ ให้คำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป

รายงานข่าวเปิดเผยว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องสรรหาผู้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.คนใหม่ ทั้งนี้ สองหน่วยงานได้มีการประสานงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ระยะหนึ่งแล้ว

สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ปัจจุบันมีนายอาสา สารสิน อดีตทูตไทยดี.ซี.และอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นราชเลขาธิการ มีนายเตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอีกคนเป็นที่ปรึกษาฯ ระดับ 11 นอกจากนี้ยังมีรองราชเลขาธิการฝ่ายต่างๆประกอบด้วยนายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์,นายวุฒิ สุมิตร,ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะและนายสนอง บูรณะ

สำหรับดร.กฤษณ์ กาญจนกุญชร เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2491 ในปี 2544 เป็นรองปลัด กระทรวง ปี 2545 เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และปี 2547 เป็นปลัดกระทรวง ต่อมาเดือนมีนาคม 2550 เดินทางมารับตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน โดยสลับตำแหน่งกับนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ซึ่งไปเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

เว็บไซท์กระทรวงการต่างประเทศ http://www.mfa.go.th/web/2630.php

 

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy