คิม เมฆตระการ 1996 / คิม เมฆตระการ หลังจากนั้น
 

 

คณะลูกขุนตัดสินให้เจ้าของห้องอาหารไทยพ้นผิด
คดีรู้เห็นฆ่าคนโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยวรามาออนทาริโอ้

คณะลูกขุนตัดสินให้ ชาญศักดิ์”บั๊ก” เปล่งแสงทิพย์ เจ้าของห้องอาหารไทยพ้นผิดข้อหารู้เห็นเป็นใจฆาตรกรรมคนงานโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยวรามา ตำรวจยังตามตัววรวิทย์”คิม”เมฆตระการ ผู้ต้องหามาดำเนินคดีคาดหลบอยู่ที่ประเทศไทย

หนังสือพิมพ์ Inland Valley Daily Bulletin รายงานเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2008 โดย Rod Leveque ผู้สื่อข่าวแจ้งว่าคณะลูกขุน 12 คน แห่งศาลชั้นต้นแคลิฟอร์เนีย (West Valley Superior Court)เมืองคูคามังก้า ได้ตัดสินชี้ขาดให้นายชาญศักดิ์ “บั๊ก”เปล่งแสงทิพย์ อายุ 57 ปีแห่งเมืองกรานาด้า ฮิลส์พ้นผิด(acquits ซึ่งไม่อาจนำกลับไปฟ้องอีกได้)ในข้อหารู้เห็นเป็นใจหรือช่วยเหลือให้เกิดการฆาตกรรม (an accessory to the murder) นายลุยส์ ออสวาลโด ดิเอโก้ การ์เซีย อายุ 24 ปีในขณะเกิดเหตุ

                ภายหลังจากพ้นผิดนายเดวิด ลัมบ์ ทนายความของนายชาญศักดิ์ได้เข้าไปแตะด้านหลังของเขา ส่วนนายชาญศักดิ์ไม่ได้พูดอะไรเพียงค้อมหัวให้ผู้พิพากษา และไปจับมือกับอัยการตลอดจนฝ่ายสืบสวนจากนั้นก็ใช้มือปาดน้ำตาของตัวเอง

                นายเดวิดทนายความของเขากล่าวว่าความยุติธรรมได้ยุติแล้ว ทำให้เขาสบายใจมากขึ้นพร้อมกับให้ความเห็นว่าคณะลูกขุนตัดสินใจถูก

 คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1996 ที่โรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวรามา(Rama Foods) เมืองออนทาริโอ้  ตั้งอยู่เลขที่ 2131 S. Parco Ave.,Ontario, CA 91761 เจ้าหน้าที่เชื่อว่านายวรวิทย์

”คิม”เมฆตระการ เจ้าของโรงงานเป็นผู้ลงมือสังหารนายการ์เซียแล้วนำศพไปทิ้งซึ่งค้นหาไม่พบจนกระทั่งทุกวันนี้ 

เหตุเกิดขึ้นหลังจากมีปัญหาเรื่องค่าจ้างโดยนายการ์เซียต้องการเงินค่าล่วงเวลาพร้อมกับขู่ว่าหากนายวรวิทย์ไม่จ่ายจะนำเรื่องไปแจ้งแก่คณะกรรมการแรงงาน(the state labor board)จากนั้นเขาได้รับการนัดหมายจากนายวรวิทย์ให้ไปรับเงินบางส่วนของ 5,000 ดอลลาร์

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าในวันเกิดเหตุนายชาญศักดิ์ได้ร่วมอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย  แต่ปกปิดเจ้าหน้าที่เพื่อปกป้องเพื่อนของเขา อย่างไรก็ตามนายชาญศักดิ์ให้การว่าในวันเกิดเหตุเขาเดินทางไปยังโรงงานแห่งนั้นจริง แต่ไม่ได้เห็นนายการ์เซียและไม่พบสิ่งผิดปกติในออฟฟิสนั้น

                เจ้าหน้าที่รายงานว่าจากการสอบสวนเพื่อนร่วมงานของนายการ์เซีย โดยเพื่อนๆของเขาให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้เห็นนายการ์เซียมาถึงโรงงานและเข้าไปในออฟฟิส จากนั้นไม่ได้เห็นนายการ์เซียอีกเลย  พยานคนงานบอกเจ้าหน้าที่ว่าในวันนั้นได้เห็นชายชาญศักดิ์ร่วมอยู่ในออฟฟิสด้วย

                จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุตำรวจพบรอยเลือดเปรอะเปื้อนในบริเวณออฟฟิส ตำรวจลงความเห็นว่านายการ์เซียถูกฆ่าตายในออฟฟิสระหว่างมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น  แต่อัยการก็ไม่อาจระบุได้แน่นอนว่าเขาถูกฆ่าตายเมื่อใดและอย่างไร จึงส่งผลให้คณะลูกขุนไม่อาจเชื่อได้ว่าเมื่อนายชาญศักดิ์แวะไปหานายวรวิทย์ช่วงสั้นๆนั้นได้เห็นเหตุการณ์ด้วยหรือไม่

                   ประกอบกับทนายเดวิดโต้แย้งอัยการว่าเขาเชื่อเหมือนอัยการว่านายวรวิทย์เป็นคนฆ่านายการ์เซีย  แต่อัยการก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่านายการ์เซียถูกฆ่าตายเมื่อใด,ที่ไหนและอย่างไร  ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าในระหว่างที่นายชาญศักดิ์แวะไปโรงงานการฆาตกรรมจึงยังไม่ได้เกิดขึ้น

                  เจ้าหน้าที่ตำรจได้รื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นเมื่อปี 2003 พร้อมตั้งข้อหาฆาตกรรมแก่นายวรวิทย์และออกหมายจับระหว่างประเทศ(an international arrest warrant)ไว้ด้วย ขณะนี้ยังหลบหนีคดี ตำรวจเชื่อว่านายวรวิทย์หนีกลับไปซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศไทย พร้อมกับขอความร่วมมือไปยังตำรวจไทยเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี

                ต่อมาเมื่อปี 2004 ตำรวจได้เรียกสอบปากคำนายชาญศักดิ์ หลังจากนั้นตั้งข้อหารู้เห็นเป็นใจหรือช่วยเหลือให้เกิดการฆาตกรรมซึ่งนายชาญศักดิ์ปฏิเสธ  นายชาญศักดิ์ให้การแก่เจ้าหน้าที่ว่าในวันเกิดเหตุเขาวางแผนเดินทางไปเที่ยวลาส เวกัสพร้อมกับนายวรวิทย์  แต่หลังจากรอนายวรวิทย์ทำงานนานจนเบื่อ จึงยกเลิกการไปลาส เวกัส แล้วกลับบ้าน โดยไม่ได้เห็นนายการ์เซียหรือไม่ได้เห็นสิ่งผิดปกติในสำนักงานของโรงงานแต่อย่างใด

ความจริงแล้วคดีนี้จะลงมือไต่สวนในศาลวันที่ 12 เมษายน 2008 แต่อัยการไม่พร้อมจึงขออนุญาต่อผู้พิพากษาสตี๊ฟ มาโลน เลื่อนนัดออกมาอีกจนคดีสิ้นสุดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2008

                รายละเอียดอื่นๆมีดังนี้นายการ์เซียเหยื่อของเหตุการณ์อพยพมาจากเมือง Veracruz ประเทศเม็กซิโก   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำวิดิโอออนไลน์ที่ http://youtube.com/watch?v=8Kd1fL67BKE.  เพื่อตามหาตัวนายวรวิทย์มาดำเนินคดี   ส่วนโรงงานทำเส้นก๋วยเตี๋ยวรามาปัจจุบันเจ้าของใหม่เข้าไปดำเนินการ

                สำหรับนายชาญศักดิ์เคยร่วมกับนายสังข์เปิดกิจการรับส่งของกลับเมืองไทยในนามบริษัท

”ท่าเรือ”ก่อนจะแยกทางธุรกิจกัน ปัจจุบันนายชาญศักดิ์เป็นเจ้าของห้องอาหารไทยแห่งหนึ่งที่เมืองนอร์ธทริดจ์

 

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy