ศูนย์Thai CDC แอล.เอ.ขอให้ผู้ผ่อนบ้านไม่ไหว
แจ้งภายใน 31 ก.ค.ระดมขอภาครัฐช่วยเหลือ

                ไทยซีดีซีให้ความรู้เรื่องการใช้เครดิต หนึ่งในกิจกรรมโครงการอบรมเริ่มต้นทำธุรกิจ แจ้งข่าวผู้ที่มีปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหวให้แจ้งข้อมูลมายังศูนย์ส่งเสริมชาวไทยภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้

                ที่ห้องบริการชุมชน บ้านพักผู้สูงอายุพาล์มวิลเลจ เมืองซันแวเลย์ วันที่ 14 มิถุนายน ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยจัดบรรยายในโครงการอบรมธุรกิจขนาดเล็กเรื่องแผนการเงินและการจัดการเงินหมุนเวียน (Financial Plan & Cash Flow Management) พร้อมกันนี้ได้เชิญผู้ชาญด้านเงินกู้จากธนาคารแห่งหนึ่งมาให้ความรู้และตอบข้อซักถามด้านเครดิตเบื้องต้นและประวัติการใช้เครดิต

                เนื่องจากเรื่องเครดิตมีความสำคัญในการขอกู้เงินเพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ โดยเครดิตหมายถึงการขอกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันทางการเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ และสัญญาที่จะจ่ายเงินคืนให้แก่สถาบันนั้นๆ เนื่องจากการกู้ยืมเงินเป็นสัญญาทางกฏหมาย ส่งผลให้ต้องเข้าใจถึงความสามารถในการใช้เงินคืนของผู้กู้ด้วย

                ผู้ขอกู้เงินควรที่จะตรวจสอบประวัติการใช้เครดิตของตน หากพบข้อผิดพลาดหรือปัญหาต้องรีบแก้ไข ทั้งนี้ มีบริษัทตรวจสอบเครดิตที่รวบรวมข้อมูลการใช้เครดิตจากแหล่งต่างๆประกอบขึ้นเป็นรายงานประวัติการใช้เครดิต โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งสถาบันการเงินจะนำไปพิจารณาความสามารถในการใช้เงินคืนและอนุมัติเงินกู้ของผู้ขอ ทั้งนี้สามารถขอสำเนารายงานประวัติการใช้เครดิตได้จากบริษัทตรวจสอบเครดิตหลักๆ ได้แก่ Equifax Experian และ Transunion

                สำหรับผู้ที่มีประวัติเครดิตเสีย ส่วนใหญ่ข้อมูลดังกล่าวจะมีอายุไม่เกิน 7 ปีนับตั้งแต่วันแรกที่ไม่มีการชำระเงิน ข้อมูลเครดิตเสียเป็นข้อมูลที่ผู้ให้กู้ใช้เป็นพื้นฐานในการปฏิเสธการให้กู้ เมื่อใดก็ตามที่ผู้ขอกู้ชำระหนี้คงเหลือไปแล้ว ข้อมูลบัญชีนั้นจะยังคงถูกเก็บต่อไปเป็นเวลา 7 ปี เช่นข้อมูลหนี้สินเกี่ยวกับคดีความ การล้มละลาย แต่เฉพาะข้อมูลภาษีที่ยังค้างชำระจะถูกเก็บไว้ในรายงานตลอดไป

                ข้อมูลเครดิตเสียเรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้ 1.ข้อมูลการล้มละลาย (Bankruptcy) 2.ข้อมูลการถูกยึดบ้าน (Foreclosure) 3.ข้อมูลการใช้บริการหน่วยงานรับปรึกษาด้านเครดิต (Consumer Credit Counseling) 4.ข้อมูลการผิดสัญญาการกู้ยืมเงิน (Loan Default) 5.ข้อมูลการถูกยึดอสังหาริมทรัพย์ (Repossession) 6.ข้อมูลคำพิพากษาจากศาล (Court Judgments) 7. ข้อมูลการเรียกเก็บหนี้ (Collections) 8. ข้อมูลเครดิตค้างชำระ (Past Due Payments) 9. ข้อมูลเครดิตชำระไม่ตรงเวลา (Late Payments) 10. ข้อมูลการถูกปฏิเสธการให้เครดิต (Credit Rejections) 11.ข้อมูลการขอประวัติการใช้เครดิตจากสถาบันต่างๆ (Credit Inquiries)

                ผู้ที่มีเครดิตเสียสามารถปรับปรุงเครดิตให้ดีขึ้นได้ด้วยการเริ่มชำระบัญชีให้ตรงเวลา โดยทั่วไปธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาประวัติเครดิตในระเวลา 2 ปี อีกประเด็นที่สำคัญคือ เมื่อต้องการกู้เงินเพื่อธุรกิจ ซื้อบ้านหรือรถยนต์ ไม่ควรให้ทุกแห่งที่ไปติดต่อตรวจสอบประวัติการใช้เครดิต เนื่องจากทุกครั้งที่มีการยื่นขอตรวจสอบประวัติการใช้เครดิตจะทำให้เสียคะแนน หากเป็นไปได้ควรนำสำเนาประวัติการใช้เครดิตไปแสดง ในกรณีที่ตัดสินใจซื้อขายแล้ว ถึงจะอนุญาตให้มีการตรวจสอบประวัติการใช้เครดิตอีกครั้ง

                อีกส่วนหนึ่งที่ผู้ให้กู้ใช้ประกอบการพิจารณาคือสินเชื่อทั้งหมดของผู้ขอที่มีอยู่ในปัจจุบัน ควรรักษาระดับสินเชื่อให้อยู่ในระดับ 10-15% ของรายได้ โดยไม่รวมดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย หากในรายงานประวัติเครดิตระบุว่ามีการใช้เครดิตเป็นจำนวนมากของทุกเดือน โอกาสในการได้รับสินเชื่อจะลดลง           

                นางรัชนิศ ตรีคันธา กล่าวฝากมายังคนไทยที่กำลังประสบปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหว ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกยึดบ้าน (Foreclosure)ในที่สุด สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ส่งเสริมชาวไทย โดยหากมีจำนวนเพียงพอ ทางศูนย์ฯจะนำข้อมูลดังกล่าวไปรวมกับชุมชนชาติอื่นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป

                โครงการดังกล่าวเป็นโครงการชั่วคราวที่ตอบรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้ สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ส่งเสริมชาวไทย โทรศัพท์ 323-468-2555 ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้

เว็บไซท์ ศูนย์พัฒนาชุมชนไทย http://thaicdchome.org/cms/

 

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy