| ซี 7 ธุรการยืนยันในถุงมีเงินสด 2 ล้านบาท
ทนายทักษิณยอมรับวันนั้นไปศาลแต่ไม่ได้ทำ
ประธานศาลฎีกาตั้งคณะสอบข้อเท็จจริงเงิน 2 ล้านบาท เงินของกลางคืนผู้ที่นำมามอบให้ไปแล้ว เจ้าหน้าที่จดรายละเอียดไว้ ทนายความทักษิณคดีที่ดินรัชดายอมรับวันนั้นไปศาลแต่ไม่ได้ทำ นำทีวีวงจรปิดมาเปิดเพื่อดูว่าใครทำอะไรบ้างในวันนั้น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มิถุนายนที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก
นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการศาลยุติธรรม แถลงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อมวลชนว่า
มีทนายความของนักการเมืองนำกล่องขนม ภายในบรรจุเงินสด 2 ล้านบาทมามอบให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในศาลฎีกา
ตั้ง 3
ผู้พิพากษาสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้วันเดียวกันนี้นายวิรัช ลิ้มวิชัย
ประธานศาลฎีกาได้รับรายงานแล้วและมีคำสั่งแต่งตั้งองค์คณะประกอบด้วยผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่
3 ท่านขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะนี้ยังไม่อาจเปิดเผยรายชื่อองค์คณะได้จนกว่าจะเริ่มกระบวนการไต่สวน
คาดว่าจะดำเนินการได้ทันทีหลังองค์คณะทั้ง 3 ท่านได้รับคำสั่งแล้ว
อย่างไรก็ดีไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการไต่สวน
แต่จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ส่วนข้อเท็จจริงใครเป็นผู้นำกล่องขนมมาให้
มอบให้กลับใคร ขอให้รอฟังจากผลการไต่สวน
ส่งเงินคืนแก่ผู้มามอบให้
นายสราวุธตอบข้อซักถามว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นเงินสด
ก็ได้ส่งคืนให้กับผู้นำมามอบให้ไปแล้ว ส่วนจะมีการถ่ายรูปหรือจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ตนไม่ทราบแต่จะเป็นหน้าที่ขององค์คณะที่ท่านประธานศาลฎีกาตั้งขึ้นเป็นผู้สอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแล้วว่าผู้กระทำการเป็นใคร ชื่ออะไร ก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีนี้เข้าข่ายการเสนอให้สินบนหรือไม่
นายสราวุธกล่าวว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นการเสนอให้เพื่อสินบนก็เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
การไต่สวนจะต้องเรียกเจ้าหน้าที่ศาลที่รู้เห็นและพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาไต่สวน
หากเรื่องนี้เป็นการเสนอให้สินบนจริงก็ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก
เพราะไม่เคยมีการเสนอให้สินบนถึงในศาลฎีกาเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน
วันเดียวที่ทักษิณมารายงานตัวต่อศาล
ผู้สื่อข่าวซักว่า ในวันเกิดเหตุ (10 มิ.ย.)ตรงกับวันที่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต้องมารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ในคดีทุจริตที่ดินรัชดา หลังจากกลับจากต่างประเทศมองว่าอาจมีความเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่
นายสราวุธตอบว่า เรื่องนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบโดยองค์คณะที่ทำการไต่สวนว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีการทำผิดกฎหมายหรือไม่
นอกจากเรื่องความเป็นกลางแล้ว ความซื่อสัตย์สุจริตถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้สังคมและประชาชนเชื่อถือและศรัทธา
ในศาลยุติธรรม ดังนั้นหากมีเรื่องที่ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏชัด
และเป็นเหตุผลที่เราต้องตั้งองค์คณะขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้
แต่ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นยังเป็นการติดต่อในระดับเจ้าหน้าที่
ไม่ถึงตัวผู้พิพากษา เพราะที่ผ่านมาผู้พิพากษาก็ระมัดระวังตัวอยู่แล้วในการจะพบปะหรือติดต่อกับใคร
นายสราวุธกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปกติแล้ว ตุลาการ หรือเจ้าหน้าที่ของศาล
มีหลักเกณฑ์ในการรับสินน้ำใจจากผู้อื่นได้มากน้อยแค่ไหน นายสราวุธ
กล่าวว่า หากเป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ตามมารยาทสังคมก็สามารถรับได้ตามความเหมาะสม
แต่หากเป็นเรื่องการให้สินบนรับไม่ได้แน่นอนเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาหรือไม่
กรณีที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงองค์คณะผู้พิพากษาในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่นายสราวุธตอบว่า องค์คณะของศาลฎีกาฯ แต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาประกอบด้วยผู้พิพากษากว่า
100 ท่านตนเชื่อในความซื่อสัตย์ สุจริตของผู้พิพากษาทุกท่าน การเปลี่ยนแปลงองค์คณะจะต้องมีเหตุตามกฎหมาย
เช่น เสียชีวิต หรือลาออกจากกการเป็นผู้พิพากษา แต่จะมาเปลี่ยนกลางคันคงไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีช่องทางที่จะให้ผู้ที่ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว
มาแจ้งข้อมูลต่อศาลได้หรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า สามารถแจ้งโดยตรงที่ตนหรือผ่านทางสำนักงานศาลยุติธรรม
เบอร์โทรศัพท์ 0-2512-2315
เชื่อว่าองค์คณะที่ทำการไต่สวนต้องการข้อเท็จจริงจากทุกทาง
เพราะเราทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นมีรัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาลชุดนี้
ได้นัดพบกับผู้พิพากษาคนหนึ่งซึ่งเป็นองค์คณะคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่โรงแรมอมารี
วอเตอร์เกตด้วย
เผย 3 คดีสำคัญเกี่ยวข้องนักการเมือง
มีรายงานว่ารายละเอียดที่เจ้าหน้าที่ศาลได้จดบันทึก
ภายหลังจากตรวจสอบกล่องขนมและพบเงินสดดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้จดบันทึกไว้อย่างละเอียดว่าใครเป็นผู้นำมามอบให้
ข่าวจึงออกมาว่า ผู้ที่นำเงินไปมอบให้นั้นเป็นทนายความของนักการเมืองผู้หนึ่ง
รายงานข่าวแจ้งว่าคดีเกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นมีคดีสำคัญอยู่
3 คดีประกอบด้วย คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก
คดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรในคดีถูกใบแดงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
และคดีของนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินคลองด่าน
รายชื่อ 3 ผู้พิพากษาเป็นกรรมการสอบ
ที่สำนักงานศาลยุติธรรม
วันที่ 12 มิ.ย. นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
เปิดเผยถึงความคืบหน้า เรื่องที่มีผู้นำกล่องขนมซุกเงินจำนวน 2 ล้านบาท
ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมาและนายวิรัช
ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งแต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา
3 คน ขึ้นไต่สวนข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้ผู้พิพากษาระดับสูงทั้ง 3 คน
รับทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว โดยจะเริ่มดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกับบุคคลที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ต่อไป
สำหรับผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ได้รับแต่งตั้งเป็นองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง
ประกอบด้วยนายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ
และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้เริ่มไต่สวนเนื่องจากผู้พิพากษาบางท่านติดราชการต่างประเทศ
คาดว่าองค์คณะจะเริ่มดำเนินการไต่สวนบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ในวันที่
13 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป
ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่ศาลฎีกาวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ในศาลฎีกาผู้หนึ่งซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารคดีในศาลฎีกา
และทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หลังจากที่นายวิรัช ลิ้มวิชัย
ประธานศาลฎีกา แต่งตั้งองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว ขณะนี้ได้มีการสรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้น
เป็นข้อมูลประกอบการไต่สวน ลำดับเหตุการณ์ดังนี้ ว่า
เวลาประมาณ 12.30 น. วันที่
10 มิ.ย. ได้มีอดีตทนายความของนักการเมืองคนหนึ่ง ไปยื่นคำร้องพร้อมถุงขนมให้เจ้าหน้าที่ธุรการ
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดดูก็พบเงินสด 2 ล้านบาท จึงสอบถามว่ามีความประสงค์อย่างไร
อดีตทนายความตอบว่า เอาไปแบ่งๆกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและผู้พิพากษาทราบ
ขณะนั้นมีผู้พิพากษาคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เมื่อทราบเรื่องได้แนะให้ถ่ายรูปธนบัตรกับถุงขนมหูหิ้วไว้เป็นหลักฐาน
ก่อนส่งเงินคืนให้เจ้าของกลับไป
ควรยึดเงินและดำเนินคดีละเมิดอำนาจศาล
ด้านนายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ
ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ให้ความเห็นว่า
พอทราบข่าวนี้ตนรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมถึงกล้านำเงินไปฝากเจ้าหน้าที่ถึงบนศาล
และเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านบาท ถ้าให้เจ้าหน้าที่ก็นับว่ามากไป แต่เจ้าของเงินก็อาจจะมองว่า
เป็นเงินเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดดูเห็นเป็นเงินก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก
เลยแจ้งผู้พิพากษาไปดู เรื่องนี้ถ้าตนรู้เรื่องจะลงไปดูเองและจะไม่ปล่อยให้เอาเงินกลับไป
แต่น่าจะดำเนินคดีละเมิดอำนาจศาลไว้ก่อน คดีนี้เท่าที่ทราบคนที่นำเงินมาเป็นอดีตทนายความคดีหนึ่งที่มีนักการเมืองเป็นจำเลยในศาลฎีกาฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนให้เงินต้องการใช้เงินหว่าน
เพื่อดูใจว่าจะมีเจ้าหน้าที่คนใดสนใจเป็นสื่อกลางพาจำเลยไปคุยกับผู้พิพากษาได้หรือไม่
นายเกรียงชัยตอบว่า ไม่น่าเป็นไปได้ใครที่คิดทำแสดงว่าไม่เข้าใจระบบงานของศาลฎีกาฯ
เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเป็นคนกลางติดต่อผู้พิพากษาให้เปลี่ยนแปลงดุลยพินิจได้
ทนายทักษิณยอมรับไปศาลวันนั้นแต่ไม่ได้ทำ
นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความคดีการทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ
ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีทนายความของนักการเมืองคนหนึ่งนำถุงขนมบรรจุเงิน
2 ล้านบาทไปให้กับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่
พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไปรายงานตัวต่อศาล ในคดีที่ดินรัชดาฯว่า
ตนเป็นทนายความมากว่า 30 ปี ยืนยันได้ว่าไม่ได้กระทำตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน
คดีที่ดินรัชดาฯที่ตนรับผิดชอบอยู่ โดยเนื้อหาของคดีแล้ว คณะทนายความที่ดูแลเรื่องนี้มั่นใจว่าจะสามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ทุกข้อ
เพราะมั่นใจในพยานหลักฐานที่ได้เตรียมเอาไว้ และเห็นว่าศาลได้ให้โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่มาตลอด
ให้ความเป็นธรรมเต็มที่อยู่แล้ว ไม่คิดจะทำอะไรที่ไม่เคารพต่อผู้พิพากษา
และไม่อยากให้มีการเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาด้วย ที่ผ่านมาในการแต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษาคดี
พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานก็ไม่เคยคัดค้านเลย
สำหรับเจ้าหน้าที่ศาลก็อำนวยความสะดวกให้กับเสมียนทนายที่ทางทีมทนายความได้รับมอบหมายให้ไปประสานงานกับศาลเป็นอย่างดี
ที่สำคัญคดีนี้เป็นระบบไต่สวน ได้ให้สิทธิการคัดสำนวนคดีฝ่ายโจทก์ให้จำเลยไปศึกษาอยู่แล้ว
จึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ศาลเลย
"ทีมทนายใช้เวลาไม่เกิน
30 นาที และยืนยันว่าไม่มีใครในทีมทนายนำกล่องขนมติดตัว หรือนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่
เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น แค่คิดผมยังไม่เคยคิดเลย" นายพิชิฏ
กล่าว
กุเทพบอกเป็นการสร้างกระแส
วันเดียวกัน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง
โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีเงินในกล่องขนมจำนวน 2 ล้านบาทที่มอบให้กับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกานั้น
เป็นเพียงประเด็นที่พยายามจะก่อกระแสขึ้น เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลไปทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล
เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องที่มีความผิดปกติอย่างมาก เพราะหากการกระทำดังกล่าวเป็นการหวังผลให้มีการแทรกแซงการทำงานของศาล
ถือว่าโง่ เต็มที โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยสามัญสำนึกแล้วยิ่งไม่น่าจะมีความเป็นไปได้
แต่น่าจะเป็นการพยายามสร้างกระแสให้เห็นว่ามีการแทรกแซงเพื่อเพิ่มความชอบธรรมในการชุมนุมเท่านั้น
ขณะเดียวกัน เวลา 18.00
น. ที่โรงแรมดุสิตธานี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เลี้ยงต้อนรับ
นายทอกัส อาซีส อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เพื่อหารือ เรื่องการตั้งชมรมอดีตผู้นำของประเทศในเอเชียที่วางมือ
ทางการเมือง โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมตอบ
ได้แต่ยิ้มให้ผู้สื่อ ข่าวแล้วรีบเดินไปทันที
ทักษิณให้ศาลสอบและนำข้อเท็จจริงออกมาเผย
ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา
โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันมาตลอดว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาลอย่างถูกต้อง
เรื่องสินบนที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณทราบข่าวก็บอกว่า อยากเห็นศาลดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้
และให้นำข้อเท็จจริงมาตีแผ่ให้สาธารณชนรับทราบ พ.ต.ท.ทักษิณ ดีใจที่ศาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน
และขอให้ ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดที่สุด
ธุรการซี 7 เผยมีเงิน 2 ล้านในถุงจริง
มีรายงานข่าวจากศาลฎีกาว่า
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน
เวลา 07.00 น. นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา
นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้ไต่สวนข้อเท็จจริงได้ประชุมกัน
ที่ห้องประชุมเล็กข้างห้องประธานศาลฎีกา และมีการเรียกเจ้าหน้าที่ธุรการซี
7 ซึ่งเป็นผู้รับถุงขนมใส่เงินสด 2 ล้านบาท มาสอบถามข้อเท็จจริงการสนทนากับทนายอดีตนักการเมืองในวันที่ 10 มิถุนายนโดยวันดังกล่าวตรงกับวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เดินทางมารายงานตัวต่อศาลหลังกลับจากต่างประเทศ โดยมีนายพิชิฏ ชื่นบาน
ทนายความ เดินทางมาด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ธุรการซี
7 ยืนยันว่าภายในถุงมีขนมและเงิน จึงไม่ใช่เป็นเรื่องทนายอดีตนักการเมืองหยิบถุงขนมผิดโดยไม่รู้ว่ามีเงินอยู่ภายใน
นำภาพจากทีวีวงจรปิดมาสอบ
รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังองค์คณะไต่สวนเจ้าหน้าที่แล้วสัปดาห์หน้าจะนำเทปจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองชั้นธุรการติดต่อกับทนาย
ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุมาตรวจสอบภาพบุคคลและการสนทนาเพื่อเป็นหลักฐาน
จากนั้นจะเชิญบุคคลดังกล่าวเข้ามาทำการไต่สวนความจริง ส่วนจะต้องเปิดบัลลังก์ไต่สวนอย่างเปิดเผยหรือไม่
องค์คณะผู้ไต่สวนจะมีการหารือกันอีกครั้ง
แหล่งข่าวศาลฎีกาเปิดเผยว่า
ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้
นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาจะประชุมผู้พิพากษาในแผนกทั้งหมด
9 คน อย่างไรก็ตาม การนัดประชุมดังกล่าวมีการนัดไว้ล่วงหน้าเพื่อหารือเกี่ยวกับงานธุรการคดีภายในศาล
แต่เมื่อมีเรื่องถุงขนม 2 ล้านบาทเกิดขึ้น นายเกรียงชัยคงจะหยิบยกปัญหาการวิ่งเต้นสินบนขึ้นมาหารือเพื่อหามาตรการป้องกัน
ทนายธนาบอกไม่เกี่ยวไม่ได้ไปศาลวันนั้น
ด้านนายธนา เบญจาทิกุล อดีตทีมทนายความและทีมที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของ
พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าวมีทนายความของนักการเมืองนำเงิน
2 ล้านบาทใส่กล่องขนมให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกา ว่า
มีบุคคลบางกลุ่มพยายามโยงและปล่อยข่าวมาถึงตน ซึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้ไปเกี่ยวข้องยุ่งเกี่ยว
ไม่ได้รู้เรื่องและไม่ได้ไปที่ศาลฎีกาฯในวันดังกล่าวแต่อย่างใด หากใครให้ข่าวพาดพิงทำให้เสียหายจะฟ้องร้องแน่
ส่วนทนายคนดังกล่าวจะเป็นใครนั้นไม่ทราบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นกลุ่มฝ่ายตรงข้าม
อีกด้านหนึ่ง ที่รัฐสภา
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในฐานะอดีตประธานศาลอุทธรณ์ กล่าวว่า
ในฐานะที่เป็นผู้พิพากษามาก่อน ก็คงต้องดูข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนนำเงิน
2 ล้านบาทไปวางไว้ และมีวัตถุประสงค์อย่างไร ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะให้ความเห็น แต่ถ้าเป็นการมอบเงินให้ศาลจริงก็จะทำให้ศาลเสียหาย
และถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล
อ่านความเห็นจากนสพ.ผู้จัดการ
วัดใจศาลเชือดทนายชั่วหิ้ว 2 ล้านติดสินบนhttp://www.manager.co.th/Daily/
อ่านต่อ.....แฉเริ่มใช้อำนาจรัฐจัดการคนตรงข้ามทักษิณกองปราบฯขู่ออกหมายจับคตส.ทั้ง
11 คน
|