ทีมทนายทักษิณติดคุก 6 เดือนแถมถูกแจ้งความคดีอาญาเพิ่มเติม
แนะสาวให้ถึงเจ้าของขนมสอดไส้เงินสด 2 ล้านนำตัวมาดำเนินคดี

ตร.สืบสวนเฝ้าธนา ตันศิริ ที่บำรุงราษฎร์24 ช.ม. คาดรักษาอีก7 วัน ด้านสภาทนายฯลงดาบ'พิชิฏ' ระบุทนายทุกคน 'รับไม่ได้' ำรวจขอสำนวนคดีสินบนศาล 2 ล้านก่อนไล่สอบ ชี้หากหลักฐานยึดโยง 'แม้ว' ต้องเชิญมาสอบ น้องสาว'พิชิฏ' ลั่น'พี่ชาย'ไร้โอกาสโต้แย้ง

กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุกนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยาจำเลยที่ 1-2 คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก, น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริซึ่งเป็นเครือญาติคุณหญิงพจมาน  ผู้ประสานงานคดี เป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รออาญาและถือว่า คดีถึงที่สุด ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาลที่ร่วมกันนำเงิน 2 ล้านบาท ใส่ถุงขนมมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการศาลฎีกาฯ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน โดยนายพิชิฏถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำกรุงเทพฯ ส่วนน.ส.ศุภศรีถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขน ขณะที่นายธนาที่อ้างว่าป่วยไม่ได้ไปฟังคำสั่ง โดยศาลออกหมายจับแล้วนั้น

ตร.สืบสวนเฝ้า'ธนา'ที่'บำรุงราษฎร์'24 ช.ม. รักษาอีก7วัน

พ.ต.ต.ปิโยรส  กัณหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพุนี กล่าวเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ถึงกรณีอายัดตัวนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดีและญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา ทีโรงพยา บาลบำรุงราษฎร์ ภายหลังศาลมีคำสั่งจำคุก 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล ว่านายธนาที่รักษาตัวอยู่ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นั้น ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนไปเฝ้าหน้าห้องผู้ต้องหาตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ผลัด ผลัดละ 2 นาย ซึ่งช่วงเช้าได้เข้าพูดคุยกับผู้ต้องหา ซึ่งนายธนาได้แจ้งว่า จะขอพักรักษาตัวต่ออีก 7 วัน จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาล เพื่อส่งเข้าเรือนจำต่อไป

สภาทนายฯลงดาบ'พิชิฏ'เย็นนี้ ลั่นทนายทุกคนรับไม่ได้

นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานกรรมการมรรยาทสภาทนายความ กล่าวเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ว่า ช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการมรรยาทจำนวน 15 คน จะประชุมเพื่อพิจารณาความผิดของนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา ซึ่งถูกศาลสั่งจำคุก 6 เดือน จากคดีละเมิดอำนาจศาล ภายหลังที่คณะกรรมการได้รับสำเนาคำฟ้องแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวถือเป็นคดีร้ายแรงและสะเทือนวงการทนายความ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ทนายความทุกคนรับไม่ได้

นายสิทธิโชค กล่าวต่อว่า โทษของนายพิชิฏ คือ การถูกลบชื่อออกจากการประกอบวิชาชีพ 5 ปี โดยมีผู้ที่ถูกลบชื่อจำนวนน้อยมาก ที่ได้รับอนุญาตให้กลับมาประกอบวิชาชีพทนายความได้อีก นอกจากนี้ สภาทนายความจะนำคดีดังกล่าวเป็นกรณีศึกษา เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง โดยทนายความนอกจากจะรักษาผลประโยชน์ให้กับลูกความแล้ว จะต้องรักษาความยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญด้วย

ตร.ขอสำนวนคดีสินบนศาล 2 ล้านก่อนไล่สอบ

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 ให้สัมภาษณ์ถึงคดีที่ตัวแทนศาลฎีกาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษทนายความ เสมียนทนาย และผู้ประสานงาน 3 คนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาล 2 ล้านบาท ว่า ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษตามมาตรา 144 ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ใช่มาตรา 167 เพราะไม่ได้ให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการ แต่ให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการ ไม่ถึงกับเป็นการจ้างล้มคดี อาจจะไปให้เพื่อความสะดวก ต้องมีการสอบสวนอีกที

ผบก.น.1เชื่อสืบที่มาของเงินตามเลขที่แบงก์ได้

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า 3 ผู้ต้องหา เป็นผู้ต้องหาซ้ำกับที่ถูกดำเนินคดีฐานละเมิดอำนาจศาล มีทนาย 1 คน เสมียนทนาย 1 คน และเจ้าหน้าที่ประสานงาน 1 คน สำหรับตัวเงิน 2 ล้านบาทนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้คืนไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่มีหลักฐานอยู่เขาถ่ายรูปไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเงินคืนเจ้าของไปแล้ว จะทำให้ตำรวจตรวจสอบยากขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ยอดจำนวนเงินมาว่า 2 ล้านเอามาจากไหน เบิกมาจากแบงก์ไหน จะเอาไปทำอะไร หรือจะเอาไปเข้าแบงก์ แล้วคุณได้มายังไง แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องหาว่าจะตอบหรือไม่ ถ้าไม่ตอบก็เป็นพิรุธว่าทำไมไม่ตอบ ถ้าตอบมาเคลียร์ก็จบ ถ้าไม่เคลียร์ก็มีปัญหา ก็เป็นคำถามหนึ่งที่ต้องถามผู้ต้องหาซึ่งเขาจะให้การหรือไม่ก็ได้ เมื่อถามว่ามีเลขที่ธนบัตรหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ไม่แน่ใจ ผู้พิพากษาถ่ายไว้ ไม่แน่ใจว่าจะบันทึกรายละเอียดหรือไม่ แต่เห็นว่ามีภาพถ่าย หลักฐานเหล่านั้นยังไม่มา เมื่อวานเป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจมาร้องทุกข์พร้อมคำพิพากษา เดี๋ยวจะขอสำนวนทั้งเรื่องที่ศาลไต่สวนมา และตัวละครอยู่ในนั้นหมด ก็จะเรียกตัวละครเหล่านั้นมาสอบถาม

เมื่อถามว่าจะเรียกตัวละครมาสอบได้เมื่อไหร่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า คาดว่าเมื่อวานสอบปากคำผู้รับมอบอำนาจเสร็จ ก็ฝากเรื่องขอสำนวนไปเลย คงจะต้องหารือกับศาลก่อนว่าจะให้ได้แค่ไหนอย่างไร ถ้าได้มาคงจะขอดูรายละเอียดไม่เกิน 1-2 วัน จากนั้นก็จะเชิญมาสอบปากคำ ทั้งนี้ตำรวจจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนด้วย โดยมี 2 คนอายัดตัวได้แล้ว ต้องไปแจ้งข้อหาในเรือนจำ ส่วนอีกคนหลบหนีอยู่  เมื่อถามว่าจะขยายผลไปถึงเจ้าของเงินหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า คงไม่ได้เรียกว่าขยายผล ใช้คำว่าต้องสอบสวนจนสิ้นกระแสความว่าทิศทางเงินมาจากไหนอย่างไร เงินที่มอบให้เพื่อล้มคดีหรือไม่ล้มคดีหรืออย่างไร เท่าที่ฟังดูจากคำพิพากษาขณะส่งมอบกันเป็นการบอกว่าคล้ายๆกับซื้อความสะดวก มาติดต่อบ่อยๆเอาไปแบ่งกัน

เร่งสอบสวนหาเจ้าของเงิน 2 ล้าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการไล่ตรวจสอบเส้นทางเงินอย่างไร พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่าเจ้าของเงินในวันนั้นไปถอนเงินจำนวนนี้มาจากไหน ซึ่งต้องสอบปากคำเขาก่อนว่าเงิน 2 ล้านบาท ได้มาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของ คุณเป็นเจ้าของเอง คุณได้มาจากไหน ถ้าบอกไปเบิกเช็คมาก็ต้องไปดูตามนั้นอีก ที่มาของเงินมันต้องมีอยู่แล้ว

'ต้องดูรายละเอียดอีกที ถ้าตรงนั้นจะมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ว่าถึงขนาดว่าล้มคดีหรือยัง ถ้ายังไม่เป็นการโน้มน้าวให้เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตามองค์ประกอบของกฎหมายมันยังไม่ผิดด้วยซ้ำไป แต่ต้องดูลึกๆผมต้องศึกษาในคำพิพากษาผลการไต่สวนของศาล เพราะในเรื่องละเมิดอำนาจศาลไปทำการใดที่ไม่สมควรในศาลก็ผิดละเมิดอำนาจศาลแล้ว แต่พอในเรื่องการกล่าวหาติดสินบนมันต้องมีเจตนาจูงใจ เราต้องสอบอีกเยอะ'ผบก.น.1 กล่าว

ตร.ชี้หากหลักฐานยึดโยง'แม้ว'ต้องเชิญมาสอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ มาสอบปากคำหรือไม่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ต้องดูในประเด็นก่อนว่าหลักการสอบสวนมันยึดโยงไปถึงไหม  ถ้าไปไม่ถึงก็ไม่มีเหตุที่จะเชิญมา แต่ถ้ามันไปถึงก็ต้องเชิญมา เพราะฉะนั้นตัวนายธนาเองจะเป็นตัวการสำคัญที่จะต้องสอบปากคำและจะให้คำตอบได้ว่าจะต้องสอบต่อไปจากนั้นอีกไหม เมื่อถามว่ายังยืนยันว่าจะเสร็จภายใน 1 เดือน พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีประเด็นที่จะแตกอะไรไปมาก เพราะยืนตามคำพิพากษาศาลเป็นแนวทาง ตัวละครก็อยู่ในคำพิพากษา คือคนที่ศาลเรียกไปไต่สวน คดีนี้จะทำง่ายมาก เพราะศาลทำทางให้แล้ว เราก็สอบตามที่เบิกความไว้กับศาล รับประกันได้ว่าอย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะยืนอยู่ในความยุติธรรมอย่างเต็มที่

น้องสาว'พิชิฏ'ลั่นพี่ไร้โอกาสโต้แย้ง-พิสูจน์ความบริสุทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อนทนายของนายพิชิฎ ชื่นบาน ทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว เพื่อขอร้องไม่ให้สื่อนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวนายพิชิฎในทางคลาดเคลื่อน เพราะจะทำให้กระทบต่อจิตใจของญาติ พี่น้องและตัวนายพิชิฎ

เพื่อนทนายความคนดังกล่าว กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายพิชิฎ ซึ่งนายพิชิฎก็ได้ฝากขอบคุณสื่อมวลชน ที่คอยติดตามเสนอข่าว และขอขอบคุณทุกคนที่มีความเป็นห่วงและขอให้ทุกคนสบายใจได้ และไม่ต้องเป็นห่วงตนแล้ว เพราะสภาพร่างกายจิตใจดีขึ้น และเริ่มปรับตัวกับสภาพความเป็นอยู่ได้มากแล้ว ส่วนสาเหตุที่นายพิชิฏร้องไห้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะรู้สึกตื้นตันใจ ที่ญาติเดินทางมาเยี่ยมมาเป็นกำลังใจ โดยไม่ได้เพราะเครียดหรือเสียใจ

ด้านนางจิติมา ฟักสะอาด เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ จ.ปราจีนบุรี ในฐานะน้องสาวของนายพิชิฎ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่พี่ชายต้องติดคุก โดยไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และไม่มีโอกาสได้โต้แย้งใดๆ ทั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ ตนอยากเข้าไปอยู่ในคุกแทนพี่ชาย และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ตนตัดสินใจลาออกจากราชการในวันที่ 1 ก.ค. นี้ เพื่อจะได้เดินทางมาดูแลพี่ชายได้ทุกวัน อย่างไรก็ตาม อยากขอร้องสื่อว่า ไม่ควรมาเยี่ยมนายพิชิฎเป็นจำนวนมาก และอยากขอร้องให้เสนอข่าวอย่างเป็นกลาง เช่น เหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา สาเหตุที่นายพิชิฎร้องไห้ เป็นเพราะตื้นตันใจที่มีญาติ พี่น้อง และเพื่อนทนายมาเยี่ยมกันจำนวนมาก ไม่ใช้เพราะรู้สึกกดดัน

ญาติ-เพื่อนไปเยี่ยม'พิชิฏ'แต่เช้า แถมฉุนใส่สื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ญาติและเพื่อนประมาณ 10 คน ของนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทยอยเดินทางมาเยี่ยมนายพิชิฏตั้งแต่ช่วงเช้า นอกจากนี้ ได้นำของเยี่ยมมาด้วย โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้เปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.30 น.ที่ผ่านมา

เมื่อญาติและเพื่อนของนายพิชิฏเห็นสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวบริเวณหน้าเรือนจำ ก็ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ และรีบเดินเข้าห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง

ตร.พร้อมดำเนินคดีทีมทนาย'แม้ว' รอสำนวนจากศาล

พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม กล่าวเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ถึงความคืบหน้าการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับ นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดีและญาติของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษํท ฐานติดสินบนเจ้าพนักงาน จากกรณีนำเงิน 2 ล้านบาทฝากธุรการศาล ว่า ตำรวจกำลังรอสำเนาสำนวนจากศาล เพื่อนำมาตรวจสอบว่า จะสามารถเรียกพยานคนใดมาสอบสวนได้บ้าง และมีใครอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ทั้งนี้ หากได้สำนวนดังกล่าวมาแล้ว จะเร่งดำเนินการสอบสวนและออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน มาดำเนินคดีทันที โดยคาดว่าขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างการสืบพยาน ก่อนที่จะส่งสำนวนมาสู่พนักงานสอบสวนต่อไป

'ทักษิณ'ออกแถลงเสียใจทีมทนายติดคุก

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อ่านแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ย่านนางเลิ้ง น อ่ชี้แจงกรณีทีมทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ 3 คน ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือนฐานละเมิดอำนาจศาล  ซึ่งมีข้อความเพียง 3 ย่อหน้าว่า

"พ.ต.ท.ทักษิณ เคารพในดุลยพินิจของศาลฏีกา ในการฟังข้อเท็จจริง และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ ทนายความ เสมียนทนาย และ ผู้ประสานงาน ถูกกล่าวหา

"พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีที่ดินย่านรัชดาภิเษก ซึ่งคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ประมูลซื้อจากกองทุนเพื่อการเฟื้อฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน อย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา โดยเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเอง และพร้อมต่อสู้คดีภายใต้กลไก ของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศาลยุติธรรม 

"การกระทำที่มีการกล่าวหา ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดเลยแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งเจ้าหน้าที่ธุรการของศาลก็ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดี "

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณปฏิเสธไม่ได้อยู่เบื้องหลังการให้สินบนครั้งนี้ใช่หรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นคนละเรื่องกับเนื้อหาคดีซื้อขายที่ดินรัชดาฯ

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณกังวลหรือไม่ว่า สังคมจะมองว่าเกี่ยวโยงกับกระบวนการให้สินบน นายพงศ์เทพกล่าวว่า แน่นอนว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้น ทำให้คนมองผู้ที่เกี่ยวข้องในทางไม่ดีแน่นอน แต่ถ้าใช้เหตุผลพิจารณาแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์อะไรจากการทำเช่นนี้ ซึ่งคงไม่มีเลย

'พงศ์เทพ' บอก'แม้ว'ไม่กังวลคดีสินบนสาวถึงตัว

เมื่อถามว่า กระบวนการทางอาญาในคดีติดสินบน พ.ต.ท.ทักษิณเกรงว่า จะสาวมาถึงตัวเองหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้กังวลเลยว่าจะเกี่ยวพันมาถึงตัว แต่หากจะเชิญผู้เกี่ยวข้องคนใดไปก็ยินดี และที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณอยู่เมืองไทยมาตลอด ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่ที่ไม่มาแถลงข่าวเอง เพราะไม่อยากปรากฏเป็นข่าว เพราะจะมีคนไปครหาอีกเยอะ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณทราบคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ได้พยายามขอสำเนาคำสั่งศาล โดยให้เจ้าหน้าที่ไปยื่นคำร้อง เพื่อให้ทราบว่า เรื่องราวเป็นอย่างไรและเพิ่งได้รับสำเนาเมื่อเที่ยงวันที่ 26 มิถุนายน

นายพงศ์เทพกล่าวว่า สำหรับนายธนา ตันศิริ นั้นไม่ได้หนีไปไหน ขณะนี้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวแล้ววันเดียวกันนี้ หลังจากหายป่วย จะส่งตัวไปให้ศาลดำเนินคดีต่อไป

เจ้าหน้าที่แจ้งความเพิ่มข้อหาให้สินบนกับทีมทนายแม้วแล้ว

เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน นางณัฐชา วรวัฒน์เมธีกุล ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา ที่ได้รับมอบอำนาจจากนายพินิจ สุเสารัจ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายพิชิฏ ชื่นบาน นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์  และนายธนา ตันศิริ ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 144 ต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม

นางณัฐชากล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เพิ่มเติมในคดีอาญา ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน พร้อมมอบเอกสารหลักฐาน พร้อมคำพิพากษา แก่พนักงานสอบสวน

ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1 ) กล่าวว่า หลังนางณัฐชาแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอายัดตัวผู้ต้องหาทั้งสองคือ นายพิชิฏ และนางสาวศุภศรีที่จำคุกอยู่ในเรือนจำ เพื่อสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนนายธนาจะติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนสำนวนการสอบสวนคาดว่า น่าจะสรุปได้ภายใน 30 วัน

ตร.อายัดตัวเครือญาติคุณหญิงพจมานนอนป่วยในรพ.

รายงานข่าวแจ้งว่า นายธนาได้เดินทางเข้าไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า เกิดอาการเครียดจัด และนายธนาได้ใช้ใบรับรองแพทย์ส่งไปแจ้งยังศาลฎีกาว่า ขอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ได้สั่งอายัดตัวนายธนาไว้แล้ว โดยใช้กำลังฝ่ายสืบสวนเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องผลัดละ 2 คน จำนวน 3 ผลัด ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายธนาได้ใช้วิธีเปลี่ยนห้องพักไปเรื่อยๆ โดยตั้งแต่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าวมาตั้งแต่เข้าพักได้เปลี่ยนห้องพักมาแล้วถึง 2 ครั้ง เพื่อป้องกันการถูกรบกวน

'พิชิฏ'เครียดนอนไม่หลับ-บ่นไม่แฟร์

ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชิฏถูกคุมขังในห้องขังหมายเลข 13 ของแดน 1 ซึ่งเป็นแดนแรกรับ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 25 มิถุนายน และมีอาการเคร่งเครียดตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเรือนจำเปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังเมื่อเวลา 08.30 น. กลุ่มญาติและเพื่อนนายพิชิฏ ชื่นบาน กว่า 20 คน เข้ามาติดต่อขอเยี่ยมนายพิชิฏ พร้อมทั้งซื้ออาหาร ผลไม้ น้ำดื่ม จากร้านสวัสดิการเรือนจำเข้าเยี่ยม จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายพิชิฏซึ่งอยู่ในชุดนักโทษแดนแรกรับ สวมเสื้อสีฟ้าและกางเกงสีน้ำเงินได้เดินออกมายังห้องเยี่ยมหมายเลข 7 นายพิชิฏได้พบญาติและเพื่อน จากนั้นต่างฝ่ายต่างร้องไห้กันระงม

ทั้งนี้ นายพิชิฏได้กล่าวกับบรรดาญาติว่า เมื่อคืนนอนไม่หลับ มีอาการเครียด และกล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่แฟร์ ถ้าเป็นจริงจะไม่ว่าเลย และขอให้เพื่อนๆ ช่วยกันดูแลเรื่องทั้งหมด โดยเรือนจำให้เวลาเยี่ยม 15 นาที จากนั้นญาติต้องเดินออกจากห้องเยี่ยม และฝากเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลนายพิชิฏด้วย

นายทรงวุฒิ วัฒนกุล ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นายพิชิฏค่อนข้างเครียด แต่เป็นเรื่องปกติของผู้ต้องขังแรกรับ ซึ่งตนแนะนำให้เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมนายพิชิฏแนะนำกฎระเบียบปฏิบัติของเรือนจำ เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับผู้ต้องขังอื่น และใช้ชีวิตในเรือนจำได้อย่างปกติ โดยนายพิชิฏ มีความรู้ทางด้านกฎหมาย หลังจากนี้ทางเรือนจำจะให้นายพิชิฏใช้ความรู้ทำประโยชน์กับทางเรือนจำด้วย

รอ'ธนา ตันศิริ'ขังแดนเดียวกับหัวหน้าทีมทนาย

แหล่งข่าวจากเรือนจำเปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 26 มิถุนายน นายพิชิฏได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายมาใช้เสื้อผ้าที่ญาตินำมามอบให้ โดยเป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น ซึ่งนายพิชิฏจะใช้สวมใส่แทนชุดนักโทษแดนแรกรับสีฟ้า ที่สวมใส่ในวันแรก เนื่องจากญาติไม่สามารถจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวให้นายพิชิฏได้ทัน

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับอาหารทั้ง 3 มื้อที่เรือนจำจัดไว้ให้กับนักโทษทุกรายนั้น เมนูมื้อเช้าเป็นข้าวสวย แกงเลียง ปลาย่าง และน้ำพริกผักรวม มื้อกลางวันเป็นข้าวต้มกับปลาเค็ม ส่วนมื้อเย็นเป็นข้าวสวยกับแกงเขียวหวานไก่ อย่างไรก็ตาม นายพิชิฏไม่ยอมรับประทานอาหาร แม้แต่อาหารที่ญาติซื้อมาเยี่ยม นายพิชิฏก็รับประทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แหล่งข่าวกล่าวว่าว่า เจ้าหน้าเรือนจำได้ตรวจร่างกายและสอบประวัติส่วนตัวของนายพิชิฏ ไม่พบว่ามีโรคประจำตัวใดๆ เพียงแต่มีอาการเครียด เมื่อถึงเวลาเก็บนักโทษขึ้นเรือนนอนในเวลา 15.30 น. นายพิชิฏก็ยังอยู่บริเวณมุมห้อง ไม่พูดคุยสุงสิงกับเพื่อนผู้ต้องขังร่วมเรือนนอน อาทิ นายสิทธิกร บุญฉิม หรือเสี่ยอู๊ด เนื่องจากผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย ต่างก็อยู่ในอาการเครียด จึงแยกกันนั่งอยู่บริเวณมุมห้องขัง ทั้งนี้ ตามระเบียบเรือนจำจะตัดผมผู้ต้องขังเมื่อถูกคุมขังครบ 3 วัน และเมื่อคุมขังครบ 15 วัน จะแยกแดน คาดว่าเรือนจำจะแยกนายพิชิฏไปขังในแดน 3 และหากนายธนาถูกนำตัวออกจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาจำคุก ทางเรือนจำก็จะขังนายธนาในแดนคุมขังเดียวกับนายพิชิฏ

รพ.ราชทัณฑ์พร้อมรักษาโรคไตเสมียนทนาย

ด้านนางอังคณึง เล็บนาค ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง กล่าวว่า จากการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปพูดคุยกับ น.ส.ศุภศรี ไม่พบว่ามีอาการผิดปกติหรือแสดงอาการเครียด ถือว่าไม่น่าเป็นห่วงจึงไม่จำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษ หลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่อบรมเรื่องกฎระเบียบของทัณฑสถานเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำได้

ด้าน นพ.จอน เลอวิทย์วรพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์ กล่าวว่า สำหรับ น.ส.ศุภศรี ซึ่งแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของทัณฑสถานหญิงกลางว่าป่วยเป็นโรคไตนั้น ขอให้สบายใจได้ เพราะเรือนจำมีแพทย์และเครื่องมือแพทย์พร้อมให้การรักษาพยาบาลนักโทษที่ป่วยด้วยโรคไต ที่ผ่านมารักษานักโทษที่ป่วยด้วยโรคไตอยู่เป็นประจำ หากนักโทษป่วยหนักเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์ ก็จะส่งตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก

นักธุรกิจเกาะช้างคนซื้อบ้าน'ธนา'มึนถูกโยง

ส่วนกรณีนายธนา ตันศิริ ให้การกับศาลฎีการะบุว่า เงินสด 2 ล้านบาท เป็นเงินของนายบุญชาญ อักษรสุวรรณ เป็นค่าซื้อบ้านนั้น นายบุญชาญให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ไม่รู้ว่าตนเองไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร และไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว อีกทั้งยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ขอปรึกษากันก่อน

แหล่งข่าวใกล้ชิดนายบุญชาญกล่าวว่า นายบุญชาญวิตกกังวลเรื่องนี้มาก ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากใครนอกจากญาติพี่น้อง และได้ติดต่อปรึกษากับทนายความว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพื่อมิให้มีผลกระทบกับตนเองและครอบครัว รวมทั้งธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันลงทุนทำธุรกิจอยู่ที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปฏิเสธแนะนำให้เปลี่ยนตัวทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ แทนนายพิชิฏว่า 'เปล่า เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยวข้อง'

เมื่อถามว่า แต่มีกระแสข่าวว่าเป็นผู้ชักนำและแนะนำนายพิชิฏให้มาทำหน้าที่เป็นทนายให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และนายสมัคร ในคดีรถดีบเพลิง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า 'เข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าคุณพิชิฏรู้จักกับผมมานาน แต่ไม่เกี่ยวเลย เข้าใจผิด'

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีเปลี่ยนตัวทนายคดีจัดซื้อรถดับเพลิง ที่นายสมัครถูกตั้งข้อกล่าวหาด้วย เนื่องจากนายพิชิฏ ชื่นบาน ถูกศาลพิพากษาจำคุก

'สุเทพ'ยกมือท่วมหัว เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง-โยงทักษิณยาก มีคนขายชีวิตให้

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  ไม่ได้มีความรู้สึกมุ่งร้ายต่อผู้ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก แต่พอทราบข่าวศาลตัดสินแล้วต้องยกมือท่วมหัว เพราะทำให้คนเลว คนชั่ว ที่คิดว่า เงินจะซื้อประเทศไทยได้ทั้งหมดสำนึกกันเสียที มันซื้อคะแนนเสียง ซื้อข้าราชการ ซื้อประชาชน ซื้อทุกอย่าง เมื่อไปซื้อศาลเข้าจึงมีปัญหา ถูกใจตนมากที่ถูกพิพากษาจำคุก คนไทยที่รักความถูกต้อง รักความยุติธรรม รู้สึกถูกใจ สะใจ และสมใจ และต้องหาต่อไปว่าใครเป็นคนให้เงินดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเชื่อมโยงถึง พ.ต.ท.ทักษิณได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เป็นเรื่องยาก เพราะมันมีคนยอมขายชีวิต ตายแทน พ.ต.ท.ทักษิณจำนวนมาก แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ทำให้ประชาชนรู้ว่าเงินซื้อศาลไม่ได้ และฝ่ายค้านจะพยายามติดตามในหลายๆ เรื่องที่มีการจ่ายสินบนในลักษณะนี้

ประชาธิปัตย์ชี้ช่องป.ป.ช.สอบเส้นทางเงิน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า ควรจะขยายผลหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังทีมทนายทั้ง 3 คน โดยให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าทนายทั้ง 3 คน รับเงินมาจากใคร

'ระหว่างนี้ต้องระวังเรื่องการตัดตอนทีมทนายทั้ง 3 คน ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้นรัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรม หรือกันทีมทนายทั้ง 3 คน ไว้เป็นพยานปากสำคัญในการติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และ พ.ต.ท.ทักษิณจะมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะทนายทั้ง 3 คน ว่าความให้คดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯ และต้องติดตามตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวนต่อไป' นายองอาจกล่าว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน ส.ส.ร.50 กล่าวว่า ต้องมีการสืบสวนเพื่อหาต้นตอที่มาของเส้นทางของเงิน 2 ล้านบาท ว่ามีมูลเหตุใดจูงใจ และจะต้องสอบสวนว่าเป็นเงินของใคร ทำเพื่ออะไร ใครจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ไม่เชื่อว่าทนายความจะมีเงินมากถึงขนาดเอาเงิน 2 ล้านบาท มาแจกให้เจ้าหน้าที่ศาล เรื่องนี้จะจบลงง่ายๆ ไม่ได้ เชื่อว่าการกระทำดังกล่าว คงไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ของศาล แต่ถือเป็นความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน

ทีมทนาย'แม้ว'ยันไม่กระทบคดีที่รัชดาฯ

นายวีรภัทร ศรีไชยา หนึ่งในทีมทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่รับผิดชอบในส่วนคดีภาษี กล่าวถึงกรณีที่ทีมทนายความในคดีการจัดซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกว่า เชื่อว่าการต่อสู้คดีนี้จะไม่มีปัญหา แม้ว่านายพิชิฏ ทนายความในคดีนี้จะถูกศาลสั่งจำคุกไปแล้ว เพราะการต่อสู้คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่ทนายเพียงคนเดียว แต่จะมีมือ 1 มือ 2 มือ 3 หากคนใดมีปัญหาอีกคนก็จะสามารถสานต่องานได้ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนม้ากลางศึกจะมีผลกระทบกับคดีหรือไม่ นายวีรภัทรกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจากคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคดีใหญ่ ทนายความที่มาร่วมงานจึงมีหลายคน ไม่ใช่คดีเล็กๆ เหมือนคดีเช็ค อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมทนายความทั้งหมดของ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้นัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันแต่อย่างใด  

ทั้งนี้ คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน และคนในครอบครัวชินวัตร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายพิชิฏมี 3 คดี คือ 1.คดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2.คดีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเองและพวกพ้อง ประกอบด้วย การปกปิดการถือครองหุ้นบริษัท เอสซี แอสเซทฯ การได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรซึ่งนำมาสู่การอายัดทรัพย์ที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ป 6 หมื่นล้านบาทเศษ และการใช้อำนาจหน้าที่ออกมาตรการเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตัวเองในส่วนของการออก พ.ร.ก.ภาษีสรรพสามิต และ 3.ดูแลเรื่องการขอเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ในส่วนของนายบรรณพต ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน นอกจากนี้ยังมีคดีจัดซื้อรถดับเพลิงของนายสมัครด้วย

กรรมการมารยาทเตรียมลบชื่อ3ทนาย

นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานอนุกรรมการมารยาทสภาพทนายความ กล่าวว่า ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ธุรการศาลฎีกาเพื่อขอคัดคำพิพากษาศาลฎีกานำมาพิจารณาประกอบการลงโทษ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์ยังพิมพ์ไม่เสร็จ คาดว่ าต้นสัปดาห์หน้าจึงจะเรียบร้อย ถ้าหากได้รับสำเนาคำพิพากษาแล้วในวันรุ่งขึ้นจะเรียกประชุมคณะกรรมการมารยาทสภาทนายความทั้ง 15 คน ถ้าหากเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง ก็จะมีมติเสนอให้คณะกรรมการสภาทนายความถอนชื่อนายพิชิฏ นายธนา และ น.ส.ศุภศรี จากบัญชีผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และไม่สามารถว่าความได้เป็นเวลา 5 ปี ตามมาตรา 69 พ.ร.บ.สภาทนายความ ที่ระบุว่า กรณีที่ทนายความต้องคำพิพากษาศาลถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ใช่คดีหมิ่นประมาทหรือคดีลหุโทษ ให้ศาลแจ้งสภาทนายความเสนอให้กรรมการมารยาทประชุมเพื่อมีมติถอนชื่อ

'คดีละเมิดโดยการติดสินบนและศาลพิพากษาจำคุกทนายความเป็นเรื่องร้ายแรง นายพิชิฏเองก็รู้มีโทษสถานเดียวคือลบชื่อออกจากบัญชีทนายความ ไม่มีโทษอื่น เรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายสิบปีแล้ว' นายสิทธิโชคกล่าว

ใครเป็นใครในคดีทนายทักษิณ http://www.matichon.co.th

อ่านต่อ.....ซี7 ธุรการยืนยันในถุงมีเงินสด 2 ล้านบาททนายทักษิณยอมรับวันนั้นไปศาลแต่ไม่ได้ทำ

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy