|
คุณไพสันติ์
ที่รัก
วารสารดำรงราชานุภาพ
ฉบับเดือนกรกฎาคม
2548 ตีพิมพ์รายงานความต้องการที่แท้จริงของประชาชนใน
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
(ยะลา ปัตตานี
นราธิวาส) โดยนายสงวน
ธีระกุล และนางสาวธนียา
นัยพินิจ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา
สถาบันดำรงราชานุภาพ
สรุปเรียบเรียงจากผลการศึกษาวิจัยเรื่อง
“ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนใน
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
มอบหมายให้มาหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
โดย ผศ.ดร.อิบราเฮ็ม
ณรงค์รักษาเขต และคณะ
(รศ.ดร.ดำรง สุทธิศาสน์
ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ
ดร.ดายูดิน
อุสมาน ดร.นิเลาะ
แวอูเซ็ง ดร.อัมหมัด
ยีสุ่นทอง
นางปรัศนี
หมันหมาน นายสุทธิศักดิ์
ดือเราะ นางดูแวคอสิเยาะ
กาแบ นายเกษตรชัย
และหีม นายกาเดร์
สะเอะ นายมูมฮัมมัด
ดาวูด บิลร่างหมาน)
เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยไว้ดังนี้
ความเป็นมา
สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย
ยะลา ปัตตานี
นราธิวาาส
ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศ
มีพื้นที่ประมาณ
10,936 ตารางกิโลเมตร
ประชาชนประมาณ
1.78 ล้านคน มีเอกลักษณ์พิเศษเป็นของตนเอง
เพราประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม
มีวิถีดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
ทั้งในด้านศาสนา
ภาษา ขนธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม
รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพ
จากความแตกต่างดังกล่าวมานี้
กลายเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่กลุ่มขบวนการนำมาอ้าง
เพื่อปลุกกระเสให้เกิดการต่อต้านอำนาจรัฐ
และการก่อความไม่สงบในรูปแบบต่างๆ
มาโดยตลอด
รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย
ได้มุ่งเน้นให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด
และได้กำหนดเป็นนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ
ทั้งในด้านการเมือง
การทหาร เศรษฐกิจ
และสังคมจิตวิทยา
สำหรับพื้นที่ดังกล่าว
(รวมจังหวัดสงขลาและสตูล)
ไว้เป็นการาเฉพาะ
ในการศึกษาเรื่องนโยบายการแก้ไขความั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
ธนินทร์ ผะเอม
พบว่า ปัญหาความมั่นคงเกิดจากการที่ระบอบการปกครองไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชนกลุ่มน้อยในเรื่องการอนุรักษ์เอกลักษ์ของสังคมและการได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากรัฐ
และกลไกลของรัฐ
ทั้งในด้านเศรษฐกิจ
สังคม และการเมืองการปกครอง
เคยได้รับแรงกดดันจากความแตกต่างในเรื่องประวัติศาสตร์
เชื้อชาติ
ศาสนา วัฒนธรรม
และภาษาซึ่งผสมผสานกับนโยบายและมาตรการ
การแก้ไขปัญหาของรัฐที่ปราศจากความเข้าใจปัญหาอย่างถูกต้อง
ลักษณะที่กล่าวมาให้เกิดความตึงเครียดขึ้นต่อระบบการเมืองการปกครอง......
ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนใน
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
(ยะลา ปัตตานี
นราธิวาส) สอดคล้องกับ
สุรพงศ์ โสธนะเสถียร
(2531) ที่ได้ศึกษาคุณลักษณะทางสังคมของชาวไทยมุสลิมและการตอบสนองต่อรัฐบาล
พบว่ารากฐานปัญหาที่สำคัญของชุมชนมุสลิมภาคใต้
คือความหวาดหวั่นของชาวไทยชายแดนภาคใต้ในการสูญเสียความบริสุทธิ์ของศาสนา
อันเนื่องมาจากปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนมุสลิม
แม้ธรรมชาติของชาวไทยชายแดนภาคใต้
จะมีเอกลักษณ์ของความเป็นมุสลิมแบบไทยๆ
ที่มีแนวโน้มเอียงไปทางอนุรักษ์นิยมและเคร่งครัดต่อศาสนา
แต่ก็ยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆ
ซูตา บุญระยอง
(2544) ได้ศึกษาปัญหาความต้องการของประชาชนชาวไทย-พุทธในเขตชุมชนเมืองกับอำนาจการนำของผู้นำในท้องถิ่น
ศึกษากรณีจังหวัดปัตตานี
พบว่าประเด็นปัญหาเดือดร้อนของชาวบ้านมากที่สุด
เป็นด้านเศรษฐกิจ
คือรายได้จากอาชีพหลักรองลงมาด้านสังคม
คือเรื่องยาเสพติด
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อม
และสาธารณูปโภคมีปัญหาเพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้
ปริญญา อุดมทรัพย์
และคณะ (2545) ได้ศึกษาปัญหาพื้นฐานของจังหวัดปัตตานี
ยะลา นราธิวาส
พบว่าปัญหาเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง
และการศึกษาของรัฐ
เกิดจากการกำหนดนโยบายที่ไม่ได้มาจากการสำรวจปัญหา
และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ทำให้การแก้ปัญหาไม่ประสบผลสำเร็จ
ดังนั้นการนำนโยบายไปปฏิบัติในจังหวัด
3 ชายแดนภาคใต้ให้บรรลุผลนั้น
จะต้องให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านความยึดมั่นในวัฒนธรรม
ปัจจัยด้านลักษณะนโยบายที่สะอาดคล้องกับสภาพปัญหาท้องถิ่นและปัจจัยด้านข้าราชการ
(อาคม ใจแก่
2533) ดังที่สันติ
สาตีที 2545 (บทคัดย่อ)ให้ข้อเสนอแนะว่า
การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องให้หลักคิดแนวทางในการนำเสนอนนโยบายใหม่ด้วยการเน้นให้ทุกฝ่าย
ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน
เข้ามามีส่วนร่วมคิดร่วมทำ
ตั้งแต่เริ่มต้นของกระบวนการกำหนดนโยบาย
อีกทั้งนโยบายความมุ่งเน้นด้านการพัฒนาคนในสังคม
ให้เป็นศูนย์กลางของการแก้ไขปัญหาทั้งปวง
โดยสร้างความเข้าใจของคนในสังคม
ทั้งภาครัฐภาคประชาชนให้มีความเข้าใจ
และเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายหรือการวางแผนพัฒนา
และการแก้ปัญหาของภาครัฐ
จะต้องตระหนักหรือคำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
เนื่องจากการกำหนดปัญหาและความต้องการเป็นขั้นตอนสำคัญของการกำหนดนโยบาย
เพราะการกำหนดนโยบายสาธารณะ
หรือนโยบายใดๆ
ก็ตามหากเริ่มด้วยการสำรวจความต้องการที่แท้จริงของประชาชนก่อน
จะทำให้การกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหา
จะสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชนได้
ปลายปีงบประมาณ
2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ในสมัยนั้น
(นายโภคิน
พลกุล) ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
โดยสถาบันดำรงราชานุภาพ
จ้างสถาบันการศึกษาในพื้นที่
คือวิทยาลัยอิสลามศึกษา
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และวิทยาลัยอิสลามยะลาศึกษา
โดยผู้ช่วยศาสตรา
จารย์ ดร.อิบราเอ็ม
ณรงค์รักษาเขต และคณะ
ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง
“ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
(ยะลา ปัตตานี
นราธิวาส) โดยศึกษาจากประชาชน8
กลุ่ม คือผู้นำทางศาสนา
ผู้นำท้องถิ่นผู้นำสตรี
ผู้นำเยาวชน
ตัวแทนกลุ่มไทยพุทธ
ตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร
(ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา
และตัวแทนนักเรียนนักศึกษา
รวม 2,370 คน และศึกษาความต้องการ
9 ด้าน คือการเมืองการปกครอง
สังคม เศรษฐกิจ
การศึกษา ศาสนา
วัฒนธรรม วิถีชีวิต
สิ่งแวดล้อม
และสาธารณสุข
ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น
7 เดือน (วันที่
16 สิงหาคม 2547-วันที่
15 มีนาคม 2548)
ผลการศึกษาวิจัยเรื่องนี้
จะเป็นข้อมูลประกอบพิจารณาในการกำหนดแนวทางนโยบายและแผนงาน
เพื่อแก้ไขปัญหา
และวัฒนาในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป
สรุปผลการศึกษาวิจัย
ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้
ในภาพรวม 5 อันดับแรก
มีดังนี้
ด้านศาสนา
ต้องการมากที่สุด
คือปรับปรุงช่วงเวลาหยุดงานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติกิจของศาสนาอิสลาม
จัดตั้งองค์กรจัดการเรื่องฮัจญ์
จัดตั้งศูนย์บริหารกิจการอิสลามที่ตั้งอยู่ใน
3 จังหวัดนี้
สนับสนุนมัสยิบ
และประกาศวันหยุดราชการในวันขึ้นปีใหม่อิสลาม
(วันที่ 1มุหรรอม)
ด้านการเมืองการปกครอง
ข้าราชการควรมาจากคนในพื้นที่ได้
ข้าราชการควรมาจากคนในพื้นที่
ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากรัฐอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
ใช้สมาร์ทการ์ดแทนหนังสือเดินทางในการผ่านเข้า-ออกประเทศมาเลเซียมีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาของคนในพื้นที่โดยตรง
ผู้สมัครรับเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
เกี่ยวกับคุณสมบัติของข้าราชการต้องการข้าราชการที่รู้และเข้าใจวิถีชิวิตของคนในพื้นที่ข้าราชการที่มีจิตสำนึกในการบริหารมากกว่าการมุ่งใช้อำนาจหน้าที่เป็นคนในพื้นที่
เข้ากับชุมชนได้ดีไม่เลือกปฏิบัติ
และพูดภาษามลายูท้องถิ่นได้
ด้านสังคม
การปราบปรามยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมาย
เปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐมากขึ้น
อบรมให้ความรู้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการสมรสโดยสถาบันศาสนา
เสริมสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับครอบครัวในการเลี้ยงดูบุตรหลาน
การจัดระเบียบสังคม
ต้องการให้รัฐจัดระเบียบบ่อนการพนัน
สถานบริการทางเพศ
คาราโอเกะ
คาเฟ่ ผับ เธ็ค
บาร์เบียร์
ร้านเกมส์อินเตอร์เน็ต
สถานอาบอบนวด การสร้างสาธารณูปโภค
ต้องการให้รัฐสร้างถนน
โทรศัพท์สาธารณะ
ไฟฟ้า น้ำประปา
แหล่งน้ำและสะพาน
ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนจังหวัดชายภาคใต้
ด้านเศรษฐกิจ
คือตั้งเขตอุตสาหกรรมอาหารหะลาล
ตังองค์กรบริหารชะกาด
(เฉพาะมุสลิม)
ประกันราคาผลิตด้านการเกษตร
ลดหย่อนภาษีด้วยชะกาด
(เฉพาะมุสลิม)
เกี่ยวกับสถาบันการเงินอิสลาม
ต้องการธนาคารอิสลาม
สหกรณ์อิสลาม
โรงรับจำนำแบบอิสลาม
นับดุลมาล
และสถาบันที่ดูแลเรื่องวะกัฟ
ด้านการศึกษา
ต้องการให้มีทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ปราศจากดอกเบี้ย
ทุนการศึกษาต่อระดับปรญญาตรีอย่างน้อยตำบลละ
1 ทุน เปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐมากขึ้นกว่าเดิม
ส่งเสริมให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นศูนย์กลางการศึกษาอิสลาม
สอนวิชาอิสลามในโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาไม่น้อยกว่า
3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
นอกจากนั้น
ยังต้องการให้รัฐพัฒนาการเรียนการสอนและความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชนเพิ่มมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ
ที่เปิดสอนในทุกสาขาวิชา
ส่งเสริมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
(ด้านทุนการศึกษา)
เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ปราศจากดอกเบี้ย
การเงิน อาคารสถานที่
เงินเดือนครู
สวัสดิการครู
การเรียน
การสอน วิชาการ
สื่อสารการเรียนการสอน
และการบริหารจัดการ)
ส่งเสริมโรงเรียนตาอีกา
ด้านเงินอุดหนุน
เงินเดือนครู
หนังสือเรียน
สื่อการเรียนการสอน
และสวัสดิการครู)
เปิดสาขาของมหาวิทยาลัยอิสลามมาตินา
และมหาวิทยาลัยอิสลามอีมาม
ของชาวอุดิอาราเบีย
มหาวิทยาลัยนานาชาติของปากีสถาน
และมหาวิทยาลัยมุสลิมอาลีอัร
ของอินเดีย)
ให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
อยู่ภายใต้การควบคุมของเขตพื้นที่การศึกษาในปัจจุบัน
โรงเรียนปอเนาะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขตพื้นที่การศึกษาพิเศษ
โรงเรียนตาดีกาอยู่ภายใต้การควบคุมของ
อบต. จัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาขั้นพื้นฐนในโรงเรียนสามัญ
แต่ยังมีโรงเรียน
(ตาดีกา) และส่งเสริมโรงเรียนวิถีพุทธ
ด้านวัฒนธรรม ต้องส่งเสริมค่านิยมความเป็นไทย
ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษามาลายูถิ่น
อนุรักษ์และพื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สอดคล้องกับการศาสนา
และไม่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ขัดกับหลักการศาสนา
ด้านวิถีชีวิต ต้องการให้มุสลิมแต่งกายตามหลักศาสนาในหน่วยงานราชการและพิธีการต่างๆ
ส่งเสริมนโยบายที่ยอมรับความหลากหลายของความเชื่อและวัฒนธรรม
ด้านสิ่งแวดล้อม
ต้องการรณรงค์เพื่อรักษาความสะอาด
ในครัวเรือนและชุมชน
การอนุรักษ์และพื้นฟูสิ่งแวดล้อม
ให้ชุมชนมีส่วนร่วมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐ
แก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย
การตัดไม้ทำลายป่า
การขาดแคลนน้ำและมลภาวะต่างๆ
ด้านสาธารณสุข ต้องการจัดตั้งองค์กรเพื่อควบคุมอาหารหะลาล
ให้แพทย์และพยาบาลหญิงตรวจรักษาคนไข้หญิง
ส่งเสริมสุขภาพอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกเพศทุกวัย
จัดให้มีองค์กรควบคุมอาหารปลอดสารพิษ
จัดส่งหน่วยงานสาธารณสุขไปตรวจสุขภาพให้ประชาชน
คงนโยบาย 30 บาทไว้ต่อไป
มีการรับรองแพทย์ที่จบจากต่างประเทศเข้ามาทำงาน
เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์
และให้บุคคลากรสาธาณสุขมีความเข้าใจภาษามลายูท้องถิ่น
ด้านวิถีชีวิต ทุกจังหวัดความต้องการเหมือนกัน
คือให้มุสลิมแต่งกายตามศาสนาในหน่วยงานราชการพิธีการต่างๆ
เป็นอันดับหนึ่ง
นโยบายที่ยอมรับความหลากหลายของความเชื่อวัฒนธรรมเป็นอันดับสอง
ยกเว้นกลุ่มตัวแทนชาวไทยพุทธที่ต้องการนโยบายที่ยอมรับความหลากหลายของความเชื่อวัฒนธรรมเป็นอันดับหนึ่
ต้องการให้มุสลิมแต่งกายตามหลักศาสนาในหน่วยงานราชการ
พิธีการต่างๆ
เป็นอันดับสอง
ข้อเสนอแนะ
ในการตอบสนองความต้องการของประชาชน
ตามข้อค้นพบดังกล่าว
คณะศึกษาวิจัยเสนอแนะให้ดำเนินนโยบายและแผนงาน
ดังนี้
นโยบายส่งเสริมการบริหารจัดการโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
ประกอบด้วย
6 แนวงานได้แก่
1.แนวงานพัฒนาข้าราชการในพื้นที่
2.
แนวงานเร่งรัดพัฒนาศักยภาพของภาคประชาชนของคนในพื้นที่
3. แนวงานส่งเสริมให้มีแนวแม่บทในการพัฒนา
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยกระบวนการมีส่วนร่วมที่สอดคลอ้งกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
4. แนวงานสร้างความรู้ความเข้าใจในทุกภาคส่วนเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
5. แผนงานส่งเสริมข้อมูลข่าวสารของภาคประชาชน
6. แผนงานส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่
นโยบายการยอมรับเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ประกอบด้วย
7 แผนงานได้แก่
1. แผนงานเสริมสร้างสังคมและสงบสุขบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม
2. แผนงานพัฒนากระบวนทัศน์ของสมาชิกในสังคมที่มีวิถีชีวิต
และความหลากหลายในวัฒนธรรม
3. แผนงานเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันทางสังคม
4. แผนงานจัดตั้งองค์กรทางศาสนา
5. แผนงานควบคุมดูแลและจัดการสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา
6. แผนงานปรับปฏิทินการทำงานที่สอดคล่องกับวัฒนธรรม
กับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
7. แผนงานส่งเสริมการสาธารณสุขที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
นโยบายสร้างและส่งเสริมความเป็นธรรม
และความเท่าเทียมกันในสังคม
ประกอบด้วย
10 แผนงานได้แก่
1.แผนงานก่อตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ปราศจากตอกเบี้ย
2.แผนงานเพิ่มสัดส่วนโอกาสและศักยภาพพิเศษของเรียนในสถาบันอุดมศึกษาสู่มหาวิทยาลัยอิสลามสมบูรณ์แบบ
4. แผนงานสถาบัน
อุดมศึกษานานาชาติ
ฯลฯ
ทั้งนี้หลักปฏิบัติในการนำนโยบายและแผนกังกล่าวไปดำเนินการ
ศึกษาวิจัยเน้นว่า
รัฐต้องคำนึงถึง
1.การมีส่วนร่วมของประชาชนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
2. การยอมรับเอกลักษณ์
และความหลากหลายทางวัฒนธรรม
3.การให้ความเป็นธรรมความเท่าเทียมกันในสังคม
ดังนั้น
1. ในเรื่องเกี่ยวข้องกับหลักการอิสลาม
ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อค่านิยม
และวิถีชีวิต
จต้องอาศัยรู้ทางศาสนา
เป็นให้ความกระจ่าง
และแนะนำการประยุกต์ใช้กับสังคม
2.ให้สถาบันทางศาสนาเป็นตัวขับ
เคลื่อนเพื่อการยอมรับของคนในสังคม
3. ผลักดันสถานบันทางสังคมของชมชน
เช่น สถาบันครอบครัว
สถาบันศาสนา
สถาบันการศึกษา
ฯลฯ ให้มีบทบาทในการแก้ปัญหา
และเป็นตัวขับเคลื่อนในการพัฒนา
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
4. ทบทวนโครงการต่างๆ
ของรัฐที่ขัดกับความรู้สึก
และหลักความเชื่อของประชาชนใน
3 จังหวัดชายแดนภาคภาคใต้
5. ปรับเปลียนกระบวนทัศน์
บริหารทุกองค์กร
ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ให้ยอมรับความหลากหลายของหลักความเชื่อวัฒนธรรม
และอัตลักษณ์ของพื้นที่
6. ปรับปรุงรูปแบบและวิธีการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลของภาครัฐให้ถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนใน
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ใน 5 อันดับแรก
แยก 3 จังหวัดเปรียบเทียบกันดังนี้
ด้านการเมืองการปกครอง
ปัตตานี
1. รับรู้ข่าวสารจากรัฐอย่างรวดเร็ว
ถูกต้อง 2. มีส่วนร่วมในการนำเสนอแนะทางวิธีการแก้ปัญหาในพื้นที่ได้โดยตรง
3. ข้าราชการควรมาจากตนในพื้นที่
4. ผู้สมัครรับเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
หรือเทียบเท่า
5. ใช้สมาร์ทการ์ด
แทนหนังสือเดินทางในการผ่านเข้าออกประเทศมาเลเซีย
ยะลา 1. ข้าราชการควรมาจากคนในพื้นที่
2. รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
3. ใช้สมาร์ทการ์ดแทนหนังสือเดินทางในการผ่านเข้าออกประเทศมาเลเซีย
4. มีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาของคนในพื้นที่ได้โดยตรง
5. มีส่วนรวมในการกำหนดนโยบายและการวางแผนงานของรัฐ
นราธิวาส
1. ข้าราชการควรมาจากคนในพื้นที่.2.ใช้สมาร์ทการ์ดแทนหนังสือเดินทางในการผ่านเข้าออกประเทศมาเลเซีย
3. ข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
4. มีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาของคนในพื้นที่ได้โดยตรง
5. มีส่วนรวมในการกำหนดนโยบายและการวางแผนงานของรัฐ
ด้านสังคม
ปัตตานี
1. การปราปรามยาเสพติด
2. เปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นได้ทำงานในหน่วยงานของรัฐมากขึ้น
3.เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวในการเลี้ยงบุตรหลาน
4. การปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย
5. การอบรมให้ความรู้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการสมรสโดยสถาบันศาสนา
ยะลา 1. การปราบปรามยาเสพติด
2. การปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย
3. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวในการเลี้ยงบุตรหลาน
4. การอบรมให้ความรู้เพื่อเตรียมพร้อมการการสมรส
โดยสถาบันสาศนา
5. การเปิดโอกาสให้ประชาชนในท้องถิ่นเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐมากขึ้น
นาราธิวาส
1. การปราบปรามยาเสพติด
2. การปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย
3. การอบรมให้ความรู้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการสมรสโดยสถาบันศาสนา
4. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวในการเลี้ยงบุตรหลาน
5. การเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐมากขึ้น
ด้านเศรษฐกิจ
ปัตตานี
1. การจัดตั้งองค์กรบริหารชะกาต
ภาษามลายูถิน
การอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สอดคล้องกับหลักการศาสนา
ยะลา 1. ค่านิยมความเป็นไทย
เช่นการประหยัดอดออม
เคารพกฎหมาย
2. การอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนะรรมท้องถิ่นที่สอดคล้องกับหลักการศาสนา
3. ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษามลายูถิ่น
4. ไม่ส่งเสริมวัฒนะรรมท้องถิ่นที่ขัดจากหลักการศาสนา
(เช่นการเต้นรำ
การแต่งกายที่ขัดจากหลักศาสนาฯลฯ
นราธิวาส
1. ค่านิยมความเป็นไทยเช่นการประหยัดอดออม
เคารพกฎหมาย
ส่งเสริมและอนุรักษ์
ภาษามลายู่ถิ่น
3. การอนุรักษ์และฟื้นฟุวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สอดคล้องกับหลักการศาสนา
4. ไม่ส่งเสริมวัฒนะรรมท้องถิ่นที่ขัดจากหลักการศาสนา
(อาทิการเต้นรำ
การแต่งกายที่ขัดจากหลักศาสนา
ฯลฯ)
ด้านสิ่งแวดล้อม
ปัตตานี
1. การรณรงค์เพื่อรักษาความสะอาดในครัวเรือนและชุมชน
2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
3. ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม
4. นโยบบายรัฐ
ด้านสิ่งแวดล้อม
5. การจัดระเบียบสิ่งแวดล้อม
ยะลา 1. การรณรงค์เพื่อรักษาความสะอาดในครัวเรือนและชุมชน
2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
3. ชุมชนนี้ส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม
4. การจัดระเบียบสิ่งแวดล้อม
5. นโยบายรัด้านสิ่งแวดล้อม
นราธิวาส
1. การรณรงค์เพื่อรักษาความสะอาดในครัวเรือนและชุมชน
2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
3. ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม
4. การจัดระเบียบสิ่งแวดล้อม
5. นโยบายรัฐด้านสิ่งแวดล้อม
ด้านสาธารณสุข
ปัตตานี 1. การจัดตั้งองค์กรเพื่อตควบคุมอาหารละลาล
2. กำหนดให้แพทย์
พยาบาลหยิงตรวจ
รักษาคนไขหญิง
เช่นการทำคŪ |