| คุณไพสันติ์
ที่รัก
ในสมัยรัฐบาล
พลเอกชาติชาย
ชุณหะวัณ ได้ผลักดันให้มีการจัดตั้งสถาบันนี้ขึ้น
โดยใช้ชื่อว่า
“ผู้ตรวจการของรัฐสภา” ได้รับการตอบรับจากฝ่ายค้านนิติบัญญัติ
มีการสัมมนาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้
และจัดทำร่างกฎหมายเพื่อเสนอต่อรัฐสภา
แต่ก่อนจะสำเร็จก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร
“พฤษภาทมิฬ”
ในปี พ.ศ.2535 โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ภายใต้การนำของพลเอกสุนทร
คงสมพงษ์
กระทั่งสมัยรัฐบาลนายอานันท์
ปันยารชุน
เป็นนายกรัฐมนตรี
ช่วงที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช
2534 ในระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
โดยสถาบันนิติบัญญัติแห่งชาติ
ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ในการจัดทำครั้งนี้
คณะกรรมาธิการได้ยกร่างบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ตรวจการของรัฐสภาไว้ในหมวด
11 รวม 7 มาตรา เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาด้วย
การพิจารณาวาระที่หนึ่งได้ตัดความในหมวดผู้ตรวจการของรัฐสภาออกจากร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดด้วยเหตุผลที่ว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ซ้ำซอนกับหน่วยงานของฝ่ายบริหาร
เช่น คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ในคณะกรรมการกฤษฏีกา
และกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นต้น และมีการดำเนินงานเช่นเดียวกับคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนราษฎร
อีกทั้งการทำงานของผู้ตรวจการของรัฐสภาเป็นการก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายบริหารอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม
ความพยายามในการเรียกร้องและผลัดดันให้มีสถาบันผู้ตรวจการของรัฐสภาโดยภาคประชาชน
นักวิชาการ
สื่อมวลชน
นักการเมือง
ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช
2534 ครั้งที่ 5
ได้มีการเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาไว้ในมาตรา
162 ทวิ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาในระหว่างที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้
มีผลบังคับใช้แต่อย่างไร
เมื่อเข้าสู่การปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช
2540 การจัดตั้งสถาบันผู้ตรวจการรัฐสภาประสบความสำเร็จในที่สุดโดยใช้ชื่อว่า
“ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา” บัญญัติไว้ในหมวด
6 รัฐสภา ส่วนที่7
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามาตรา
196 ถึงมาตรา 198
ทั้งนี้ต้องมีการตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนุญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาภายในสองปี
นับแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
ในที่สุดรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ
ประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
พ.ศ. 2542 ใช้บังคับได้เมื่อวันที่
4 กันยายน 2542 เป็นต้นมา
โดยในระยะเริ่มต้น
ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เป็นหน่วยธุรการ
และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดินรัฐสภา
มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้สำหรับสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาจนกว่าจะจัดตั้ง
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
แล้วเสร็จ
เพื่อเป็นการรองรับผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภา
ที่อยู่ระหว่างการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาที่ได้รับแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสมาชิก
รวมทั้งรับการโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาคนแรกของประเทศไทย
คือนายพิเชต
สุนทรพิพิธ โปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งเมื่อ
1 เมษายน 2543
ต่อมาที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาอีก
3 คน ตรงตามที่กำหนดไว้
คือนายพูลทรัพย์
ปิยะอนันต์ โปรดเกล้าแต่งตั้งเมื่อ
28 มิถุนายน 2545
พลเอกธีรเดช
มีเพียร โปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งเมื่อง
24 ธันวาคม 2546 นายปราโมทย์
โชติมงคล ที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่
28 มิถุนายน 2548
มีมติเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
กระทั่งภายหลังเหตุการณ์ไม่สงบ
14 ตุลาคม 2516 สถานการณ์ความเข้มงวดในการใช้อำนาจปกครองเริ่มคลี่คลายลง
แนวคิดในการจัดตั้งสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในทางวิชาการและในทางปฏิบัติมากขึ้นโดยเฉพาะในหมู่นักวิชาการ
ผู้บริหารและนักการเมืองรุ่นใหม่๖ต่อฉบับหน้า)
สวัสดี/
พงษ์ศักดิ์
บุญชื่น
ÍèÒ¹µèÍ©ºÑº·ÕèáÅéÇ
|