่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
การก้าวสู่ปีที่ 8 ของ APN
เป็นเวลานานพอสมควรครับกว่าจะก้าวล่วงเข้ามายังปีที่
8 ของการดำเนินกิจการหนังสือพิมพ์
APN แต่ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะผ่านทำงานข่าวงานหนังสือพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2516
อีกทั้งประวัติศาสตร์ของหนังสือพิมพ์บางฉบับเติบโตมากว่า 100
ปีก็มี อาทิเช่นนสพ. The New York Times ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กันยายน 1851 ในชื่อ the New-York Daily Times จนถึงปี
1857 จึงตัดคำว่าเดลี่ทิ้งไป เช่นเดียวกับ L.A. Times ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1888 ถึงปีนี้ก็ครบ 130 ปีแสดงให้เห็นว่ายังมีคนอ่าน
คนให้การสนับสนุน หนังสือพิมพ์จึงอยู่ได้ แต่จะอยู่อย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เฉพาะนิวยอร์กไทมส์ปีนี้เป็นปีที่
147 อยู่มาชั่ว 5 อายุคน(ชั่วอายุ 1 เท่ากับ 30 ปีหรือที่เราเรียกว่า
Generations
นั่นเอง) หากกลุ่มผู้ก่อตั้งยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะอายุคนละ
177-180 ปี บางคนอาจอายุ 200 ปี ก็ได้ ถ้าช่วงที่ทำนั้นอายุ
50 ปีขึ้นไป
แต่ในชีวิตจริงคนเราอายุไม่ถึง
100 ปีก็ต้องตาย จะมีเป็นกรณีพิเศษบางคนที่อายุยืน การมีอายุยืนก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะสภาพร่างกายหมดวัยที่จะเดินจะยืนได้แล้ว
จึงถูกส่งไปอยู่ Nursing home กัน คนในวัยนั้นจึงล้อกันว่าเพื่อนกินหายาก เพื่อนตายหาง่าย
ก้าวสู่ปีที่ 8 จึงขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การอุปการะลงแจ้งความสนับสนุน ขอบคุณที่ยังติดตามอ่าน เมื่ออ่านแล้วจะได้อารมณ์ร่วมหรืออารมณ์ค้างและตรงกันข้ามก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลนะครับ
เพราะความเห็นไม่ตรงกันการพนันจึงเกิดขึ้น
เรานำเรื่องสั้นของบุษบาท่าพระ มาลงให้ได้อ่านกัน ผมคิดว่าเป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่เราพยายามสอดแทรกเข้ามา
ฉบับต่อไปเราจะนำข้อเขียนของ ราวี เวียงพยัคฆ์
ที่ตีพิมพ์ในนสพ.ผู้จัดการมาลงเป็นคอลัมน์ประจำและจะพัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าตัวอักษรทุกตัวได้สร้างสุนทรีในอารมณ์ให้กับผู้อ่านเสมอเพราะหนังสือพิมพ์คือวิศวกรสร้างวิญญาณแก่มนุษย์
โปรดติดตามต่อไปครับ
สวัสดีคุณลุงและป้าต้อย
วันเสาร์ที่ 2 ก.พ 2008
ออมเตรียมตัวตั้งแต่ตี 4 ออมต้องมาที่ทำงานแม่เพื่อรวมตัว พอตี 5 ออกเดินทาง ออมถึงที่กาญจน์ 9 โมงครึ่ง แล้วนั่งรถไปน้ำตกแม่ขมิ้น
อ.สังขละบุรี ถึงน้ำตกประมาณ 11โมง เพราะทางเข้าลึก 46 กิโลเมตร แล้วออมลงไปเล่นน้ำในน้ำมีแต่โขดหิน สนุกแล้วก็เจ็บมากเพราะโดนโขดหินขูด น้ำลึกท่วมหัวออมแต่ออมว่ายน้ำได้
พอประมาณบ่าย 1 ออมไปกินข้าวกับผัดกระเพราปลาหมึก รสชาติ Good แล้วออมก็ไปแพไปที่เขื่อนศรีนครินทร์น้ำลึกประมาณ 1 กิโลเมตร ตอนแรกออมก็ใส่ชูชีพแต่พอหลังๆออมก็ไม่ใส่เพราะว่ายน้ำเป็นแล้ว ออมก็เล่นกับเพื่อนมี
ป่าน,นาย,เนย และอีกเยอะแยะที่ไปด้วยกัน
พวก ลุง
ป้า น้า อา
เค้าก็ร้องKaraoke
บนแพเกือบเป็นแพเธคเพราะเต้นกันแล้วกินข้าวตอนกลางคืนก็ปิ้งบาบีคิวกับไส้กรอกไก่ แล้วประมาณ 4 ทุ่มออมก็หลับ แต่พวกลุงเค้าหลับกันตี
1 ตี 2
พอออมตื่นมา 7 โมงของวันที่ 3 ก.พ ออมก็ลงเล่นน้ำต่อ ขึ้นมาก็ 12 โมง ออมขึ้นมากินข้าวแล้วก็ขึ้นจากแพ แล้วก็ไปสันเขื่อนไปถ่ายรูปเพราะที่นั่นสวย
แต่น่ากลัว ถ้าโดดลงไป
แล้วออมก็ไปสะพานข้ามแม่น้ำแควไปถ่ายรูปก็กลับกรุงเทพ ถึงกรุงเทพ 1 ทุ่ม ก็กลับบ้าน
นี่คือการท่องเที่ยวที่สุดสนุก
ลุงเลือกใครเป็นประธานาธิบดี
END
ด.ช.ธนยศ พรหมน้อย
ผู้บันทึกการท่องเที่ยว
ตอบ: ออมหรือธนยศ เป็นหลานชายผมเอง อายุครบ 10 ขวบเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาเรียนอยู่โรงเรียนเทศบาลประชานิเวศน์ใกล้ที่ทำงานของพ่อแม่คือที่นสพ.มติชน
เมื่อมีเวลาเขากับผม
Chat กันผ่าน MSN ออมศึกษาวิชาคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตที่โรงเรียนจัดหลักสูตรพิเศษให้
แถมยังสร้างเว็บของตัวเอง โดยไปพ่วงกับเว็บอื่นที่ www.hi5.com/friend/165256854--TANAYOT--Profile-html (หากท่านเข้าไปดูแล้วเขาบอกว่าอายุ
14 ปีอย่าเชื่อนะครับ เพราะเขาอยากเป็นหนุ่มเร็ว)
ออมชอบว่ายน้ำ แม่ของเขาพาไปว่ายทุกวันอาทิตย์ที่สระโรงแรมเซ็นทรัลลาดพร้าวซึ่งไม่ไกลจากบ้านเท่าไรนัก
เมื่อเมษายนปี
2007 ผมกลับเมืองไทยเห็นเขาสวมกางเกงยีนหลวมๆ ก็ถามเขาว่า
สไตล์นี้คืออะไร เขาบอกว่าเด็กแนว ผมบอกไปว่างั้นลุงก็เป็นเด็กแนวได้เหมือนกัน เขาตอบว่า
โน่น..ลุง แนวตะเข็บชายแดน
มีอยู่วันหนึ่งเขาไปเที่ยวหัวหิน(ไปกับน้องสาวและน้องเขยของผม)
ลงเล่นน้ำในสระน้ำของโรงแรมกับจ่ายักษ์(ที่พัวพันคดีคาร์บอมบ์นั่นล่ะ) ถูกจ่ายักษ์จับทุ่มลงน้ำเพื่อทดสอบ ปรากฎว่าจ่ายักษ์ยอมรับว่าไอ้เด็กคนนี้มันเอาเรื่อง
ผมก็ว่าเขาเอาเรื่องเหมือนกันเมื่อถามมาว่า
ลุงเลือกใครเป็นประธานาธิบดี แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี่ข่าวสารในโลกนี้กว้างไกลเหลือเกิน
ทุกคนสามารถเสพข่าวสารได้พร้อมเพรียงกัน เรียนรู้เท่าเทียมกันไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
นี่เองที่จะทำให้โลกรุดหน้าต่อไป บ.ก.(ลุงเอง)
เรียนจบสมธ.รับปริญญาเรียบร้อย
สวัสดีค่ะพี่ไพสันต์..
ขอบคุณพี่มากนะคะ สำหรับภาพสะพานที่ส่งมาให้ สวยมากๆค่ะ..
แต่ขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อย เพราะอ้อเพิ่งกลับจากเมืองไทย ไปรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช
สนุกมากๆ เลยค่ะ คนเยอะมาก
(อยู่อเมริกาไม่ค่อยจะเห็นคนเดินเบียดเสียดกัน ทุกคนขับรถกันหมด
เมืองไทยคนเยอะจริงๆ) ปีนี้คนจบเยอะมาก ประมาณ หมื่นหกพันคน
ที่อเมริกาจบแค่ 3 คน มีอ้อจบการจัดการการท่องเที่ยว
พี่พยาบาลจบ 1 คน ส่วนน้องผู้ชายอีกคนเพิ่งมาเรียนต่อโทที่อเมริกาไม่ถึงปี
เขาเรียน มสธ.จากเมืองไทยมาแล้ว
แต่ 2 คน เดินทางไปร่วมพิธีรับปริญญาบัตรไม่ได้..
ก็เลย..มีอ้อเดินทางไปคนเดียวค่ะ
อาจารย์เขาเห็นว่าเราแปลกอยู่อเมริกาแต่เรียนมสธ.ก็ติดต่อขอสัมภาษณ์
ทีวีช่อง 11 แต่รู้สึกประหม่ามาก..แค่รอฟ้าชาย(สมเด็จพระบรมฯ-บ.ก.)มาแจกปริญญา..ก็ตื่นเต้นมาก
เพราะไม่เคยเห็นท่านมาก่อน.. ก็เลยปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ไป..คนที่เมืองไทยเขาก็เห่อกันใหญ่
ถามว่าทำไม ถึงมาเรียน มสธ. เราก็บอกไปว่าตอนแก่ๆปลดเกษียณแล้ว
อยากกลับบ้าน..อยากกลับไปทำธุรกิจท่องเที่ยวที่เมืองไทย..ก็เลยมาเรียนเพิ่มเติม
วันนี้ มีภาพงานรับปริญญามาฝากพี่ไพสันต์ด้วยค่ะ..
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับภาพสะพานสวยๆ
ตอนนี้กลับมาแล้ว คงจะมีโอกาสได้เจอพี่ไพสันต์ตามงานสังคมต่างๆนะคะ
งานไทยนิวส์เยียร์ ก็มีจดหมายมาเชิญให้ไปช่วยงาน ก็เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมเด็ก
เหมือนเดิม...ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อรณี สิทธิอำนวย (คุณอ้อ)
ตอบ: อ้อหรือคุณอ้อ คนไทยในแอล.เอ.คงรู้จักกับเธอเพราะช่วยเหลืองานสังคมตลอดมา
ล่าสุดที่วัดพุทธิชิโนฮิลส์ จากนั้นการงานและครอบครัวรัดตัวจึงทำให้ไม่มีเวลา
ล่าสุดงานวันศิลปวัฒนธรรมปลายปี 2007 ที่บาร์นสเดล พาร์ค เธอก็ไปช่วย
ภาพสะพานที่ว่านั้นเป็นภาพที่ดีมาก
ผมจัดส่ง Forward ไปให้หลายสิบคน รู้สึกตอบกลับมาว่าชอบกัน
อย่างคุณประเสริฐเชาว์ ธุวะนุติ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยสาขาแอล.เอ.บอกว่าบางสะพานที่นิวยอร์กทำให้หวนคิดถึงความหลังในเหตุการณ์
11 กันยายน 2001
สำหรับการศึกษาสมัยใหม่ไม่ว่าจะอยู่ไหน
คนเราศึกษากันได้ทั่วโลกเพราะระบบ Online มันเป็นวิวัฒนาการที่ทำให้โลกนี้แคบเข้า
เรียบเถิดครับ ไม่มีใครแก่เกินเรียน(ยกเว้นบางคนแก่เกินแกง เหนียงยานและก็อยู่ในสภาพเนื้อเปื่อย)
เท่าที่ผมทราบตอนนี้ สมชาย ไทยทัน ก็กลับเมืองไทยเพื่อไปรับปริญญาโทภาควิชาบริหารรัฐกิจจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง-
บ.ก.
ธนา ดำรงมณี ผู้จากไป
ผมได้รับอีเมลจากคุณสรรชัย โกรานนท์ เมื่อวันที่ 31 มกราคมว่าคุณธนา
ดำรงมณี นักเขียนอาวุโสของนสพ.ไทยทาวน์จากไปแล้วด้วยโรคหัวใจล้มเหลว
แต่ APN ออกวางตลาดเรียบร้อยจึงขอยกยอดมาเขียนถึงเขาฉบับนี้
ประจวบกับคุณฉนวน ศรีวงษ์ทอง นายกสมาคมธรรมศาตร์แห่งแคลิฟอร์เนียฯปี
2004 ยังอยู่ที่เมืองไทยได้โทร.กลับมารายงานข่าวให้ทราบรายละเอียดด้วย
สรุปได้ว่าวันที่ 31 มกราคม คุณธนาพร้อมเพื่อนเดินทางด้วยรถไฟจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯ
แต่ยังไม่ถึงพิษณุโลกดีคุณธนาเกิดอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
จึงนำศพลงที่พิษณุโลก เมื่อจัดศพเสร็จก็นำกลับเชียงใหม่สวดพระอภิธรรมและ
ฌาปนกิจบ่ายวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เก็บอัฐิวันที่ 6 กุมภาพันธ์(เวลาของเมืองไทย)
คุณสายสุนันท์ ดำรงมณี ภรรยาที่เป็นพยาบาลอยู่แอล.เอ.พร้อมด้วยธิดาวัย
26 ปี(เรียนจบ UC Riverside)และลูกชาย
24 ปี(เรียนจบ แคลสเตท ฟูลเลอร์ตัน)เดินทางกลับเมืองไทยไปร่วมงานศพ
และจะกลับถึงแอล.เอ.วันที่ 14 กุมภาพันธ์
เหตุที่ต้องรีบเผาศพเพราะจะต้องทำก่อนตรุษจีน ไม่เช่นนั้นจะต้องทำหลังตรุษจีนนานเป็นเดือน
คุณธนาเกิดที่ลำปางเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2493 เรียนจบอัสสัมชัญศรีราชา,คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และทราบว่ามาเรียนจบปริญญาโทที่คอนเนคติกัตอีกด้วย
ในระหว่างอยู่นิวยอร์กก็สนิทชิดเชื้อกับนิพันธ์ โรจนโสภณดิษฐ์(ตุง
รามา)เป็นอย่างดี เมื่อข้ามฟากจากฝั่งตะวันออกมาฝั่งตะวันตกจึงมาขลุกพบปะกับ
ฉนวน ศรีวงษ์ทอง เป็นประจำเพราะเป็นนักศึกษาเศรษฐศาสตร์รุ่นพี่
ตอนที่ผมเรียนอยู่มธ.นั้นเคยเลือกเขาเป็นนายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(สมธ.)ที่เขาลงคู่กับยุทธพงศ์
ภูริสัมบรรณ (เจ้าของนามปากกา ระวี โดมพระจันทร์- ล่วงลับ) แต่พ่ายแพ้แก่ทีมของ
สัมพันธ์(หมง)เศรษฐาภรณ์ จากคณะสังคมฯ
เสี่ยหมงเคยแวะมาแอล.เอ.เมื่อ 2 หรือ3 ปีที่แล้วเพื่อศึกษาหลักสูตรผู้บังคับการ ปัจจุบันเขาคือ พล.ต.ต.สัมพันธ์ เศรษฐาภรณ์
ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3
พบกับคุณธนาอีกครั้งในปี 2516 ตอนที่พวกเรายกขบวนออกจากนสพ.ประชาธิปไตย
โดยคุณธนาเข้าไปทำงานฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง จากนั้นไม่ได้พบกันนานมาก
จนกระทั่งมาพบกันที่แอล.เอ. เขามาเขียนหนังสือให้กับนสพ.มติเสรีซึ่งกลายมาเป็นนสพ.ไทยทาวน์
ยูเอสเอ ในปัจจุบัน
ในฐานะเป็นนักศึกษาและมีกิจกรรมด้านการเมืองคุณธนาจึงรู้จักผู้คนมากทั้งนักเขียน
อาจารย์ นักการเมือง ฯลฯ เรียนเศรษฐศาสตร์รุ่นเดียวกับ ดร.เจิมศักดิ์
ปิ่นทอง ดังนั้นข้อเขียนของเขาส่วนหนึ่งจึงผูกพันกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จนกระทั่งเขาถึงแก่กรรม
ผมก็ขอให้คุณธนาไปสู่สุคติภพ มอบข้อเขียนนี้ให้แทนพวงหรีด.....อ่านต่อ
|