บริเวณป้ายที่เขียนไว้ว่าวัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย
ศาลาที่กำลังก่อสร้างอย่างใหญ่โตมโหฬารในบริเวณวัดป่าพุทธคยา
 
 
 
พระพุทธชินวัตรมุนีที่ถูกเรียกว่าพระหน้าเหลี่ยมในงานเบิกเนตรและทอดกฐินวัดป่าธรรมชาติ เชียงใหม่ 18 พ.ย. 2550
พระจิ๋วหรือพระพนมศักดิ์ พุทธญาโณ บนที่ดินเขาบิ๊กแบร์หน้าหิมะ
 
 
 
 
พายัพ ชินวัตร กำลังกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงานทอดกฐินที่วัดตัวเอง(แต่ว่าสร้างถวายให้ศาสนา มีเศรษฐีชาวอินเดีย มาขอร่วมบริจาคเงินก่อสร้างด้วย) ด้านหลังเป็นพระประธานสลักชื่อว่าพระชินวัตรมุนี- ภาพจากเว็บไซท์
 
ตึก พายัพ-พอฤทัย ชินวัตร วัดพุทธคยา ด้านบนสลักวงกลมใช้ชื่อตัว””อันหมายถึง”ชินวัตร”
 
 
 
 
 
 
องค์นี้ชื่อ พระพุทธชินวัตรมุนีศรีมหาโพธิ์ ในวัดป่าพุทธคยา
 
 
 
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

เรื่องพระจิ๋วกับวัดป่าพุทธคยา อินเดีย

เรียน บรรณาธิการเอเชี่ยนฯ

 ท่านบ.ก.ครับผมได้อ่านข่าวเกี่ยวกับวัดป่าธรรมชาติฉบับที่ผ่านมา บอกว่าพระจิ๋วหรืออาจารย์จิ๋วที่เคยมีเรื่องอื้อฉาวกับสีกาแองเจลาในอดีตกลับมาอีกแล้ว เมื่ออ่านเรื่องราวต่างๆผมก็ปะติดปะต่อที่บอกว่าท่านมีวัดอยู่ในสังกัดมากมาย อาทิเช่นวัดป่าธรรมชาติบ้านบึง ชลบุรี,วัดป่าธรรมชาติเชียงใหม่,วัดป่าพุทธคยาอินเดียและวัดแถวเท็กซัสอีก

 ผมจึงไปค้นเรื่องนี้ก็ได้รายละเอียด จากเว็บไซต์หนึ่งอยู่ที่ http://mad-pepe.diaryis.com/2009/07/10 เป็นบันทึกของคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวพุทธคยา เมื่อปี 2009 นี่เอง คงเป็นวันที่ 7 ตุลาคม 2009 หากคิดตามด้านหลังของไดอารี่นี้ ผมคัดบางตอนที่เขาเขียนให้อ่านเกี่ยวกับวัดป่าพุทธคยา รวมทั้งส่งรูปมาให้ด้วย มีดังนี้ครับ

....เดินมาจะถึงวัดมหาโพธิ์แล้วล่ะพอดีเจอป้ายภาษาไทย เขียนว่าวัดป่าพุทธคยา ฮาคิสบอกว่านี่ก็เป็นวัดไทยอีกวัดนึง มีพระอยู่เยอะแยะเลย เรา ๓ คนกับเด็กติดตามอีก ๒ คน ก็เลยเดินเข้าไปดูกัน เดินเราะรั้ววัดมหาโพธิ์เข้าไปจนสุดเลย แล้วก็เจอวัดป่าพุทธคยา ซึ่งเป็นวัดที่แทบจะติดกับวัดมหาโพธิ์กันเลยทีเดียว ข้างในยังสร้างไม่เสร็จดีด้วย มีศาลาอันนึงที่เสร็จแล้ว บริง(ซึ่งเป็นคนเชียงใหม่)บอกว่าวัดป่าก็ต้องมีศาลาแบบนี้ ซึ่งไม่มีกำแพงทั้ง๔ ด้าน มีแต่หลังคา

แต่แล้วก็เอ๊ะ ...เห็นชื่อตึกที่อยู่ใกล้ๆข้างบนมีสัญลักษณ์ ช อยู่ในวงกลมด้วย(ทำไมมันดูคลับคล้ายคลับคลา คล้ายสัญลักษณ์ที่พวกเจ้านายใช้กันเลย) ชื่อตึกว่า พายัพ-พอฤทัย ชินวัตร...นิ่งอึ้งซักพัก แล้วก็เดินเข้าไปข้างในต่อ เห็นแม่ชีคนหนึ่ง ก็เลยสวัสดีทักทายท่าน ท่านถามว่ามาหาใครล่ะ เราก็เลยตอบกันว่ามาเดินเล่นเฉยๆ ท่านก็เลยหาน้ำหาท่ามาให้กิน แล้วก็บอกว่าไปเดินดูรอบๆวัดสิ แล้วก็ยังแนะนำให้รู้จักหัวหน้าคนงานผู้ควบคุมการสร้างอุโบสถให้รู้จักด้วย บริงไปคุย เห็นว่าเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน(มารู้ทีหลังอีกว่า ช่างก่อสร้างทั้งหมดก็มาจากเชียงใหม่ กระเบื้องก็นำเข้ามาจากไทยด้วย)

ศาลาที่กำลังสร้างอยู่สวยมาก หลังคาเป็นสีขาว แล้วขนาดก็ใหญ่โตมโหฬาร ตอนแรกยังไม่กล้าเดินเข้าไปเพราะเห็นว่ายังก่อสร้างอยู่ ว่าแล้วก็เดินไปดูรอบๆต่อไป เห็นกุฏิตั้งอยู่เรียงราย สวยไม่แพ้อุโบสถเลย ออกแบบมาให้เข้ากัน มีเยอะมากๆด้วย แล้วก็มีห้องพักของแม่ชีก็ใหญ่ พื้นที่วัดป่านี่ใหญ่กว่าวัดไทยพุทธคยา ๔-๕ เท่าเลย คนสร้างวัดนี้ท่าจะมีเงินเยอะมาก(แน่นอน) มีอะไรที่เหมือนจะเป็นศาลาอีกยังสร้างไม่เสร็จ แต่เป็นศาลาแฝดมีขนาดใหญ่มากเหมือนกัน เอาไว้จัดงานแต่งงานใหญ่ๆได้สบาย

เสร็จแล้วพอเดินออกมา แม่ชีบอกให้เดินไปดูข้างในอุโบสถสิ มีหลวงพ่อทันใจอยู่ด้วยนะ(ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะ)ภัชบอกว่าหลวงพ่อทันใจคือขออะไรแล้วได้ทันใจเลย เค้าต้องถ่อเดินทางไปถึงที่จีนกันเลย แต่ที่นี่ก็มี ข้างในเห็นพระตั้งอยู่ ๒ รูป คงเป็นหลวงพ่อทันใจที่ว่ากับมีพระสังคจายอยู่ด้วยกัน แต่ที่เด็ดกว่านั้นน่าจะเป็นพระที่เค้าจะเอาไว้เป็นพระประธานมากกว่า บ้านเรามีพระพุทธชินราช พระพุทธชินศรี กันใช่มะ ...องค์นี้ชื่อ พระพุทธชินวัตรมุนีศรีมหาโพธิ์ แหละ....พออ่านชื่อกันแล้ว ก็นิ่งกันไปพักนึง ถ่ายรูปเอาไว้ แล้วก็ไปเดินต่อ

คุยกับภัชว่า แหม ถ้าใครที่ไปตายที่บ้านเกิดไม่ได้ มาตายที่นี่คงมีที่เผาให้เสร็จเลยเนอะ ยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีก คงจะสร้างเมรุได้แหละ หรือไม่ก็เอาแบบชาวอินเดีย เผากันสดๆที่ริมคงคาก็ได้ ไม่ต้องใช้เมรุ ...เดินเล่นที่วัดป่านี่ต้องใช้เวลาเยอะพอสมควรนะ จริงๆยังเดินไม่ทั่วด้วย เพราะมีจุดที่ก่อสร้างอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดเลย แม่ชีก็ต้อนรับเราดี เอาชามาให้กินด้วยล่ะ แต่ยังไม่เห็นพระซักรูปเลย ไม่รู้ไปอยู่ไหนกัน นั่งพักหลังจากเดินเสร็จแล้ว ก็กลับออกมาไปวัดมหาโพธิ์กันต่อ....

   เมื่อผมอ่านบันทึกนี้แล้ว มาตั้งคำถามว่าวัดป่าพุทธคยาที่อินเดียใหญ่โตขนาดนี้แล้ว ยังมาสนใจอะไรอีกกับวัดป่าธรรมชาติ เมืองลา พวนเต้  ท่านบ.ก.มีความเห็นอย่างไร

 ประเสริฐ (คนรักวัดป่าฯ)

ตอบ: คุณประเสริฐจะเป็นใครผมไม่ทราบ แต่ผมเห็นว่าเป็นสิ่งดีที่สรรหาเรื่องมาให้ผู้คนได้รับรู้ข้อเท็จจริงกันอย่างกว้างขวาง เท่าที่ผมสอบถามจากพรรคพวกทราบว่าคุณพายัพและคุณพอฤทัย ชินวัตร ใช้เงินลงทุนก่อสร้างวัดป่าพุทธคยาถึง 400 ล้านบาทเพื่อให้พระจิ๋วไปเป็นเจ้าอาวาส  ถือเป็นเงินจำนวนมาก ทั้งๆที่คุณพายัพเป็นคนที่ศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ผมจึงคิดว่าคุณพายัพก็คงไม่ต่างไปจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของเขาคือล้มบนฟูกครับ

 ก่อนหน้านั้นก็คุณพายัพ ชินวัตร เป็นคนไปช่วยขยับขยายวัดป่าธรรมชาติเนื้อที่ 60 ไร่ ในเขตบ้านทุ่งโป่ง หมู่ที่ 9 ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ให้กับพระจิ๋ว ผมไปค้นข้อเขียนของ “ขวัญดาว จิตรพนา” ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์เรื่อง”เยือนวัดป่าธรรมชาติ ร่มศรัทธา พายัพ ชินวัตร”ฉบับวันที่ 04/04/2005 ระบุว่า

“ถัดลึกเข้าไปเป็นเชิงเขาที่ตั้งกุฏิไม้ขนาดเล็กสำหรับพระภิกษุ และห่างไปพออยู่ในสายตาจะพบถาวรวัตถุขนาดมหึมา ทราบภายหลังว่า นี่คือวิหารหลังใหม่ ที่ทางวัดกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นอาคารเรือนไม้ขนาดใหญ่ ลักษณะสถาปัตยกรรมประยุกต์แบบทันสมัย ความอลังการอยู่ที่ท่อนซุงไม้สักขนาดหลายคนโอบไม่มิด ไม่ต่ำกว่า 30 ต้น เป็นเสารับน้ำหนักอาคาร คาดว่าน่าจะจุคนได้หลายร้อยทีเดียว

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น อีกด้านคนละฟากของวิหารไม้สักนั้น มีอาคารที่พักรับรองแขกวีไอพี ซึ่งมีลักษณะเป็นตึกแถวหลายคูหาเรียงรายกันไป ประหนึ่งรอคณะผู้พักพิงให้มาเยือน

แน่นอน, วัดป่าแห่งนี้ย่อมไม่ธรรมดา ยิ่งหากรับรู้ว่า พายัพ ชินวัตร นักธุรกิจผ้าไหม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคไทยรักไทย น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สนับสนุนปัจจัยไทยทานในการสร้างและพัฒนา และทุกปีตระกูลชินวัตรจะเดินทางมาทอดกฐินด้วยยอดเงินบริจาคจำนวนมาก บางครั้งสูง 5-6 ล้านบาท

อย่างออกพรรษาที่ผ่านมา พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พร้อมด้วย “พายัพก็ได้มาถวายกฐินวงเงิน 4.5 ล้านบาท”

ทางด้านพระจิ๋วหรือพระพนมศักดิ์นั้นเท่าที่ผมไปค้นประวัติในนสพ.ข่าวสด รายวัน(จากเมืองไทย)ฉบับวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553 ในงานศพของแม่ชีคำนวณ ภักดี เป็นโยมแม่ของพระจิ๋วนั้นทราบว่า แม่ชีคำนวณมีทั้งลูกและหลานบวชเป็นพระถึง 7 รูปด้วยกัน ก่อนที่จะบวชเป็นแม่ชีท่านมีบุตรธิดารวม 10 คน

สำหรับลูกที่บวชเรียนในบวรพุทธศาสนา 3 รูป ประกอบด้วย พระครูพุทธบาล (พระ ดร.พนมศักดิ์ พุทธญาโณ หรือพระจิ๋ว) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย ประธานหัวหน้าพระธรรมทูต ประจำประเทศอินเดีย เนปาล,พระประสิทธิ์ รตนญาโณ,พระยอน ยทิโก

หลานอีก 4 รูปประกอบด้วย พระพิเชษฐ์ พันธมุตโต เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา จ.บุรีรัมย์, พระศิราวุฒิ จิรวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ จ.เชียงใหม่, พระสุรชัย ธัมมวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ จ.เชียงใหม่และพระอำนาจศักดิ์ กันตธัมโม....

ตามที่คุณตั้งคำถามมาผมเห็นด้วยกับคุณประเสริฐว่าการก่อสร้างใหญ่โตที่อินเดีย(รวมที่เชียงใหม่ด้วย) ถ้าผมเป็นพระจิ๋ว ผมก็น่าจะ”พอเพียง”และ”เพียงพอ” พระพุทธเจ้าสอนให้สาวกของพระองค์ตัดทุกสิ่งทุกอย่าง เช่นเส้นผมบนศีรษะและขนคิ้วก็ต้องปลง เพื่อไม่ให้ความหล่อเหลาอันเป็นกิเลสและเสน่หาเย้ายวนต่อสตรีเพศหลงเหลืออยู่ ท่านจะได้มุ่งสู่นิพพานโดยเร็ว

เรื่องที่เกิดขึ้นก็น่าจะมาจากที่ดินบนบิ๊กแบร์ซึ่งพระจิ๋วและวัดป่าธรรมชาติไปวางเงินดาวน์ซื้อไว้เพื่อเป็นสำนักปฏิบัติธรรม (พระจิ๋ววางไป 30,000 ดอลลาร์ ทางวัดวางไปจำนวนหนึ่ง) จากนั้นพระจิ๋วก็มีเรื่องอื้อฉาวอันถือว่าเป็น”อาบัติปาราชิก”คือขาดจากความเป็นพระถึงกับไปสึกหาลาเพศ ต่อมากลับมาบวชใหม่ ท่านก็ไปๆมาๆที่วัดป่าธรรมชาติเป็น 10 ปีแล้ว แต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง

คณะกรรมการวัดป่าธรรมชาติจึงเสนอทางเลือกเรื่องที่ดินบิ๊กแบร์ 2 ทางคือ

1.พระจิ๋วเอาที่ดินไปประมาณ 60 เอเคอร์( 150 ไร่) แต่ต้องจ่ายให้กับวัดป่าธรรมชาติ 400,000 ดอลลาร์เพราะทางวัดได้ใช้เงินอันมาจากศรัทธาประชาชนผ่อนจนหมดแล้ว

2.พระจิ๋วเซ็นชื่อมอบคืนที่ดินให้กับวัดป่าธรรมชาติ ทางวัดจะจ่ายเงิน 30,000 ดอลลาร์กลับคืนไป

พูดแบบภาษาบอลโลกก็ต้องบอกว่าตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ที่”ตีน”ของพระจิ๋วแล้วจะเตะไปทางไหนก็ได้ทั้งนั้น( เงิน 4 แสนดอลลาร์บอกไปทางคุณพายัพก็น่าจะมาจ่ายให้ได้) แต่ถ้าไม่เตะออกจะเอาทั้งที่ดินไว้และไม่จ่ายเงินคืนวัดป่าธรรมชาติ ผมคิดว่าสาธุชนที่ได้ลง”ศรัทธา”ไปเป็นจำนวนมากก็คงไม่ยอมครับ-บ.ก......อ่านต่อ

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy