่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
เรื่องพระจิ๋วกับวัดป่าพุทธคยา
อินเดีย
เรียน
บรรณาธิการเอเชี่ยนฯ
ท่านบ.ก.ครับผมได้อ่านข่าวเกี่ยวกับวัดป่าธรรมชาติฉบับที่ผ่านมา
บอกว่าพระจิ๋วหรืออาจารย์จิ๋วที่เคยมีเรื่องอื้อฉาวกับสีกาแองเจลาในอดีตกลับมาอีกแล้ว
เมื่ออ่านเรื่องราวต่างๆผมก็ปะติดปะต่อที่บอกว่าท่านมีวัดอยู่ในสังกัดมากมาย
อาทิเช่นวัดป่าธรรมชาติบ้านบึง
ชลบุรี,วัดป่าธรรมชาติเชียงใหม่,วัดป่าพุทธคยาอินเดียและวัดแถวเท็กซัสอีก
ผมจึงไปค้นเรื่องนี้ก็ได้รายละเอียด
จากเว็บไซต์หนึ่งอยู่ที่
http://mad-pepe.diaryis.com/2009/07/10 เป็นบันทึกของคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวพุทธคยา
เมื่อปี 2009 นี่เอง
คงเป็นวันที่
7 ตุลาคม 2009 หากคิดตามด้านหลังของไดอารี่นี้ ผมคัดบางตอนที่เขาเขียนให้อ่านเกี่ยวกับวัดป่าพุทธคยา
รวมทั้งส่งรูปมาให้ด้วย มีดังนี้ครับ
....เดินมาจะถึงวัดมหาโพธิ์แล้วล่ะพอดีเจอป้ายภาษาไทย
เขียนว่าวัดป่าพุทธคยา
ฮาคิสบอกว่านี่ก็เป็นวัดไทยอีกวัดนึง
มีพระอยู่เยอะแยะเลย
เรา ๓ คนกับเด็กติดตามอีก
๒ คน ก็เลยเดินเข้าไปดูกัน
เดินเราะรั้ววัดมหาโพธิ์เข้าไปจนสุดเลย
แล้วก็เจอวัดป่าพุทธคยา
ซึ่งเป็นวัดที่แทบจะติดกับวัดมหาโพธิ์กันเลยทีเดียว
ข้างในยังสร้างไม่เสร็จดีด้วย
มีศาลาอันนึงที่เสร็จแล้ว
บริง(ซึ่งเป็นคนเชียงใหม่)บอกว่าวัดป่าก็ต้องมีศาลาแบบนี้
ซึ่งไม่มีกำแพงทั้ง๔
ด้าน มีแต่หลังคา
แต่แล้วก็เอ๊ะ
...เห็นชื่อตึกที่อยู่ใกล้ๆข้างบนมีสัญลักษณ์
ช อยู่ในวงกลมด้วย(ทำไมมันดูคลับคล้ายคลับคลา
คล้ายสัญลักษณ์ที่พวกเจ้านายใช้กันเลย)
ชื่อตึกว่า
พายัพ-พอฤทัย
ชินวัตร...นิ่งอึ้งซักพัก
แล้วก็เดินเข้าไปข้างในต่อ
เห็นแม่ชีคนหนึ่ง
ก็เลยสวัสดีทักทายท่าน
ท่านถามว่ามาหาใครล่ะ
เราก็เลยตอบกันว่ามาเดินเล่นเฉยๆ
ท่านก็เลยหาน้ำหาท่ามาให้กิน
แล้วก็บอกว่าไปเดินดูรอบๆวัดสิ
แล้วก็ยังแนะนำให้รู้จักหัวหน้าคนงานผู้ควบคุมการสร้างอุโบสถให้รู้จักด้วย
บริงไปคุย
เห็นว่าเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน(มารู้ทีหลังอีกว่า
ช่างก่อสร้างทั้งหมดก็มาจากเชียงใหม่
กระเบื้องก็นำเข้ามาจากไทยด้วย)
ศาลาที่กำลังสร้างอยู่สวยมาก
หลังคาเป็นสีขาว
แล้วขนาดก็ใหญ่โตมโหฬาร
ตอนแรกยังไม่กล้าเดินเข้าไปเพราะเห็นว่ายังก่อสร้างอยู่
ว่าแล้วก็เดินไปดูรอบๆต่อไป
เห็นกุฏิตั้งอยู่เรียงราย
สวยไม่แพ้อุโบสถเลย
ออกแบบมาให้เข้ากัน
มีเยอะมากๆด้วย
แล้วก็มีห้องพักของแม่ชีก็ใหญ่
พื้นที่วัดป่านี่ใหญ่กว่าวัดไทยพุทธคยา
๔-๕ เท่าเลย
คนสร้างวัดนี้ท่าจะมีเงินเยอะมาก(แน่นอน)
มีอะไรที่เหมือนจะเป็นศาลาอีกยังสร้างไม่เสร็จ
แต่เป็นศาลาแฝดมีขนาดใหญ่มากเหมือนกัน
เอาไว้จัดงานแต่งงานใหญ่ๆได้สบาย
เสร็จแล้วพอเดินออกมา
แม่ชีบอกให้เดินไปดูข้างในอุโบสถสิ
มีหลวงพ่อทันใจอยู่ด้วยนะ(ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะ)ภัชบอกว่าหลวงพ่อทันใจคือขออะไรแล้วได้ทันใจเลย
เค้าต้องถ่อเดินทางไปถึงที่จีนกันเลย
แต่ที่นี่ก็มี
ข้างในเห็นพระตั้งอยู่
๒ รูป คงเป็นหลวงพ่อทันใจที่ว่ากับมีพระสังคจายอยู่ด้วยกัน
แต่ที่เด็ดกว่านั้นน่าจะเป็นพระที่เค้าจะเอาไว้เป็นพระประธานมากกว่า
บ้านเรามีพระพุทธชินราช
พระพุทธชินศรี
กันใช่มะ ...องค์นี้ชื่อ
พระพุทธชินวัตรมุนีศรีมหาโพธิ์
แหละ....พออ่านชื่อกันแล้ว
ก็นิ่งกันไปพักนึง
ถ่ายรูปเอาไว้
แล้วก็ไปเดินต่อ
คุยกับภัชว่า
แหม ถ้าใครที่ไปตายที่บ้านเกิดไม่ได้
มาตายที่นี่คงมีที่เผาให้เสร็จเลยเนอะ
ยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีก
คงจะสร้างเมรุได้แหละ
หรือไม่ก็เอาแบบชาวอินเดีย
เผากันสดๆที่ริมคงคาก็ได้
ไม่ต้องใช้เมรุ
...เดินเล่นที่วัดป่านี่ต้องใช้เวลาเยอะพอสมควรนะ
จริงๆยังเดินไม่ทั่วด้วย
เพราะมีจุดที่ก่อสร้างอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดเลย
แม่ชีก็ต้อนรับเราดี
เอาชามาให้กินด้วยล่ะ
แต่ยังไม่เห็นพระซักรูปเลย
ไม่รู้ไปอยู่ไหนกัน
นั่งพักหลังจากเดินเสร็จแล้ว
ก็กลับออกมาไปวัดมหาโพธิ์กันต่อ....
เมื่อผมอ่านบันทึกนี้แล้ว
มาตั้งคำถามว่าวัดป่าพุทธคยาที่อินเดียใหญ่โตขนาดนี้แล้ว
ยังมาสนใจอะไรอีกกับวัดป่าธรรมชาติ
เมืองลา พวนเต้
ท่านบ.ก.มีความเห็นอย่างไร
ประเสริฐ
(คนรักวัดป่าฯ)
ตอบ: คุณประเสริฐจะเป็นใครผมไม่ทราบ
แต่ผมเห็นว่าเป็นสิ่งดีที่สรรหาเรื่องมาให้ผู้คนได้รับรู้ข้อเท็จจริงกันอย่างกว้างขวาง เท่าที่ผมสอบถามจากพรรคพวกทราบว่าคุณพายัพและคุณพอฤทัย
ชินวัตร ใช้เงินลงทุนก่อสร้างวัดป่าพุทธคยาถึง
400 ล้านบาทเพื่อให้พระจิ๋วไปเป็นเจ้าอาวาส
ถือเป็นเงินจำนวนมาก
ทั้งๆที่คุณพายัพเป็นคนที่ศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ผมจึงคิดว่าคุณพายัพก็คงไม่ต่างไปจากพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร พี่ชายของเขาคือล้มบนฟูกครับ
ก่อนหน้านั้นก็คุณพายัพ
ชินวัตร เป็นคนไปช่วยขยับขยายวัดป่าธรรมชาติเนื้อที่
60 ไร่ ในเขตบ้านทุ่งโป่ง
หมู่ที่ 9 ต.บ้านปง
อ.หางดง จ.เชียงใหม่ให้กับพระจิ๋ว ผมไปค้นข้อเขียนของ
ขวัญดาว
จิตรพนา
ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์เรื่องเยือนวัดป่าธรรมชาติ
ร่มศรัทธา
พายัพ ชินวัตรฉบับวันที่
04/04/2005 ระบุว่า
ถัดลึกเข้าไปเป็นเชิงเขาที่ตั้งกุฏิไม้ขนาดเล็กสำหรับพระภิกษุ
และห่างไปพออยู่ในสายตาจะพบถาวรวัตถุขนาดมหึมา
ทราบภายหลังว่า
นี่คือวิหารหลังใหม่
ที่ทางวัดกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นอาคารเรือนไม้ขนาดใหญ่
ลักษณะสถาปัตยกรรมประยุกต์แบบทันสมัย
ความอลังการอยู่ที่ท่อนซุงไม้สักขนาดหลายคนโอบไม่มิด
ไม่ต่ำกว่า
30 ต้น เป็นเสารับน้ำหนักอาคาร
คาดว่าน่าจะจุคนได้หลายร้อยทีเดียว
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น
อีกด้านคนละฟากของวิหารไม้สักนั้น
มีอาคารที่พักรับรองแขกวีไอพี
ซึ่งมีลักษณะเป็นตึกแถวหลายคูหาเรียงรายกันไป
ประหนึ่งรอคณะผู้พักพิงให้มาเยือน
แน่นอน, วัดป่าแห่งนี้ย่อมไม่ธรรมดา
ยิ่งหากรับรู้ว่า
พายัพ ชินวัตร
นักธุรกิจผ้าไหม
ส.ส.เชียงใหม่
พรรคไทยรักไทย
น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เป็นผู้สนับสนุนปัจจัยไทยทานในการสร้างและพัฒนา
และทุกปีตระกูลชินวัตรจะเดินทางมาทอดกฐินด้วยยอดเงินบริจาคจำนวนมาก
บางครั้งสูง
5-6 ล้านบาท
อย่างออกพรรษาที่ผ่านมา
พล.อ.ชัยสิทธิ์
ชินวัตร พร้อมด้วย
พายัพ'ก็ได้มาถวายกฐินวงเงิน
4.5 ล้านบาท
ทางด้านพระจิ๋วหรือพระพนมศักดิ์นั้นเท่าที่ผมไปค้นประวัติในนสพ.ข่าวสด
รายวัน(จากเมืองไทย)ฉบับวันที่
30 มีนาคม พ.ศ.
2553 ในงานศพของแม่ชีคำนวณ
ภักดี เป็นโยมแม่ของพระจิ๋วนั้นทราบว่า
แม่ชีคำนวณมีทั้งลูกและหลานบวชเป็นพระถึง
7 รูปด้วยกัน
ก่อนที่จะบวชเป็นแม่ชีท่านมีบุตรธิดารวม
10 คน
สำหรับลูกที่บวชเรียนในบวรพุทธศาสนา
3 รูป ประกอบด้วย
พระครูพุทธบาล
(พระ ดร.พนมศักดิ์
พุทธญาโณ หรือพระจิ๋ว)
เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา
ประเทศอินเดีย
ประธานหัวหน้าพระธรรมทูต
ประจำประเทศอินเดีย
เนปาล,พระประสิทธิ์
รตนญาโณ,พระยอน
ยทิโก
หลานอีก
4 รูปประกอบด้วย
พระพิเชษฐ์
พันธมุตโต
เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา
จ.บุรีรัมย์, พระศิราวุฒิ
จิรวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ
จ.เชียงใหม่,
พระสุรชัย
ธัมมวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ
จ.เชียงใหม่และพระอำนาจศักดิ์
กันตธัมโม....
ตามที่คุณตั้งคำถามมาผมเห็นด้วยกับคุณประเสริฐว่าการก่อสร้างใหญ่โตที่อินเดีย(รวมที่เชียงใหม่ด้วย)
ถ้าผมเป็นพระจิ๋ว
ผมก็น่าจะพอเพียงและเพียงพอ พระพุทธเจ้าสอนให้สาวกของพระองค์ตัดทุกสิ่งทุกอย่าง
เช่นเส้นผมบนศีรษะและขนคิ้วก็ต้องปลง
เพื่อไม่ให้ความหล่อเหลาอันเป็นกิเลสและเสน่หาเย้ายวนต่อสตรีเพศหลงเหลืออยู่
ท่านจะได้มุ่งสู่นิพพานโดยเร็ว
เรื่องที่เกิดขึ้นก็น่าจะมาจากที่ดินบนบิ๊กแบร์ซึ่งพระจิ๋วและวัดป่าธรรมชาติไปวางเงินดาวน์ซื้อไว้เพื่อเป็นสำนักปฏิบัติธรรม
(พระจิ๋ววางไป
30,000 ดอลลาร์ ทางวัดวางไปจำนวนหนึ่ง)
จากนั้นพระจิ๋วก็มีเรื่องอื้อฉาวอันถือว่าเป็นอาบัติปาราชิกคือขาดจากความเป็นพระถึงกับไปสึกหาลาเพศ
ต่อมากลับมาบวชใหม่
ท่านก็ไปๆมาๆที่วัดป่าธรรมชาติเป็น
10 ปีแล้ว แต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง
คณะกรรมการวัดป่าธรรมชาติจึงเสนอทางเลือกเรื่องที่ดินบิ๊กแบร์
2 ทางคือ
1.พระจิ๋วเอาที่ดินไปประมาณ
60 เอเคอร์( 150
ไร่) แต่ต้องจ่ายให้กับวัดป่าธรรมชาติ
400,000 ดอลลาร์เพราะทางวัดได้ใช้เงินอันมาจากศรัทธาประชาชนผ่อนจนหมดแล้ว
2.พระจิ๋วเซ็นชื่อมอบคืนที่ดินให้กับวัดป่าธรรมชาติ
ทางวัดจะจ่ายเงิน
30,000 ดอลลาร์กลับคืนไป
พูดแบบภาษาบอลโลกก็ต้องบอกว่าตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ที่ตีนของพระจิ๋วแล้วจะเตะไปทางไหนก็ได้ทั้งนั้น(
เงิน 4 แสนดอลลาร์บอกไปทางคุณพายัพก็น่าจะมาจ่ายให้ได้)
แต่ถ้าไม่เตะออกจะเอาทั้งที่ดินไว้และไม่จ่ายเงินคืนวัดป่าธรรมชาติ ผมคิดว่าสาธุชนที่ได้ลงศรัทธาไปเป็นจำนวนมากก็คงไม่ยอมครับ-บ.ก......อ่านต่อ
|