5.àÊÕ§»×¹áµ¡ã¹ªØÁª¹ä·Âã¹áÍÅ.àÍ.
ปี 1972 คุณประกอบ
มุกุระ นักศึกษา
WOODBURRY COLLEGE ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมไทยฯคนที่
12
ได้ร่วมทำงานสมาคมกับนายกสมาคมไทยฯภาคเหนือ
คุณสุดใจ ชื่นสกุล
คุณประกอบ เป็นคนรุ่นบุกเบิกเหมือนกับนายกฯรุ่นก่อนๆมีอาชีพขายประกันภัยของบริษัทนิวยอร์ค ไลฟ์ ท่านจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไทยทั่วๆไป จึงได้นำนาวาสมาคมฯไปด้วยดียิ่ง
ธุรกิจของคนไทยได้เริ่มขึ้นในช่วงนี้มีมากมายเช่น ร้านขายเครื่องอุปกรณ์และซ่อมเครื่องไฟฟ้าของ
คุณเล็ก แย้มบุปผา
บริษัท THAI ASSOCIATE TRAVELของคุณสุชาติ-คุณสายพิณ
วิไลดารกา
การบินแอร์สยาม ได้เริ่มบินลงในลอสแองเจลีส
นอกจากนั้นได้มีกิจการร้านอาหาร ร้านเพชรพลอยของ
ชำร่วย ปั๊มน้ำมันตั้งขึ้นเป็นจำนวนมาก และชมรมอาสาได้เริ่มก่อตั้งมีคุณไชย
โด-นอมเป็นประธานคนแรก สมาคมไทยทักษิณได้ก่อตั้งขึ้นในปีนี้มีคุณอุดม
ขำคมเป็นนายกสมาคมคนแรก และชมรมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์เริ่มตั้งโดยมีคุณเสวี
เรืองตระกูล เป็นประธานชมรมคนแรก
คุณสุธรรม
เลิศวิชชุหัตถ์ได้เริ่มเปิดการทำ
INCOME
TAX ที่เมือง COMPTON นับว่าเป็นธุรกิจ
INCOME
TAX แห่งแรกของคนไทย
ในปีนี้ได้มีคนไทยวัยรุ่นที่อารมณ์ร้อนยิงกันที่ห้องอาหาร
BANGKOK HOUSE, COMPTON. ของคุณแหลมทอง-คุณไพเราะ
สุทธิสะอาด
แต่โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต
คุณประกอบ
มุกุระได้นำชาวใต้ไปร่วมงานกีฬาประเพณีเช่นเคย ทีมฟุตบอลชาวใต้ได้นักฟุตบอลเยาวชธนาคารกรุงเทพฯ
คุณวาฑิต เจียรมั่งคั่ง มาเสริมทีม และในปีนี้ชาวแอล.เอ.ได้ถ้วยรวมกลับมา
การจัดงาน
KING’S BALL, QUEEN’S BALL,
SPORT NIGHT. ก็จัดติดต่อกันมาทุกปีตามกำลังความสามารถและเงินที่หามาจัดงานได้ แต่งานจะลดความสนใจไปบ้างเพราะมีงานของสมาคมต่างๆ
รวมทั้งงานวัดด้วย
ปี 1973 คุณไพวงษ์
เตชะณรงค์
ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมคนที่
13
ส่วนสมาคมภาคเหนือมีคุณบุญส่ง
วิไลแก้ว เป็นนายกสมาคมฯ
คุณไพวงษ์ เป็นนักศึกษา
WOODBURY
COLLEGE เป็นคนหนุ่มกลุ่มเดียวกับนายกสมาคมฯคนก่อนๆ ได้ร่วมงานสมาคมมาตั้งแต่สมัยคุณเปรม
บุญลือ จึงมีประสบการณ์ทำงานกับชุมชนไทยเป็นอย่างดีทุกคนให้ความเกรงใจ รวมทั้งยอมรับการแนะนำเมื่อเกิดเหตุที่ไม่สมควรขึ้น ทั้งนี้ในสังคมไทยได้มีบุคคลจากหลากหลายวิชาชีพและความประพฤติ
มีทั้ง เสือ สิงห์ กระทิง
แรด มีการกระทบกระทั่งกันอยู่เป็นนิจ มีการแบ่งแยกเป็นหลายฝ่าย หน้าที่ของนายกสมาคมไทยฯจึงเหมือนกับนักประนีประนอม ทั้งนี้คุณไพวงษ์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของโรงเรียนการบัญชี
THAI
ASSOCIATE จึงทำให้เป็นที่เกรงใจของคนไทย
คุณไพวงษ์ได้แต่งตั้งให้
คุณสมชาย จุนเจือทรัพย์
เป็นประธานแผนกกีฬาเพื่อต้อนรับชาวซาน
ฟรานซิสโก จึงยิ่งทำให้งานประเพณีสนุกสนานมากกว่าเดิม
ปีนี้ คุณประสงค์
สุวรรณประเทศ
เตรียม มธก
รุ่น 2 ได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลใหญ่คนที่
2
ของ L.A. ในปีเดียวกันนี้ชาวไทยได้มีโอกาสได้ร่วมถวายความจงรักภักดี สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
พระบรมราชินีในรัชกาลที่
7
เมื่อวันที่
16
เมษายน 1973 ที่วัดไทยลอสแองลีส
และได้ทรงปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึก
สมาคมครูไทยเริ่มก่อตัวขึ้นในปีนี้โดยมี
คุณโกวิท โพธะนัง
เป็นนายกสมาคมฯ คุณแหลมทอง สุทธิสะอาดเปิดกิจการชื่อ
INTERNATIOAL
GREENCARD และมีกิจการอื่นๆ
ที่ได้เปิดขึ้นมา เมื่อครบเทอมแล้วคุณไพวงษ์ได้เดินทางกลับไปเป็นนักธุรกิจด้านซื้อขายที่ดินและยารักษาโรคประสบความสำเร็จมาจนปัจจุบัน
ในปีนี้พวกเราชาวไทยที่รักประชาธิปไตยมีความสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดในประเทศไทย และขอสดุดีผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อความเป็นประชาธิปไตย พวกเราที่นี่ได้อยู่ในประเทศที่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จึงอยากเห็นประเทศไทยมีประชาธิปไตยบ้าง ขอส่งกำลังใจ...
ปี 1974 คุณจิรยุทธิ์
วสุวัติ นักศึกษาจาก
WOODBURY COLLEGE รุ่นบุกเบิกเช่นกันได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมไทยฯคนที่
14
มีคุณแสงชัย สุนทรวัฒน์ มาร่วมบริหารสมาคมฯ
ส่วนนายกสมาคมภาคเหนือนั้นคือคุณสุเชษฐ์ พลอยสุภา
เมื่อวันที่
25
เมษายน บริษัทแอร์สยามเริ่มบินปฐมฤกษ์เข้าสู่อเมริกาทาง แอล.เอ. ได้นำ
พระแก้วมรกตหน้าตัก
19
นิ้วมาประดิษฐานอยู่ที่วัดไทยชื่อว่า”หลวงพ่อแก้วศักดิ์สิทธิ์”
สมาคมอิสานก่อตั้ง
ขึ้นมี คุณวราภรณ์
งามขาว เป็นนายกสมาคมคนแรก
สมาคมชาว เหนือ(ล้านนาในปัจจุบัน)เริ่มตั้งขึ้น
ในปีนี้โดยมี
คุณองอาจ เครือประเสริฐ
เป็นนายกสมาคมคนแรก
สมาคม CALIFORNIA STATE UNIVERSITY AT L.A.ได้เริ่มก่อตั้งโดยมีคุณทรงวุฒิ
ด่านปรีดา
เป็นนายกสมาคม สังคมไทยเริ่มมีกลุ่มตามที่ได้มีภูมิลำเนาและสถานศึกษา แต่อย่างไรก็ตามสมาคมไทยฯ
ก็ยังเป็นสมาคมหลัก
เช่นเดิม แต่ละสมาคมก็ได้จัดงานสังสรรค์และรำลึกถึงสถาบันกันถ้วนหน้า
เช่นสมาคมธรรมศาสตร์(ชมรมธรรมศาสตร์)แห่งแคลิฟอร์เนียได้จัดงาน”วันธรรมศาสตร์”ขึ้นได้เชิญปรมาจารย์ครูเพลงศิลปินแห่งชาติ ครูเอื้อ สุนทรสนาน
พร้อมภรรยาและลูกสาวมาให้ความสำราญแด่พวกเราที่นี่ในปี 1974 นี้
คุณจิรายุทธิ์
แต่งตั้งให้คุณโสภิส(แดง)
เขื่อนขันฑ์ เป็นประธานแผนกกีฬานำขบวนไปเยือนชาวซานฟรานซิสโก ทีมชาวใต้ได้ถ้วยรวมกลับบ้านพร้อมความสนุกสนานเช่นเดิม
ด้านศาสนาได้มีการก่อสร้างชั้นล่างของอุโบสถศาลาของวัดไทย มีการรณณรงค์หาทุนมาช่วยกันสร้างวัดในครั้งนี้ ได้เชิญให้คณะนักข่าวหนังสือพิมพ์ดังหลายคนเช่นคุณจรัลไข่แก้ว(เท่าที่จำได้)เป็นต้น พร้อมทั้งเชิญนักร้องนักแสดงที่มีชื่อเสียง
เช่น คุณรุ่งฤดี
แพ่งผ่องใส คุณมานี มณีวรรณ
คณะสี่สี มี
สีเผือก สีสุริยา
และเทพ เทียนชัย
มาแสดงที่ EMBASSY HOTEL ใน DOWNTOWN
L.A. โดยความอุปถัมภ์ของ
”การบินแอร์สยาม” เมื่อวันที่
4
พฤศจิกายน1974(2517) ซึ่งชาวไทยที่นี่ได้ซื้อบัตรเข้าชมกันแน่นขนัด
มี
ความสุขสนุกสนานอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนคณะผู้แสดงได้ไปร่วมรัปทานอาหารกันที่ห้องอาหาร
“สยาม” HOLLYWOOD ซึ่งมีคุณสุรพล
เมฆพงษ์สาธร
เป็นเจ้าของ
ผู้เขียนเป็นแผนกต้อนรับ คณะผู้แสดงในนามของวัดไทยได้พานักร้องนักแสดงทั้งหมดที่เอ่ยชื่อมาข้างต้น รวมทั้งคุณพูนศักดิ์
ซอโสตถิกุล
คุณศศิธร เพชรรุ่ง
คุณสุรชัย
ดิลกวิลาส คุณดาวสรรค์
ดิลกวิลาส
คุณจรินทร์
เตชะณรงค์
และผู้ติดตาม
อีกสอง-สามคน
เวลาในขณะนั้นประมาณตีหนึ่งของคืนวันที่
3
พฤศจิกายน คุณสีเผือกเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายของคณะ คุณพูนศักดิ์ได้ลุกจากที่นั่งหัวโต๊ะให้คุณสีเผือกนั่ง คุณพูนศักดิ์เลื่อนมานั่งข้างคุณวรรณวิภา
ถุงสุวรรณ ต่อมาเป็นที่นั่งของผู้เขียนและคนร่วมโต๊ะอื่นๆซึ่งเป็นโต๊ะยาว ทุกคนต่างกำลังดูเมนูอาหารบ้าง
มองดูขนมที่เป็นห่อตั้งไว้บนโต๊ะบ้าง
ปัง..ปัง..ปัง........ถี่ยิบ.....ประมาณ
30
วินาที...........
แทบทุกคนทรุดตัวลงใต้โต๊ะยกเว้นคุณวรรณวิภา(ภรรยาของผู้เขียน)เธอนั่งมองเหตุการณ์ด้วย ความตกตลึง เธอจำหน้าผู้ลั่นไกปืนได้ทุกคน
แต่เธอไม่ทราบชื่อ..
“เอาให้ตาย ๆ”..
นั่นคือคำพูดของหนึ่งในสามคนก่อนที่ทั้งสามคนจะหลบหนีออกจากห้องอาหาร”สยาม” ขึ้นรถ
VW.ไปหลังจากเสียงปืนได้สงบลง
ความจริงแล้วเป็นเหตุการณ์ฆ่าล้างแค้นของคนไทยสองฝ่ายที่เคียดแค้นกันมาก่อน ได้โคจรมาพบกันในคืนวันนั้น
พวกเขาไม่ได้ฆ่ากันเองเท่านั้น แต่ได้จบชีวิตผู้สร้างกุศลมอบที่ดินให้วัดไทยแอล.เอ.
คุณพูนศักดิ์ ซอโสตถิกุล และยังได้จบชีวิตคุณดาวสรรค์
ดิลกวิลาส
ลูกสาวของคุณสุรชัย- คุณโสภิดา ดิลกวิลาส ซึ่งเพิ่งจะเดินทางมาพร้อมคณะเพื่อมาเยี่ยมพ่อและคุณจรินทร์
เตชะณรงค์ ถูกกระสุนเข้าที่หน้าท้องแต่ไม่ถึงชีวิต และได้จบชีวิตคุณหมงซึ่งเป็นคู่แค้นอีกฝ่ายหนึ่ง
จึงนับได้ว่าเป็นปีที่เศร้าโศกของพวกเราชาวใต้ที่สูญเสียผู้ริเริ่มกิจกรรมหลายอย่างของชาวไทยที่นี่ เหตุ การณ์เหล่านี้ได้มีการตอบโต้ในระยะต่อมาทั้งในและนอกประเทศสหรัฐอเมริกาของผู้เกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าจะมีสถานกงสุลใหญ่หรือมีนายกสมาคมฯคอยดูแลสอดส่องก็ไม่สามารถระงับความประพฤติชั่วร้ายนี้ได้ เพียงแต่ขอให้ทุกคนตระหนักว่า
“กัมมุนา วัตตะตี
โลโก” สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม.....ÍèÒ¹µèÍ
|