(หมายเหตุบ.ก.-บันทึกนี้เป็นความทรงจำของผู้เขียน อาจจะยังไม่สมบูรณ์พอ แต่ก็เป็นที่สังเขปถึงประวัติศาสตร์ของคนไทยในสหรัฐบางส่วน ในอนาคตอาจมีการแก้ไขให้สมบูรณ์มากขึ้น หากท่านใดเห็นว่าบกพร่องหรือข้อเท็จจริงผิดพลาดไปกรุณา ส่งข้อเท็จจริงมายังด้านล่างของบันทึกนี้
ด้วยความขอบคุณ
)
1.¡ÒûѡËÅÑ¡¢Í§¤¹ä·Âã¹á¤ÅÔ¿ÍÃìà¹ÕÂ
แต่กาลก่อนเมื่อ
2000
ปีมาแล้ว คนไทยหรือชาวไทยได้มีภูมิลำเนาอยู่ในดินแดนอันเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศจีนซึ่งในเวลานี้คือมณฑลเสฉวน อันฮุย ฉูเป และเกียงสี ต่อมาได้อพยพลงมาทางใต้และมาตั้งรกรากตามรายทางที่เห็นว่าเหมาะแก่การดำรงชีพ แต่ละกลุ่มได้แยกออกไปจนถิงแผ่นดินไทยในปัจจุบัน
วิถีทางดำเนินชีวิตของพวกเราชาวไทยได้วิวัฒนาการไปตามความเจริญของโลกในทุกด้าน การดิ้นรนเพื่อความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงของชีวิตจึงมีควบคู่กันไป การอพยพเสาะหาที่ทำมาหากินได้ก้าวหน้าต่อไป ได้เริ่มโยกย้ายไปสร้างรากฐานในต่างประเทศ
โดยไปทำงานบ้าง
ไปศึกษาต่อบ้าง เปิดธุรกิจการค้าบ้าง
เหล่านี้เป็นต้น
คนไทยได้เริ่มเข้ามาอยู่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณกว่า
50
ปีมาแล้ว ในสมัยต้นๆนั้นเดินทาง
มาในรูปนักศึกษามาเรียนตามโรงเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล
และทุนส่วน ตัวที่พ่อแม่มีฐานะส่งมาเรียนได้ ต่อมาได้มีการเดินทางมาในฐานะนักท่องเที่ยวและไม่ยอมกลับตามกำหนด รวมทั้งผู้ที่มาศึกษาต่อได้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากความเป็นอยู่และการทำมาหากินได้รับผลประโยชน์ ดีกว่าในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เป็นมูลเหตุของแต่ละคนที่เสาะหาความสุขความสำเร็จในชีวิตให้ตนเองและ ครอบครัวในอนาคต
คนไทยที่ตั้งรกรากอยู่ในขณะนี้มีมากกว่า
300,000
คน โดยแยกย้ายกันอยู่ตามรัฐต่างๆทั่วสหรัฐอมริกา บางท่านเดินทางมาศึกษาต่อโดยทุนส่วนตัวบ้าง
ทุนรัฐบาลบ้าง บางคนเดินทางมาแสวงโชคหางานทำ
โดยเฉพาะในยุคต้นๆ สหรัฐฯต้องการแรงงานแทบทุกด้านจึงมีแพทย์
พยาบาล วิศวกรและอื่นๆเดิน ทางมาเป็นจำนวนมาก
นักเรียน นักศึกษาและนักทัศนาจรสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯได้ง่ายกว่าปัจจุบัน
ในรัฐแคลิฟอร์เนียมีคนไทยอยู่อาศัยกว่าสองแสนคน แรกเริ่มได้พำนักอยู่ทางเหนือคือซาน ฟรานซิสโกก่อนแล้วได้ขยับขยายลงมาทางใต้ถึง
ลอสแองเจลีส
ซานดิเอโก้ และเขตใกล้เคียง
การรวมกลุ่มของคนไทยได้เริ่มขึ้นที่ซาน ฟรานซิสโกก่อนโดยมีการตั้งสมาคมไทยในแคลิฟอร์เนียขึ้น
เมื่อปี 1955 หรือปี พ.ศ. 2498
โดยมีคุณรัตนะ
อุณยะวงศ์เป็นนายกสมาคมคนแรก
และมีนายกสมาคม คนต่อมาคือ
ม.ร.ว.โสภาพงษ์
เกษมสันต์
คุณพรรณี เคียงสิริ
คุณสมประสงค์ ปรารถนาดี คุณไชย
โดนอม คุณอภัย
เผดิมชิต คุณสุจินต์
จินานนท์
ในส่วนของชาวลอสแองเจลีสนั้นได้มีการตื่นตัวรวมพลกันในปี
1962
หรือ พ.ศ. 2505 กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ
เช่น UCLA, USC, WOODBURRY COLLEGE, CALIFORNIA STATE L.A., LONG BEACH,
และโรงเรียนสอนภาษาต่างๆ รวมทั้งผู้ที่จบการศึกษามาจากทางเหนือและอื่นๆซึ่งพอจะรวบรวมรายชื่อได้คือ คุณบุญเลิศ บุญศุขะ
คุณชาตรี สุทัศน์
ณ อยุธยา คุณประสาท
สงวนปิยะพันธ์ คุณอนุรักษ์
ธนานันท์ คุณอาทิตย์
อุไรรัตน์
คุณบุญสม-คุณมาลินี
ประไพ คุณประมุท
สูตบุตร คุณสาโรจน์
ชวนะวิรัช คุณพลศักดิ์
กาญจนจารี
คุณจำรัส ธาระ คุณพันธ์เทพ
อรรถไกลวัลวที
คุณสมจิต นพคุณ
คุณทองทัพ
อินทรทัต
บุคคลที่กล่าวมาข้างต้นและเพื่อนคนไทยอีกหลายคนที่เข้าร่วมประชุมได้มีมติเอกฉันท์เลือกคุณชาตรี สุทัศน์ ณ อยุธยา เป็นนายกสมาคมนักเรียนไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้คนแรก(ท่านรับราชการตำรวจมียศ เป็นนายพลตำรวจโท)
ในปี 1962 หรือ พ.ศ.
2505
ซึ่งมีขอบเขตครอบคลุมตามสภาพภูมิศาสตร์แผนที่ ของรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่พรมแดนตอนใต้ของ
Monterey
County ลงมาทาง Fresno County, L.A. County,ถึง San Diego County. ซึ่งพื้นที่เหนือขึ้นไปเป็นเขตของสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคเหนือ สมาคมฯมีวัตถุประสงค์คือ
1.
เพื่อส่งเสริมความสามัคคีระหว่างคนไทยในแคลิฟอร์เนีย
2.
เพื่อสนับสนุนแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นต่างๆในระหว่างคนด้วยกัน
3.
เพื่อให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่สมาชิกตลอดจนชาวไทยที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
และที่เดินทางผ่านไปมา
เริ่มแรกของการก่อตั้งสมาคมนักเรียนไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้นั้นสมาคมฯไม่มีทุน ในการดำเนินงานเพราะสมาชิกเกือบทุกคนเป็นนักเรียนนักศึกษามีเงินใช้จ่ายจำกัด ดังนั้นจึงได้ออกกฏข้อบังคับให้เรียกเก็บค่าสมาชิกคนละ
2
เหรียญต่อปี และผู้เป็นสมาชิกเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ลงสมัครเป็นนายกสมาคมฯ และมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง กิจกรรมในปีแรกนั้นได้เริ่มทำงานร่วมกับสมาคมไทยฯภาคเหนือเพื่อความสามัคคีของพวกเรา คุณวิทวัส ดุลละลัมพะ นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคเหนือได้เชิญให้พวกเราชาวใต้เดินทางไปแข่งขันกีฬาประเพณีคล้ายกีฬาประเพณี”จุฬา-ธรรมศาสตร์” ซึ่งพวกเราชาวใต้ได้เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลที่ซาน
ฟรานซิสโก

การแข่งขันฟุตบอลประเพณีซานฟรานฯ-แอล.เอ.ยังมีถึงปัจจุบัน ในภาพเป็นปี
2004
แอล.เอ.ยกขบวนขึ้นซานฟรานฯ
ในสมัยที่รอสลิน
ปัทมคันธิน เป็นนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้
การแข่งขันเตะฟุตบอลได้ดำเนินไปด้วยความสนุกสนานเฮฮาแก่กองเชียร์และผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ายพวกเราชาวใต้มีนักกีฬาสมัครเล่นที่ไม่ขยันซ้อมและบางคนไม่เคยเตะฟุตบอลมาก่อนลงไปช่วยเสริมทีม บางคนนุ่งกางเกงขายาวบ้างขาสั้นบ้าง
บางคนลงไปวิ่งไล่ฟุตบอลได้แค่
5
นาทีก็ออกมานั่งหอบแฮ่กๆสูดยาดม และที่หมดแรงเร็วคงเพราะการเดินทางทั้งคืนไม่ได้หลับนอนพักผ่อน ผลจึงเดาได้แต่แรกแล้วว่าชาวแอล.เอ.ต้องพ่ายแพ้ปราชัยกลับบ้าน แต่มิได้พกพาความปวดร้าวเพราะความพ่ายแพ้กลับมาเหมือนนักกิฬาอื่นๆ แต่พวกเขาเหล่านั้นได้พกพาความปลื้มปิติในมิตรภาพความต้อนรับที่ดีของชาวซาน ฟรานซิสโก ความอบอุ่นฉันท์พี่น้องและความมีน้ำใจเป็นนักกิฬาความเข้าใจอันดีต่อกันกลับบ้าน สิ่งนี้นับได้ว่าเป็นนิมิตรอันดีบ่งบอกว่า กีฬาประเพณีนี้จะกำหนดให้มีทุกปีในระหว่าง”Easter weekend”โดยสลับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพทุกปีคู่ชาวเหนือเป็นเจ้าภาพ ปีคี่ชาวใต้เป็นเจ้าภาพ
ในปีนี้ประธานกีฬาของพวกเราชาวใต้คือ
คุณดำริห์ โรจนเสถียร เป็นผู้สรรหานักกีฬาไปร่วมแข่งขันในครั้งนี้
ในปีนี้ได้มีการจัดงาน”คิงส์บอลล์”โดยเก็บค่าเข้าร่วมงานคนละ
5
เหรียญเพื่อหาเงินเข้าสมาคมมีการแสดงรำไทยจากศิษย์เก่าศิลปากร และประสบความสำเร็จด้วยดี
ปี 1963 นับเป็นประวัติศาสตร์ของนครลอสแองเจลีสที่พวกเรานักเรียนไทยได้ มีโอกาส
ทำการเลือกตั้งนายกสมาคมฯตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก ผู้มีสิทธิ์ลงสมัครเป็นนายกสมาคมฯและผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกที่ชำระค่าธรรมเนียมคนละ 2 เหรียญ
คุณสาโรช ชวนะวิรัช
ได้เป็นนายกสมาคมฯโดยไม่มีคู่แข่งขัน คุณสาโรช ชวนะวิรัช มีตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสก่อนที่ท่านจะเกษียณอายุราชการและท่านได้มีตำแหน่งสูงสุดเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศ ท่านเป็นศิษย์เก่า
U.C.Berkley
สมาคมไทยฯภาคเหนือมีคุณหริส สูตะบุตรเป็นนายกสมาคมฯได้พาชาวเหนือมาร่วมงานแข่งขันกีฬาประเพณีที่แอล.เอ. ในปีนี้ได้เพิ่มกีฬาบาสเก็ตบอลเข้าอีกประเภทหนึ่ง การแข่งขันได้ใช้สนามของมหาวิทยาลัย
UCLA
ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างดียิ่ง หลังจากเสร็จการแข่งขันแล้วได้จัดเลี้ยงต้อนรับอย่างสมเกียรติ มีชาวเหนือเดินทางมาร่วมสนุกกว่าร้อยคน
ปี 1964 คุณอนุรักษ์
ธนานันท์ นักศึกษา
CALIFORNIA
STATEUNIVERSITY AT LONG BEACH ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมฯ
คนที่ 3 โดยชนะ คุณจำรัส ธาระ (พี่แชมป์)
2
คะแนน นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในการเลือกตั้งที่มีการโหวตเสียงและนับคะแนนอย่างเป็นทางการของสมาคมฯ ส่วนสมาคมฯภาคเหนือนั้นได้มีนายกสมาคมฯคนใหม่คือ
คุณเกียรติ
ศรีจอมขวัญ ในปีนี้ชาวใต้ได้เดินทางไปแข่งขันกีฬาประเพณีที่ซาน ฟรานซิสโก คุณอนุรักษ์ได้แต่งตั้งให้
คุณสุนทร เสียงสุวรรณ เป็นประธานแผนกกีฬาซึงได้เพิ่มกีฬาเทนนิสเข้าอีกประเภทหนึ่ง ดังนั้นจึงทำให้มีนักกีฬาเพิ่มขึ้นและมีผู้ติดตามไปร่วมชมการแข่งขันมากขึ้นด้วยโดยขับรถไปเป็นขบวนสนุกสนานมาก เหมือน การไป”ปิคนิค”ทางไกลในช่วงวันหยุด
3
วัน (คุณอนุรักษ์
ธนานันท์ ได้รับราชการมีตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอิตาลี ก่อนที่ท่านเกษียณอายุราชการ).....ÍèÒ¹µèÍ
|