สมาคมอีสานในแคลิฟอร์เนีย(3)
ปี 1982 คุณเกศแก้ว
ศรีมุกดาและสมาชิกสมาคมอีสานจำนวนหนึ่งร่วมประชุมที่วัดไทยลอสแอนเจลีสเพื่อหาอาสาสมัครเข้ามาบริหารสมาคมฯ
และลงมติเลือกให้คุณพิชัย
ประทุมรัตน์
เป็นนายกสมาคมอีสานคนที่
4ประจำปี 1982
คุณพิชัย ประทุมรัตน์เป็นชาวอีสานใต้จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดนี้มีคำขวัญว่าเมืองแห่งสุนทรีย์
รับสุรีย์แรกอรุณ
ถิ่นนักบุญแห่งบัวบาน
งานเทศกาลเข้าพรรษา
แหล่งอารยาก่อนประวัติศาสตร์ แต่ก่อนมาจังหวัดอุบลฯเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ขณะนี้ได้ยกฐานะจากอำเภอใหญ่ออกเป็นจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดยโสธร
จังหวัดอุบลฯมีพิธีแห่เทียนเข้าพรรษาที่ยิ่งใหญ่มาก
มีการประกวดต้นเทียน
2 ประเภทคือ
ประเภทติดพิมพ์
และประเภทแกะสลัก
พิธีแห่ต้นเทียนจะประกอบพิธีทุกปีในวันอาสาฬหบูชาบริเวณทุ่งศรีเมือง
มีมหรสพและการแสดงสมโภชน์ในตอนกลางคืนเป็นที่สนุกสนานมาก
คุณพิชัยเดินทางมาสหรัฐอเมริกาประมาณปี
1968 โดยมาหาความอยู่ดีกินดีเหมือนพวกเราทั้งหลาย
แต่คุณพิชัยโชคดีที่มีภรรยาคุณพรรณรำไพ
ประทุมรัตน์
เป็นพยาบาลจึงไม่มีปัญหาในเรื่องการเงินและความเป็นอยู่
คุณพิชัยเป็นราษฎรอาวุโสของแอลเอคนหนึ่ง
ทำงานช่วยสังคมในด้านดนตรี
ท่านเป็นหนึ่งในผู้เริ่มก่อตั้งวงดนตรีไทยที่วัดไทยลอสแอนเจลีส
และเปิดสอนดนตรีไทยและดนตรีสากลให้กับเด็กนักเรียนวัดไทยขณะที่ท่านเป็นกรรมการวัดอยู่
ขณะนี้ท่านเดินทางกลับไปใช้ชีวิตวัยทองที่ประเทศไทยเหมือนกับเพื่อนอาวุโสคนไทยทั้งหลาย
เนื่องจากคุณพิชัยเป็นกรรมการวัดไทยและคลุกคลีทำงานช่วยเหลือสังคมอยู่ที่วัดไทยแอลเอเป็นประจำ
ท่านจึงจัดงานสังสรรของสมาคมอีสานขึ้นที่วัดไทยลอสแอนเจลีส มีการแสดงจากชาวอีสานนำการเซิ้งต่างๆมาแสดงให้ชม
และคณะนักเรียนแผนกนาฏศิลป์และดนตรีโรงรียนพุทธศาสนาวัดไทยได้แสดงในงานหลายชุดทำให้งานมีสีสรรมากขึ้น
มีคนไปเที่ยวงานเหมือนไปเที่ยวงานวัดได้เงินจากการจัดงานสุทธิกว่า
6,000 ดอลลาร์ซึ่งฝากไว้กับวัดไทยลอสแอนเจลีสและขอเบิกมาใช้ในกิจกรรมของสมาคมฯในระยะต่อมา
หลังจากดำรงตำแหน่งครบ
1 ปี แล้ว สมาคมอีสานก็ประสบปัญหาขาดแคลนอาสาสมัครมาทำหน้าที่นายกสมาคมฯ
จึงทำให้ข่าวคราวและกิจกรรมของสมาคมฯขาดหายไป
ต่อมาปลายปี
1988 มีการประชุมขึ้นที่บ้านคุณทวี
ประยงค์รัตน์
สมาชิกจึงได้ลงมติเลือกคุณทวี
ประยงค์รัตน์เป็นนายกสมาคมอีสานคนที่
5 โดยแต่งตั้งให้คุณรังสิต
คงจันทร์ เป็นอุปนายกฯ
คุณทวี ประยงค์รัตน์
เป็นชาวนครพนม
หรืออีสานเหนือมีคำขวัญว่าพระธาตุล้ำค่า
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท
เรือไฟโสภา
งามตาฝั่งโขง จังหวัดนครพนมเป็นที่รวมของชน
7 เผ่าคือ ไทยอีสาน,ไทยย้อ,
ไทยแสก,ไทยโส้,
ไทยข่า, ไทยกะเลิง
หากพูดถึงนครพนมก็จะต้องนึกถึงเรณูนครซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งทางตอนใต้ของจังหวัด เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทยมีเอกลักษณ์ความเป็นชาวผู้ไทยที่ประทับใจผู้ไปเยี่ยมเยือน
จังหวัดนครพนมมีประเพณีไหลเรือไฟในช่วงเทศกาลออกพรรษาทุกปี
มีกิจกรรมแข่งเรือยาว
แห่เรือไฟบก
และปราสาทผึ้ง
นครพนมมีดอกมันปลาเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด
พนมแปลว่าภูเขา
จังหวัดนครพนมคือจังหวัดภูเขาที่มีสลับซับซ้อนหลายภู
คุณทวี ประยงค์รัตน์ทำงานร่วมกับสมาชิกสมาคมอีสานแต่มิได้จัดงานสังสรรเนื่องจากมีธุรกิจส่วนตัวมากโดยเฉพาะเรื่องกอล์ฟ
และเดินทางกลับไปทำงานที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
จึงแต่งตั้งให้คุณรังสิต
คงจันทร์ทำหน้าที่แทน
ซึ่งคุณรังสิตเป็นตัวแทนสมาคมอีสานฯร่วมกับสมาชิกไปร่วมงานต่างๆของสังคมไทยเป็นประจำ
เมื่อครบวาระ
1 ปีแล้วจึงจัดประชุมสมาชิกสมาคมอีสานกันครั้งใหญ่ที่วัดไทยลอสแอนเจลีสมีผู้ไปร่วมประชุมเกือบร้อยคนและลงมติเลือกให้คุณไสว
ทองกุล เป็นนายกสมาคมอีสานคนที่
6 ประจำปี 1989
คุณไสว ทองกุล
เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ
ศรีสะเกษแดนปราสาทขอม
หอมกระเทียมดี
มีสวนสมเด็จ
เขตดงลำดวน
หลากล้วนวัฒนธรรม มีดอกลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด
ศรีสะเกษเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวแต่เดิมมาที่มีชื่อเสียงมากในโลกคือเขาพระวิหารที่อำเภอกันทราลักษณ์
เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยได้สูญเสียเขาพระวิหารให้กับเขมรในปี
2502(1959) เมื่อแพ้คดีในศาลโลกที่เขมรได้เรียกร้องขอเขาพระวิหารคืน
ปราสาทเขาพระวิหารหรือภาษาเขมรเรียกว่าเปรี๊ยะ
วิเฮีย เป็นโบราณสถานสมัยขอมโบราณ
ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักซึ่งเป็นเขตกั้นดินแดนของประเทศไทยและเขมรหรือกัมพูชา
เป็นปราสาทหินศิลาแลงที่มีความวิจิตรงดงามจนได้รับสมญานามว่ามหามงกุฏแห่งเทือกเขาพนมดงรัก เป็นโบราณสถานอันล้ำค่า
อลังการแห่งศิลปกรรม
ผู้ที่ไปเที่ยวจะจดจำไปชั่วกาลนาน
เป็นที่ใฝ่ฝันของผู้ที่คิดจะไปเยือนในอนาคต
คุณไสวจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเทพ
โชตินุชิตจังหวัดศรีสะเกษ
และเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยครูบางแสน
ขณะที่ศึกษาอยู่ได้สอนหนังสือเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายด้วย
คุณไสวเดินทางมาสหรัฐ
อเมริกาเมื่อเดือนกันยายน
1972 ท่านเป็นหนึ่งในคณะก่อตั้งสมาคมอีสานฯเมื่อปี
1972 และเป็นกำลังสำคัญมากคนหนึ่งที่ช่วยค้ำจุนให้สมาคมอีสานได้ยืนหยัดอยู่ในสังคมไทยแอล.เอ.จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้คุณไสวยังเป็นนายกสมาคมครูแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้คนที่
2 ต่อมาจากคุณเกษม
พิมานมาศ ซึ่งดำเนินการมาหลายปี
น่าเสียดายที่ไม่มีการรื้อฟื้นสมาคมครูขึ้นมาอีกเนื่องจากทุกคนมีภาระรัดตัว
คุณไสวมีญาติพี่น้องลูกหลานเกิดที่นี่และที่เดินทางมาตั้งหลักฐานอยู่ที่สหรัฐฯโดยเฉพาะในเขตใกล้เคียงเมืองลอสแอนเจลีสหลายสิบคน
เมื่อมาอยู่สหรัฐได้ระยะหนึ่งคุณไสวได้เข้าศึกษาต่อที่
Long
Beach State College (California State University at Long Beach ปัจจุบัน)
ได้รับปริญญาโทด้านการศึกษา
หลังจากนั้นทำงานส่วนตัวด้านก่อสร้าง
ซ่อมแซมบ้านแล้วขาย
คุณไสวเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งวัดบุญญาวาส เมืองLynnwood
อีกด้วย
ในช่วงของการดำรงตำแหน่งนั้นคุณไสวจัดงานอีสานบอลล์ขึ้นที่ Los Angeles Convention Center มีการประกวดเทพีอีสาน มีผู้เข้าประกวดหลายคน
มีการนำประเพณีแห่บั้งไฟพญานาค
ทำรูปจำลองพญานาคมาแห่ในงานมีสาวๆแต่งตัวชุดประจำภาคที่สวยงามออกมาร่วมขบวนและรำเซิ้งประกอบทำให้บรรยากาศของงานมีชีวิตชีวาสนุกสนานเพลิดเพลินยิ่ง
ทั้งนี้มีการจำหน่ายฉลากบัตรชิงโชคทำให้ได้รับผลกำไรมาก
มีผู้ไปร่วมงานกว่า
600 คนได้กำไรสุทธิกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญ
ซึ่งเงินจำนวนนี้นำไปบริจาคเป็นค่าอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนในจังหวัดต่างๆของภาคอีสานทุกจังหวัด
อันเป็นวัตถุประสงค์หลักของสมาคมอีสานแห่งแคลิฟอร์เนีย
คุณไสว ทองกุลเป็นคนใจบุญสุนทาน
เมื่อเป็นนายกสมาคมฯและจัดงานก็มีผู้ให้ความสนับสนุนอย่างท่วมท้น
ท่านจะไปทำบุญตามวัดต่างๆเท่าที่โอกาสจะอำนวย
ดังนั้นสมาคมอีสานในยุคนี้จึงเริ่มมีชีวิตชีวาและได้ร่วมกิจกรรมกับสังคมไทยมากขึ้น
คุณไสวชอบเล่นกอล์ฟเช่นเดียวกับศรีภรรยาคุณเพ็ญศรี
ทองกุลได้จัดกอล์ฟการกุศลหาเงินเข้าสมาคมเพื่อนำไปใช้ช่วยเหลืออาหารกลางวันเด็กๆต่อไปโดยแต่งตั้งให้คุณรังสิต
คงจันทร์เป็นประธานจัดการแข่งขัน
นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมร่วมกับสมาคมครูซึ่งท่านเคยเป็นครูอาสาสมัครสอนอยู่ที่วัดไทย
มีคุณครูนภาณี
คูภิรมย์, คุณโกวิท
โพธิธนัง ฯลฯช่วยสอนอยู่ด้วย
นับเป็นการทำงานช่วยสังคมไทยอีกประการหนึ่ง
สมาคมอีสานในยุคนี้จึงเป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยมาก
ขณะนี้คุณไสว
และคุณเพ็ญศรีภริยาที่เป็นพยาบาลมากว่า
30 ปี ได้เกษียณอายุ
มีหน้าที่เลี้ยงหลานและออกรอบเล่นกอล์ฟตามประสาคนในวัยทอง
แต่ก็ไม่ได้ละเว้นการไปร่วมงานสังคมจึงขอเคารพในน้ำใจที่มีต่อสังคม
ไทยในฐานะหนึ่งในผู้อาวุโสของสังคมไทยที่นี่
สมาชิกชาวอีสานจะไม่ค่อยเผยตัวออกมาด้วยสาเหตุส่วนตัวบางประการ
ผู้เขียนมีความเห็นว่าชาวไทยทุกคนที่เดินทางมาอยู่ที่นี่
มีสิทธิ์เสรีภาพและความเป็นอยู่ทัดเทียมกัน
การพัฒนาบุคคลจากทุกภาคไม่มีใครด้อยกว่ากัน
เมื่อได้พบหรือโทรศัพท์พูดคุยกับอดีตนายกสมาคมอีสานฯทุกคน
ท่านทั้งหลายได้ฝากมาบอกว่าพวกเฮาซาวอีสานทั้งหลาย
ออกมาซ้วยฮ่วมสร้างสมาคมอีสานฯของเฮาให้รุ่งเรืองอยู่ในสังคมไทยที่นี่กันต่อไปเด้อ
มีแฮงน้อยๆหลายแฮงรวมกัน
จะได้ซ้วยค่ำซ้วยยันให้สมาคมฯไปโล๊ดอีหลีเด้อ
หล่าเอ้ย
(โปรดติดตามฉบับต่อไป)......อ่านต่อ
|