Editor Editor Immigration American Way Interview Column Tubna Business-Society Business Society Special Report Sport Letter to Editor Letter from Thailand Cartoon Veera Shopping
 
 
 
 
 
         
 
 
 
นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าว APN ที่สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.ในระหว่างเดินทางมาประชุมทีมประเทศไทยและเปิดงานไทยนิวเยียร์ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2006
 นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล(กลาง)เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ถ่ายภาพร่วมกับกงสุลใหญ่อิสินธร สอนไว (2 จากซ้าย)และสายธาร เดชาติวงศ์ บก.ข่าว APN ( 2 จากขวา) ที่สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.
 
 
     
 
è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãË­è-----------------------------------------

คนไทยเดือดร้อนแจ้งมายัง สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ได้

วีระศักดิ์ ฟูตระกูล
เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

โดย สายธาร เดชาติวงศ์

ผู้สื่อข่าวAPN มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ออท.วีระศักดิ์ ฟูตระกูล ในโอกาสที่ท่านเดินทางมาลอสแอนเจลิสระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 2 เมษายน 2006 เพื่อเข้าประชุมกับทีมไทยแลนด์และร่วมงานไทยนิวเยียร์เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล ครั้งที่ 3 มีประเด็นที่น่าสนใจมากมายดังต่อไปนี้

  ประวัติการทำงานของท่าน ก่อนที่จะมาเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ

 เคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำพม่า แคนาดา และกลับไปเป็นอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก จากนั้นมาเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา ต่อมาไปรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และออกมาเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ก่อนจะมาเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ

:ความรู้สึกที่ได้มารับตำแหน่งนี้

 รู้สึกดีใจที่ได้มาที่สหรัฐฯ อาจจะเหมือนกับคนไทยอีกหลายคน เพราะเคยมาเรียนหนังสือที่นี่ตั้งแต่อายุ 15 จบไฮสคูล ปริญญาตรีและโทที่นี่ ก่อนที่จะไปรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ และเคยกลับมาครั้งหนึ่งเมื่อปี 1984 – 1986 โดยรับราชการอยู่ที่คณะทูตถาวรไทยประจำสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ค และที่สถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้กลับมาทำงานที่นี่อีกหลังจาก 20 ปี เหมือนกับได้กลับบ้าน จึงรู้สึกยินดีเพราะสหรัฐฯ ถือว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญมากต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของไทย และเป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านความมั่นคงสูงที่สุดในโลก

:อยากให้ท่านช่วยเล่าถึงบรรยากาศที่ไปเข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 บรรยากาศค่อนข้างเร่งรัด เพราะมีทูตทั้งหมด 14 คน เรามีเวลาคนละ 4 นาที เพราะฉะนั้นจงไม่มีเวลาอ่านสุนทรพจน์ แต่มีการแลกเปลี่ยนสุนทรพจน์กันระหว่างท่านประธานาธิบดีกับผม และมีการทำพิธีมอบสาส์นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่ทรงแต่งตั้งผมเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ

ท่านประธานาธิบดีเป็นคนที่น่ารักและ warm มาก ท่านก็ฝากให้ผมนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯถึงความปรารถนาดีและความระลึกถึง ท่านได้กล่าวถึงความประทับใจที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเมื่อครั้งเดินทางไปประเทศไทยเพื่อไปร่วมประชุมเอเปค หลังจากนั้นได้ฝากความระลึกถึงท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่จบมหาวิทยา ลัยในเท็กซัสและถือว่าเป็นFellow Texas

หลังจากนั้นได้ยืนยันถึงความร่วมมือที่รัฐบาลสหรัฐฯจะให้กับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาเรื่อง FTA ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จลุล่วงไปได้ภายในปีนี้ อันนี้จะเป็น Landmark agreement อีกอันหนึ่งที่เราจะมีกับสหรัฐฯ เพราะปัจจุบันสัญญาที่เรามีกับสหรัฐฯมีมานานถึง 40 ปีแล้ว

:นับตั้งแต่วันนี้ ท่านมีแนวนโยบายในการทำงานอย่างไรบ้าง

งานของสถานทูตไทยในสหรัฐฯและรวมถึงสถานกงสุลใหญ่ฯทั้งหมดมีหลายมิติ มิติแรก คือกรอบความสัมพันธ์ใหญ่ มีความสัมพันธ์ทางด้านความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ นอกจากนั้น เรามีคนไทยอยู่ในสหรัฐฯหลายแสนคน ดังนั้นต้องพยายามประสานงานในมิติต่างๆเพื่อส่งเสริมและรักษาความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐฯ

ทางด้านความมั่นคง เรามีความร่วมมือด้านทหารที่มีมานาน กองทัพของเราได้ใช้อาวุธของสหรัฐฯมาตลอด และสหรัฐฯกับไทยเป็นพันธมิตรสนธิสัญญาในการช่วยป้องกันซึ่งกันและกัน และขณะนี้ได้ร่วมมือกันเกี่ยวกับสงครามต่อต้านการก่อการร้าย

มิติที่สองคือเรื่องเศรษฐกิจ สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีความสำคัญมากทางเศรษฐกิจของไทยเพราะเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญอันดับหนึ่งของไทย ดุลการค้าที่เราได้จากสหรัฐฯเป็นการช่วยอย่างมากไม่ให้เราขาดดุลกับทั่วโลก เพราะฉะนั้น FTA จะเป็นเรื่องสำคัญที่จะรักษาและขยาย Market Share ของเราในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันเราก็มองประเทศคู่แข่งของเรา อย่างเกาหลี มาเลเซีย ซึ่งปีนี้กำลังของเจรจา FTA กับสหรัฐฯเช่นเดียวกัน แต่ดำเนินการขอหลังจากเรา คาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้เช่นเดียวกัน

ฉะนั้นปีหน้า หากเจรจาสำเร็จก็จะมีข้อตลกลงทางการค้าจากเอเชีย 3 ฉบับเข้าไปในรัฐสภาสหรัฐฯ ถ้าเผื่อว่าเราไม่สามารถเจรจา FTA กับสหรัฐฯได้ จะทำให้คู่แข่งของเราเข้ามาขยาย Market Share ในสหรัฐฯได้ ยกตัวอย่าง ปัจจุบันเราเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 19 ของสหรัฐฯ ถ้าเจรจา FTA สำเร็จ มีการคำนวณกันแล้วว่า เราจะเลื่อนจากอันดับที่ 19 เป็นอันดับ 10 ของสหรัฐฯ แต่มาเลเซียปัจจุบันเป็นอันดับ 10 ของสหรัฐฯ ถ้าเจรจา FTA สำเร็จ เขาจะก้าวไปสูงกว่าเราเยอะ ทำให้ทิ้งช่วงห่างจากเรา ทำให้เราต้องพยายามเจรจา FTA ให้สำเร็จ

ในด้านวัฒนธรรม เราพยายามส่งเสริมให้สหรัฐฯเข้าใจถึงวัฒนธรรมของเราให้มากที่สุด วิธีที่ง่ายที่สุดคือ อาหารไทย เพราะแพร่หลายทั่วสหรัฐฯ เราพยายามทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยการส่งเสริมให้คณะกรรมการด้านอาหารจัดส่งพ่อครัวแม่ครัวมาฝึกลูกมือในสหรัฐฯให้ทำอาหารไทยแท้ ปัจจุบันเห็นว่าลูกจ้างคนไทยหายากมาก ต้องจ้างชาวเม็กซิกัน อาจเจรจาให้พ่อครัวแม่ครัวไทยเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯได้สามเดือนหกเดือน นอกจากนี้จัดให้มีการส่งเสริมการแข่งขันทำอาหารไทย มีการโฆษณาและเชิญนักวิจารณ์ด้านอาหารของสหรัฐฯเข้ามา อันนี้เป็นวิธีที่เราพยายามจะทำ

ด้านการดูแลคนไทยถือว่าเป็นหน้าที่หลักของสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ฯต่างๆ เรากำลังขยายช่องทางให้คนไทยสามารถเข้ามาทำงานในสหรัฐฯได้มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นในแพคเกจการเจรจากับสหรัฐฯ เราได้เรียกร้องให้มีการขยายวีซ่าสำหรับ Professional จากปีละ 300 เป็น 6,000 ต่อปี อันนี้ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้คนไทยมาทำงานที่สหรัฐฯได้ง่ายยิ่งขึ้น และคนไทยในสหรัฐฯที่จบการศึกษาที่นี่ แล้วอยากทำงานต่อก็สามารถจะใช้วีซ่านี้ได้ คือสามารถเปลี่ยนจากวีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าทำงานนี้ได้

และเรื่องไอดีของคนไทย (Thai ID)ได้มีการประชุมระดับสูงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีการจัดตั้งคณะทำงานแล้วเพื่อศึกษาระเบียบต่างๆทั้งภายในและของสหรัฐฯ เพื่อกำหนดระเบียบที่จะออกไอดีให้คนไทย เพื่อช่วยให้ไปใช้กับแบงค์ หรือโรงพยาบาลต่างๆได้ เรากำลังดูว่าในอนาคตจะจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยคนไทยในกรณีถูกดำเนินคดี หรือเรื่องอะไรต่างๆ เพราะในขณะนี้เรามีกองทุนช่วยคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากที่ต้องการกลับเมืองไทย แต่เรายังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะช่วยคนไทยถ้าหากโดนจับ และไม่มีญาติพี่น้อง เราจะช่วยประกันตัวออกมาให้ ถ้าคนไทยเดือดร้อนที่ไหนขอให้แจ้งมายังสถานทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ฯ เพราะเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว

ในเคสแรกที่ผมมาถึง ได้ช่วยคนไทยที่ถูกจับข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย และถูกจำคุกมาเดือนหนึ่ง และไม่ยอมให้ติดต่อกับสถานกงสุลใหญ่ฯ เราจึงแจ้งไปยังทางการสหรัฐฯให้ติดต่อกลับมา เราจึงไปดำเนินเรื่องที่Homeland Security ว่าคนนี้เป็นคนไทย ไม่น่าจะมีชื่ออยู่ จึงได้รับการปล่อยตัวทันที อันนี้เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นในรัฐยูท่าห์

:อยากทราบถึงความคืบหน้าที่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภามาทรงงานณ สถานเอกอัครราชทูตและคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก 

ปัจจุบันพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงงานอยู่ที่คณะผู้แทนถาวรไทย นิวยอร์ค ทรงดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการเอก และทรงเตรียมที่จะเสด็จไปประชุมที่กรุงเวียนนา ก็เป็นที่น่าชื่นชมที่พระเจ้าหลานเธอฯทรงเลือกกระทรวงการต่างประเทศ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงของกระทรวงฯ

:ท่านได้รับการติดต่อจากทางรัฐบาลไทยให้ช่วยประสานงานกรณีดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่เป็นผู้สมัครของไทยเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการของสหประชาชาติอย่างไรบ้าง

ผมได้มีโอกาสไปประชุมกับท่านร่วมกับเอกอัครราชทูตของประเทศอาเซียนต่างๆ เพราะท่านเป็นผู้สมัครของอาเซียนทั้งหมด ทางสถานทูตไทยได้จัดให้ท่านหารือกับทูตของอาเซียน เพื่อให้ช่วย

ล็อบบี้ให้เราอีกทางหนึ่ง หลังจากนั้น ได้จัดให้ท่านพบกับคณะทูตของประเทศที่อยู่ในเปอร์เชียนกัล์ฟทั้งหมด ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับไทย และมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ เพื่อให้เขาช่วยพูดให้สหรัฐฯช่วยสนับสนุนผู้สมัครของเรา

ขณะนี้เท่าที่ผมทราบ ท่านได้รับเสียงสนับสนุนจากประเทศต่างๆในโลกประมาณร้อยกว่าประเทศแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นประเทศ 5 มหาอำนาจที่ทำการโหวตโดยตรง แต่ในที่สุด Choice ของ Perm 5 ก็จะต้อง Validate โดยการโหวตใน General Assembly ซึ่งประเทศเหล่านี้ทั้งหมดก็จะร่วมโหวตด้วย การที่ได้เดินทางไปแนะนำตัว ประเทศเหล่านั้นสามารถบอก Perm 5 ว่าเขารู้จักผู้สมัครของไทย และสนับสนุนไทย

:จากการที่มีกลุ่มคนไทยออกมาเคลื่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย และมีความเป็นห่วงบ้านเมืองอย่างมาก ท่านมีคำแนะนำอย่างไร

ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิของคนไทยที่จะใช้ Freedom of Expression ทั้งรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯและของไทยมีบทบัญญัติใน Bill of Rights จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยในปัจจุบันเป็นครั้งแรกที่มีการบัญญัติสิทธิของประชาชนเข้าไปมากที่สุด มีการกล่าวไว้ถึงการแสดงความคิดเห็นโดยเสรี และการที่มีประชาชนมาแสดงความคิดเห็นที่สถานกงสุลใหญ่ฯหรือสถานทูต เราก็ยินดีรับฟัง และยินดีนำส่งให้ทางฝ่ายรัฐบาลไทยได้ทราบ เพียงแต่อยากฝากไว้ว่า ในแง่หน้าที่ของสถาทูตในการดำเนินความสัมพันธ์กับต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือภาพลักษณ์ของไทย ปัจจุบันในการพยายามชักจูงนักลงทุนจากต่างประเทศให้ไปลงทุนในไทย สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ดูนอกจากเรื่องแรงงาน เรื่องภาษี ก็คือเรื่องที่ประเทศไทยมีกฎหมายที่มั่นคง ถาวร สร้างความมั่นใจให้เขาหรือไม่ ซึ่งกฎหมายต่างๆที่มีอยู่เรื่องการส่งเสริมการลงทุนมีความเกี่ยวพันกับกฎหมายรากฐานของเรา คือ รัฐธรรมนูญไทย

ฉะนั้นถ้าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญไทย คือรักษาให้มีความมั่นคง นักลงทุนในต่างประเทศจะมองว่า ประเทศไทยยังเป็น Government of Laws และมี Rule of Laws อยู่ในประเทศไทย ก็ขอฝากให้เป็นข้อคิดว่าถ้าเราจะพยายามรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยว่ามี Rule of Laws และรัฐบาลของไทยเป็น Government of Laws ก็จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าเขาสามารถพึ่งกฎหมายของไทยและให้ความคุ้มครองเขาได้

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy