อีก 5 ปี 10 ปีอาหารไทยไม่ดังระเบิดก็ให้มันรู้ไป
อิสินธร สอนไว
กงสุลใหญ่แอล.เอ.


คณะได้พบกับพลเรือเอกวิลเลียม ฟอลเลน(William Fallen) ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคพื้นแปซิฟิก

ทราบว่าช่วงที่ผ่านมาท่านไม่ค่อยจะได้อยู่สถานกงสุลใหญ่  อยากให้เล่าเรื่องที่เดินทางไปพบเห็นมา

ช่วงเดือนที่ผ่านมา(มิถุนายน 2005)ผมไปรัฐอลาสก้า เมืองแอนเคอเรจ เป็นการพบปะกับทาง City และนักธุรกิจท้องถิ่น ทางโน้นเรามี niche market อยู่พอสมควร เราก็ต้องไปโปรโมท  ขณะเดียวกันในด้านการโปรโมทเศรษฐกิจการค้ามันก็ต้องเป็นแบบ 2 ทาง สิ่งที่เราต้องการจากเขาก็คือการนำเข้าสินค้าของเราเข้ามามากขึ้น ทั้งๆที่เขาก็นำสินค้าจากเอเชียเข้ามาอยู่แล้ว แต่ของเรายังไม่มากเท่าไหร่ เราเป็นคู่ค้าอันดับ 12 กับเขา  ในบรรดารัฐทั้งหลายในสหรัฐ  หากพูดถึงแง่ของทางเรือก็ดี ทางเครื่องบินก็ดีมันใกล้ไทยมาก นักท่องเที่ยวของเขาก็มีโอกาสที่จะไปเมืองไทยเพราะทั้งรัฐเขามีคนกว่า 1 ล้านคน 

ส่วนที่ผมไปพบนั้นไปพบกับองค์กรที่เรียกว่า Economic Development Corporation  เขาก็เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการธุรกิจที่จะทำมาค้าขายกับเมืองไทยมาคุยรวม 8 ราย ถามว่าเราจะขายอะไรให้เขาได้บ้าง แน่นอนเรามีเครื่องอุปโภคบริโภคขายได้แน่นอน แม้กระทั่งสินค้าพวกอาหารกระป๋อง อย่างเช่นพวกแซลมอน คือพวกแซลมอนที่จับในเขตแปซิฟิกนั้นจะส่งไปเมืองไทย จากนั้นเราก็นำไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องส่งกลับมาขายให้อเมริกา  อย่างอื่นอีกมากรวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย

ขณะเดียวกันสิ่งที่เขาอยากจะขายเพิ่มเติมให้เราก็คือปลาแซลม่อนซึ่งมันมีแซลม่อนแปซิฟิกกับแซลม่อนแอตแลนติก  เราก็ไปบอกเขาว่าทำไมเราจะต้องไปซื้อแซลมอนจากแอตแลนติกหรือทางสแกนดิเนเวียนในเมื่อทางนี้ใกล้กว่า แซลมอนมันมีอยู่ 4 อย่างเช่น king, pink, coco เป็นต้น  คิงแซลมอนของเขามีคุณภาพสูงมากโดยเฉพาะในเขต Copper River   อีกอย่างหนึ่งก็มีนักธุรกิจในเขตเบย์แอร์เรียทางซานฟรานซิสโก สนใจที่จะไปทำการค้ากับเขาด้วย เราก็แนะนำให้

นอกจากนี้เขายังมีสินค้าที่จะจำหน่ายให้กับเราเช่นพวกสินแร่และพวก Jade เราเองก็ต้องการอยู่  สามารถส่งกันทางเรือได้

จากนั้นผมไปพบกับทาง University of Alaska ซึ่งเราเห็นว่าความร่วมมือกันทางด้านนี้น่าจะมีมากขึ้น อาทิเช่นโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา,อาจารย์และนักวิจัยของทั้งสองฝ่าย  เขาเองถนัดด้านอากาศหนาว  เราเองถนัดอากาศร้อน  ทางมหาวิทยาลัยบอกว่าพร้อม  เราเองก็ให้เขาจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปประเทศไทย   เรายังแนะนำเขาด้วยว่ามหาวิทยาลัยหรือสถาบันไหนในเมืองไทยเก่งทางด้านไหนบ้าง

ผมยังได้ไปพบกับ mayor ของเมืองแอนเคอเรจ  เท่าที่ทราบตอนเกิดสึนามินั้นเขาได้ส่งเงินและอาสาสมัครไปช่วยผู้ประสบภัยมากทีเดียว สิ่งที่เรามุ่งเป้าหมายไปพบเขาก็คือ1.ต้องการไปเรียนรู้จากเขาในเรื่อง Tsunami, disaster 2. การจัดการปัญหาอาชญากรรม 3.สิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 3 ประการนี้ อลาสก้ามีประสบการณ์ที่สูงมาก

เขายังบอกกับเราว่าเขาอยากไปทำธุรกิจเช่นเรื่องรถยนต์กับเครื่องบินเล็กสะเทิ้นน้ำ  ผมก็แนะนำว่าโอกาสของเขามีเพราะเครื่องบินเล็กสะเทิ้นน้ำนั่งได้ 5-6 คน  เราอาจจะใช้บินระหว่างหัวหินกับพัทยา อาจนำไปมาใช้เป็นเครื่องบินท่องเที่ยวได้  บางคนที่ไปจากต่างประเทศอาจมีเวลาไม่มากนักเช่นอยากไปเที่ยวทางใต้เกาะสมุยแต่อยู่กรุงเทพฯเราอาจใช้เครื่องบินเล็กสะเทิ้นน้ำได้  ผมเองก็บอกว่าสถานกงสุลใหญ่ยินดีที่จะช่วยประสานในเรื่องนี้ให้  ผมยังได้ไปดูด้านท่าเรือและสนามบินของแอนเคอเรจ คือตอนนี้เขาเริ่มสร้างสนามบินแบบ 3 รันเวย์อันแรกอาจใช้เพื่อการพาณิชย์ อันที่สองใช้เพื่อการทหารและรันเวย์อันที่สามจะสร้างเพื่อรับเครื่องบินจัมโบ้ Airbus 380

เมื่อสอบถามถึงคนไทยในอลาสก้า

                ตอนผมไปนั้นก็มีการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฝ่ายธรรมยุต  มีพระไปกันมากรวมทั้งท่านเลขาธิการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติก็มาด้วย  คนไทยที่อลาสก้ามีประมาณ 500 คน มีวัดไทยอยู่ 2 วัด  ห้องอาหารไทยที่แอนเคอเรจประมาณ 10 ร้าน   อาชีพที่คนไทยทำกันก็มีหลายอย่างเช่นเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านทันตกรรม ทำเกี่ยวกับท่อส่งน้ำมัน ร้านอาหารและธุรกิจส่วตัว  เท่าที่ผมได้พูดคุยกับคนไทยที่อยู่ที่นั่น รัฐนี้มีคนน้อย ทางรัฐจึงล่อใจให้คนไปอยู่ด้วยการให้ Bonus ประจำปีแก่ resident ของเขาบางปีก็ได้เป็นหมื่น บางปีได้เป็นพันดอลลาร์

ทราบว่าท่านเดินทางไปฮาวายด้วย

                ไปกับท่านทูต(กษิต ภิรมย์) และคณะ ซึ่งที่ฮอนโนลูลูเราไปพบกับพลเรือเอกวิลเลียม ฟอลเลน(William Fallen) ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคพื้นแปซิฟิกและยังเป็นผู้บัญชาการทหารภาคพื้นแปซิฟิกคือบังคับบัญชาทั้งทหารเรือ ทหารอากาศและทหารบก  มีการพูดคุยกันถึงเรื่อความร่วมมือทางทหารในส่วนนี้ผมจะไม่ขอพูดถึงเพราะเป็นเรื่องทางทหาร  แต่เมื่อไปถึงเขาก็จัดแถวกองเกียรติยศให้การต้อนรับเราอย่างดี  ไปที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์

 


การเข้าพบปะกับรองผู้ว่าการรัฐฮาวาย(ยึนกลาง)

 

 

หลังจากนั้นเราก็ไปพบกับ ลินดา ลินด์เกิ้ล ผู้ว่าการรัฐฮาวายและเจมส์ อาอิโอน่า รองผู้ว่าการรัฐ  เราก็พูดคุยกันทุกเรื่องทั้งด้านการค้า เศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว ทุกรูปแบบ  เราก็ไปบอกเขาด้วยว่าตอนนี้สมาคมไทยฯของเรา ชุมชนไทยของเรามีตัวตนอย่างเป็นทางการ เราจึงขอความร่วมมือ แล้วก็เล่าพัฒนาการต่างๆของไทยให้เขาฟัง  เขาเองก็เคยไปเที่ยวเมืองไทยมา  จากนั้นเราก็ไปที่ East -West Center   ตอนเย็นก็ไปพบกับชุมชนไทยที่นั่นเหมือนกงสุลสัญจร 

 มีคนไทยมากหรือไม่ครับ

                ประเมินว่าระหว่าง 1-2 พันคนไม่ต่ำกว่าพันคน มีวัด 2 วัด  คนงานไทยที่เป็น Legal Worker มีประมาณกว่า 100 คน เขามาอย่างถูกต้องมาด้วยวีซ่า H2 B  ก็ไปพบกับชุมชนไทยตอบคำถาม เล่าเรื่องต่างๆเขาจะมีปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหาร เรื่องสัญชาติ เรื่องแต่งงาน เรื่องหย่า สาระพัด ก็ตอบกันจนหมดภูมิทั้งสองฝ่าย

ส่วนใหญ่เป็นปัญหาหลักๆที่เขาสนใจ

ปัญหาหลัก โดยภาพรวมไม่มีหากเทียบกับที่อื่นมีปัญหาน้อย แต่สิ่งที่เขามีปัญหาการที่เขาไม่อาจหาหน่วยราชการไทย ช่วยเหลือได้ คือพูดง่ายๆไม่มีที่พึ่ง อันนี้คือปัญหาหลักของเขา ไม่รู้จะไปไหน กงสุลกิติมศักดิ์มีข้อจำกัดในการทำงาน อย่างเช่นจะเลือกตั้งก็ไม่รู้จะไปลงที่ไหน  เคว้งไม่มีหลักยึด  อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรมาก เช่นเด็กไทยที่เกิดที่ฮาวายไม่มีสูติบัตร ไม่มีพาสปอร์ต เรื่องเหล่านี้แก้ไขได้ทั้งนั้น พอเราบอกไปที่เขาถามมาแล้วก็ให้เขาจด ทำตามขั้นตอนที่เราบอก  ก็จะไม่มีปัญหา บางคนก็ถามว่าเผื่อไม่ได้ละ  ผมก็บอกว่าหากทำตามขั้นตอนที่บอกรับรองว่าทำได้ร้อยเปอร์เซนต์

ฝรั่งบางคนอยากจะไปอยู่เมืองไทยถาวร  ก็ถามว่าต้องไปลงทุนเท่าไหร่ ผมก็ถามว่า You อายุเท่าไหร่ เขาบอกว่า 55-56 แล้ว   เราก็ตอบว่าสบายมากเลย  ผมก็ถามว่าที่มานี่ใครชวนมา เขาบอกว่าภรรยาชวนมาก็ถามว่าอยู่ไหน นั่งอยู่ข้างๆ ก็ในเมื่อภรรยาของคุณเป็นคนไทยยิ่งง่าย ผมก็บอกว่าคุณมี 2 วิธีคือ 1.จดทะเบียนกันก็ขอวีซ่าแบบคู่สมรส  2. หากอยากไปอยู่แบบ Long Stay ก็ได้พออายุ 50 ขึ้นไปมีบำนาญไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงต้องห้าม   ผมก็บอกให้เขาเข้าไปเว็บไซท์ของสถานกงสุล  ที่จริงฮาวายไม่ใช่เขตของผมนะ  แต่ตอนนี้ท่านทูตได้มอบหมายให้ทางแอล.เอ.ดูแล 3 เรื่องกับ East-West Center, Tsunami และเรื่องแรงงานคือการปกป้องคุ้มครองแรงงานไทยที่อยู่ที่นั่น  ความจริงทางสถานทูตก็ได้ขอให้สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.ดูแลฮาวายอีกรัฐ  แต่ทั้งหมดจะต้องมาดูภาพร่วมใหญ่เสียก่อน

ได้พบกับคนไทยที่นั่นก็เคลียร์กันเยอะ  ตอนนี้มีสมาคมไทยฯก็ช่วยได้มาก พวกคุณถามทางสมาคมไทย(แห่งฮาวาย)  สมาคมฯก็จะติดต่อมาที่สถานกงสุลใหญ่

พอวันรุ่งขึ้นเราไปเจอกับ มิสเตอร์ไบรอัน วู เป็น Executive Assistant Mayor of Honolulu คนนี้เคยเป็นกงสุลใหญ่อเมริกันประจำชองชิง ประเทศจีน  เขาเป็นคนเชื้อสายเกาหลี  แต่ที่นั่นนักการเมืองท้องถิ่นจะเป็นพวกเชื้อสายเอเชียเช่นญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลี จีน  คนขาวกับคนญี่ปุ่นเท่ากันคือคนญี่ปุ่น 22% คนผิวขาว 22 % คนฟิลิปปินส์ เป็นต้น   เราคุยกันได้น้ำได้เนื้อ ฝากเขาเรื่องสมาคมไทยฯเขาเคยไปเมืองไทย เป็นคนที่ nice มาก เขาบอกว่าเรื่องการท่องเที่ยวนี่เขาก็เรียนรู้จากเราได้มากทีเดียว  ตกเย็นเขามาเป็นตัวแทนของเมเยอร์  เขาทำหน้าที่แทนได้เลย ถือเป็นมันสมอง  เวลาเราติดต่อไปเขาถามว่าจะคุยเรื่องอะไร

 


พบกับ ดร.ชาร์ลส์  มอริสสัน ประธานของ East-West Center


คณะไปพบกับเจ้าหน้าที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิฮาวายเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ของฮาวาย

   

จากนั้นเราก็ไปพบกับดร.ชาร์ลส์  มอริสสัน ประธานของ East-West Center  เราไปคุยเรื่องความร่วมมือระหว่างไทยกับอีสต์-เวสต์ เซ็นเตอร์  มีการพูดถึงเรื่องการซ่อมสร้างศาลาไทยที่ในหลวงพระราชทานมาให้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว  ก็ผุพังไป  ระหว่างนั้นก็มีดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ท่านก็เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรม(ปีพ.ศ.2537)พี่ชายของดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ไปด้วย ไปออกแบบ  เราไปดูแล้วก็บอกว่า เรายกอันใหม่มาให้เลย สวยกว่าใหม่กว่าไม้ดีกว่าและถูกกว่า ตกลงตัดสินใจวันนั้นเลย  จะพยายามให้เสร็จทันฉลอง 60 ปีของในหลวงที่ครองราชย์

ต่อมาเราไปเยี่ยม Tsunami Warning Center  ได้พบกับคนเบอร์สองของสำนักงานแห่งนี้ แต่ก็ได้น้ำได้เนื้อมาก เขารู้ทุกอย่างเรื่องสึนามิ  เขาอธิบายว่าสำหรับฮาวายไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ไหน เช่นญี่ปุ่น รัสเซีย อลาสก้าหรือชิลี  อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นั้นฮาวายโดนหมดรับเละเลย  ผมเองก็เพิ่งทราบนี่ว่ามันไปถึงกันหมด  มัน across Pacific โดนหมด  เขาให้หนังสือมาเล่มหนึ่ง เขาบอกว่าหัวใจของการป้องกันสึนามิขึ้นอยู่กับการให้ความรู้แก่ประชากรว่าเราจะรับมือกับสึนามิอย่างไร  ไม่ใช่เรื่องของเครื่องมืออย่างเดียว เครื่องมือเป็นรอง  คือมันมีขั้นตอนของมันว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง เขาอธิบายแล้วเราเห็นภาพ

สรุปแล้ว ท่านทูต ท่านขอยังงี้ เอายังงี้ได้ไหมจะขอเชิญเขาไป รัฐบาลไทยจะรวบรวมเอาองค์กรหน่วยงานและบุคคลากรเกี่ยวกับสึนามิทั้งหมดมาฟัง เอาประสบการณ์ของเขาไปเล่าให้ฟัง เราถือว่าประสบการณ์เราน้อย  ผมก็ถามเขาว่ายังงี้ ช่วงที่ไม่มีชายหาดหรือไม่มีคนนี่จะทำยังไง  เขาก็ให้หนังสือมาเล่มหนึ่ง    ความรู้นี้จะต้องถึงประชาชน  เขาก็ถ่อมตัวบอกว่านายเขาเก่งกว่า  เราก็บอกว่าขนาดยูเราฟังเรายังนั่งอ้าปากหวอ  เขาพร้อมที่จะไป   และไหนๆเขาจะไปแล้วเราก็จะเชิญไปบรรยาย เขา  ท่านทูตก็คงจะนำเรื่องนี้เสนอต่อที่ประชุมทูตใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ที่กรุงเทพฯ

 หลังจากนั้นก็ไปร่วมพิธีเปิดสมาคมไทยแห่งฮาวายที่ City Hall ของฮอนโนลูลู คนไปกันเต็มฮอล  ที่ตั้งของสมาคมฯเขากำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ที่อยู่การติดต่อใช้เบอร์บ้านของนายกสมาคมฯไปก่อน  แล้วผมก็ไปเยี่ยมวัดไปได้วัดเดียว วันรุ่งขึ้นก็ไปเยี่ยม Polynesian Center  เป็นลักษณะงานทางด้านวัฒนธรรม

   


ท่านทูตกษิต ภิรมย์(2จากขวา)ขึ้นบนเวทีพร้อมด้วยสมาคมไทยแห่งรัฐฮาวายที่ตั้งขึ้นใหม


ในวันพิธีเปิดสมาคมไทยแห่งรัฐฮาวายมีมวยไทยไปโชว์แต่เป็นนักมวยพื้นเมือง


กงสุลอิสินธร สอนไว กับนายกสมาคมไทยแห่งฮาวายในวันพิธีเปิดที่ซิตี้ ฮอล ฮอนโนลูลู

     

ต่อมาเรายังไปเยี่ยมอรุณฟาร์ม  ขอไปดูการทำฟาร์มที่โน่นเป็นของคนไทย  คุณอรุณเขามีฟาร์มใหญ่อยู่รวมกันแล้วเกือบ 10,000 เอเคอร์ เรียกว่ามากกว่า 5 พันเอเคอร์ อยู่ชานฮอนโนลูลูสัก 20 นาทีได้ ไปดูฟาร์มของเขาก็มีปลูกถั่ว กล้วย พริกหยวก แตงโม ฮันนี่ ดิว หัวหอม แตงกวาอิตาเลียน บวบ  เขาส่งมาจำหน่ายที่นี่(แอล.เอ.)ด้วย

ผมก็ไปถามเรื่องปัญหาแรงงานที่บอกว่าคนไทยมาที่นี่แล้วไม่มีงานทำ  เขาเลยอธิบายให้ฟัง แต่เมื่อ ไปถึงไม่ต้องอธิบายเราก็ทราบ อย่างเช่นเราถามว่าพื้นที่ตรงนี้เอาไว้ทำอะไร ตรงนี้กำลังเตรียมการอีก 2-3 เดือนข้างหน้าจึงจะปลูก มีการพักที่เอาไว้  ปลูกตอนสิงหา-กันยายน  จะออกผลธันวาคมแล้วส่งเข้า Mainland คือส่งมาทางนี้  ตอนนี้เก็บเกี่ยวไปแล้ว คนงานก็ไม่มีงานทำ   คนงานของเขาก็มีคนงานไทย ฟิลิปปินส์ เปอโตริกัน  ถามว่ารับคนงานมาจากที่ไหน   เขาบอกว่าบริษัทชื่อไทเป อะไรสักอย่าง  เขาเคยใช้บริษัทอื่นแต่มีปัญหาเอาเปรียบคนไทยมากเกินไป   แต่ผมเข้าใจว่าเป็นบริษัทไทย-จีน

เรื่องแรงงานนี้เขาบอกว่าหากจ้างทั้งปีคงไม่มีงานให้ทำ  เขาต้องมาวางแผนว่าช่วงไหนต้องใช้คนงานเท่าไหร่ เขาต้องคำนวณกำไร-ขาดทุนด้วย  เมื่อเราไปดูแล้วก็โอเค.

มีคนงานไทยมากหรือไม่ที่นี่

                หลายสิบคน

เขามาจะคุ้มหรือเช่นมา 3 เดือนแล้วกลับออกไป

                เขาหมุนเวียนไปที่อื่น บริษัทส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาจะการันตี 9 เดือนในการมาทำงาน

คุณอรุณนี่มีอาชีพเกษตรกรรมามาก่อนหรือไม่

                เปล่าครับ  เท่าที่ทราบเขาเป็นคนกรุงเทพฯแล้วไปค้าขายที่ลาว  ที่หลวงพระบาง ก็ไปแต่งงานกับคนจีน-ลาว  หลังจากลาวแตกก็อพยพมาอยู่ที่นี่   พอมาใหม่ๆคุณอเล็กซ์ ซู  ซึ่งเป็นลูกชายของคุณอรุณตอนนั้นประมาณ 10 ขวบ  มาก็พูดภาษาไม่ได้ อาชีพก็คือทำเกษตรกรรม ในที่สุดทำมาจนประสบความสำเร็จ  สร้างตัวด้วยลำแข้งของตัวเอง  ผมไปดูโรงงานของเขามีห้องเย็น   ในห้องเย็นเขาเรียกว่าเป็นเครื่องเหมือน Vaccum   เอายังงี้หากไม่ทำวิธีนี้พืชผักที่ส่งออกจะเสียหายประมาณ 50 % เช่นที่ไทยมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้  พอเอาผักผลไม้ผ่านเครื่องนี้เข้าไป  ภายในครึ่งชั่วโมงมันจะซึมซับความเย็นเข้าไป อย่างแตงโมถูกซึมเข้าไป ความเย็นก็ซึมเข้าไปรักษาความเย็นไว้  หากจะไปใช้ระบบอื่นไม่ได้  เป็นเทคโนโลยี่ค่อนข้างใหม่  ตัวนี้ราคาประมาณ 6 ล้านบาท เมืองไทยก็ยังไม่มีใครสั่งเข้าไป เพราะว่าหากไม่ส่งออกได้ปริมาณมูลค่ามากก็ไม่คุ้ม  

คือเราขายสดที่บ้านเราก็หมดแล้ว

                อย่างโครงการหลวงนี่ หม่อมเจ้าภีศเดช (รัชนี) เป็นประธานท่านคงจะนำไปทำ  เมื่อนำไปใช้รักษาอุณหภูมิไว้ได้ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ  ตราบใดที่ภายใน 15-20 วันยังเมนเทนความสดไว้ได้ก็เป็นประโยชน์ทางการค้า  ตอนนี้เขาก็ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเกษตร  สรุปแล้วไปดูก็ได้ทั้งสภาพของแรงงาน ไปดูความเป็นไปได้ของฮาวายว่าจะผลิตผลไม้แข่งกับเราได้หรือไม่ เพราะภายในกลางปีหน้านี้เราจะส่งผลไม้สด 6 อย่างเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐ  ที่ฮาวายเขาก็ปลูกลำไยได้ ปลูกเงาะได้  ตรงนี้ผมไม่อาจให้ความเห็นว่ามันจะเป็นยังไง 

ทีนี้การปลูกผลไม้เหล่านี้ในฮาวายมันจำกัดในเรื่องเนื้อที่  จะต้องปลูกตามร่องภูเขา พื้นที่จำกัด  อย่างของเรา เงาะเราปลูกได้ 3 จังหวัดภาคตะวันออก  ทางใต้ก็ยังปลูกได้อีก  ส่วนของเขาที่เกาะฮาวายภูเขาไฟมี 2 ลูกก็เข้าไปค่อนเกาะแล้ว  ผมว่าถึงแม้เขาจะปลูกได้  คุณภาพก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ปริมาณเขาคงได้ไม่มาก ผมไม่อาจให้ความเห็นได้มาก  เมื่อก่อนเศรษฐกิจของเขาต้องพึ่งพาอ้อยกับสับปะรด   ตอนนี้เขาถูกตีมาก  และยังมีการแบ่งโซนใช้พื้นที่อีก ข้อจำกัดมันเยอะ

พอวันรุ่งขึ้นพบกับนักการเมืองของเขา 3 คน ญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย อายุ 30 เศษ ทุกคนคุยดีสนุกสนาน พวกนี้เขาไปเมืองไทยมาแล้ว  เขาไปพบกับอธิการบดีมช.เพราะเขาเป็นคณะกรรมาธิการด้านเกษตร  เขาพาผมเดินเข้าไปดูใน chamber ของเขา  และยังมีนักการเมืองอีกคนเป็นญี่ปุ่นเหมือนกันแต่เป็น generation ที่ 4 แล้ว  อยากทำธุรกิจกับไทย  ผมก็ถามเขาว่าขณะนี้เขาทำอะไร  ก็ทราบว่าเขาทำน้ำมันเสียให้เป็นน้ำมันดี   พวกนี้มองเมืองไทยเป็นบวกมาก   พอดีเขาก็รู้จักกับอเล็กซ์  ลูกของคุณอรุณ ก็แนะนำเราอีกต่อหนึ่ง

หมายความว่ายังไงครับทำน้ำมันเสียให้เป็นน้ำมันดี

                เอาน้ำมันเครื่องขี้โล้จากโรงงานอุตสาหกรรม นำมาผ่านกรรมวิธี จากนั้นก็กลั่นมาเป็นดีเซล  อันนี้เป็นเทคโนโลยี่ใหม่  ผมว่าการจะไปร่วมลงทุนทำน้ำมันเสียให้เป็นน้ำมันดีน่าสนใจมาก

หลังจากฮอนโนลูลูแล้ว  ผมก็ไปซีแอตเติ้ล ไปร่วมงาน Bite of Seattle อาจจะแปลว่างาน”ลองลิ้ม ชิมรส” เขาจะจัดทุกปีในช่วงกรกฎาคม  ปีนี้เขาจัดระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม ตรงบริเวณใจกลางซีแอตเติ้ลเลย ใต้ Space Needle  เป็นพาร์คใหญ่   อันนี้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของ Team Thailand เราจะโปรโมทการค้าการลงทุน ต้องเริ่มจากให้เขารู้จักเราก่อน  เราต้องรู้จักเราก่อน  ถ้าผมไม่รู้จักคุณไพสันติ์ นี่ผมจะไปลงทุนกับคุณไพสันติ์ก็เป็นไปไม่ได้  เราจะต้องแนะนำให้เขารู้จักก่อน เราเอาอาหารไทยเป็นตัวเปิดหน้าต่าง  จากนั้นอาหารจะนำมาซึ่งวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวจะนำมาซึ่งการค้า  และต่อไปก็เป็นการลงทุน เพราะฉะนั้นเพื่อให้สิ่งๆต่างเหล่านี้ประสบความสำเร็จ เราก็พยายามโปรโมทในเมือง 10 เมืองที่มีชุมชนไทยอยู่พอสมควร  เมืองที่มีคนไทย 2,000 คนขึ้นไปและมีร้านอาหารไทยตั้งแต่ 20 ร้านขึ้นไปจึงจะมีพลังจัดงานได้ 

เหตุที่ปีนี้ทางแอล.เอ. รัฐบาลเขาไม่ให้งบประมาณมาก็เพราะเขาต้องไปโปรโมทที่ต่างเมืองด้วย อันนี้เฉพาะเขตที่ผมรับผิดชอบเท่านั้นนะ  ไหนจะชิคาโก้,นิวยอร์กไหนจากวอชิงตัน  เขาจึงแบ่งงบประมาณไป เขาถือว่าแอล.เอ. คนมีพลังเยอะแล้ว ต้องไปแบ่งคนอื่นด้วย ผมเองอธิบายลำบากก็ขอไปแล้ว  ข้อเท็จจริงมันก็เป็นยังงั้น


หมึกแดง หรือม.ล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัฒน์ มาเป็นวิทยากรให้กับสถาบันสอนอาหารของสหรัฐ ในภาพกำลังสาธิตการปรุงอาหารที่ทำเนียบกงสุลใหญ่แอล.เอ.เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2005   

                ใกล้ๆที่จะถึงกำลังทำโครงการอีกอันหนึ่งเรื่องของ”ครัวไทยสู่โลก” คือรัฐบาลไทยต้องการโปรโมทอาหารไทยให้มันดังออกไปอีก ตอนนี้เราก็ Top 5 อยู่แล้วอยากให้มีร้านอาหารไทยเข้าไปอยู่ในภัตตาคาร 5 ดาว โรงแรม 5 ดาว ผมถามว่าแล้วจะให้เขาทำขึ้นมาเองนะหรือ ช่วยเปิดภัตตาคารไทยหรือนำอาหารไทยเข้าไปหน่อยได้ไหม มันไม่มีทางเลย สมมติว่าเขาพร้อม  แต่เขาก็ไม่สามารถส่งเชฟของเขามาเรียนกับเราได้  เราต้องส่งคนของเราเข้าไป  ทีนี้เราก็จะต้องซัพพอร์ตเขา อย่างเช่นปีที่แล้วเราก็ซัพพอร์ตสถาบันซีไอเอ (The Culinary Institute of America )เขาจัดงานอาหารเอเชีย 5 ชาติของเอเชีย เป็นงานที่นำเอาเชฟชั้นนำของอเมริกัน 500-600 คนมารวมอยู่สถาบัน CIA ที่นาป้า แวลเลย์ คือสถาบันนี้มีที่นาป้า แวลเลย์กับที่ไฮพาร์ค นิวยอร์ก

เชฟดังๆของอเมริกันต้องผ่านสถาบันนี้ เราก็เจาะเข้าไปเลย  เราส่งเชฟของเราเข้าไปก่อน  ท่านทูตกับผมก็ไปด้วย  เราไปออกร้านด้วย  ปีนี้เราก็จะทำ แต่ปีนี้เราเอาคุณหมึกแดงม.ล.ศิริเฉลิม สวัสดิ์วัฒน์  (ลูกชายของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์)มาสอน  เพราะเรารู้แล้วนี่ว่าอาหารไทยมันติดตลา ด  เชฟต่างๆก็อยากเรียน  แต่เรามีข้อแม้อันหนึ่งว่าขอให้ถ่ายทำวิดีโอไว้ในระหว่างสอนทำอาหาร   แล้วนำขึ้นเว็บไซท์ของ CIA เพราะเรารู้ว่าเว็บไซท์นี้ปีหนึ่งมีคนดูเป็นล้านๆคน เขาจะไม่ดูอาหารไทยบ้างก็ให้มันรู้ไป

ที่แคลิฟอร์เนีย หลังเสร็จจากนาป้าแล้วเราก็จะมาที่ California School of Culinary Arts ที่พาสซาดีน่าอีก 1 อาทิตย์ สอนเสร็จเพาะเชื้อให้เต็มไปหมด จะถ่ายวิดีโอไว้ด้วยเอาขึ้นเว็บไซท์  อีก 5 ปี 10 ปีอาหารไทยไม่ดังระเบิดก็ให้มันรู้ไป  ตอนนี้เขารู้จักเราเราก็แฮปปี้แล้วระดับหนึ่ง แต่เราต้องการให้มันขึ้นไปใน Class (ชั้นเรียน) นี่รัฐบาลสั่งนักสั่งหนา คราวนี้ผมจะไปรีพอร์ต  ก็ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเรามากขึ้น อย่างซีแอตเติ้ลที่ผมไปมาผมก็ไปสืบหามาว่าเขามีสถาบันอาหารทำนองนี้ที่ไหนบ้าง  เขามีอยู่ที่ Edgemont College  และก็ที่ Seattle Art Institute ที่มีหลักสูตรอาหารดัง เราก็เริ่มๆกันไป

วันที่ 4 สิงหาคมคณะกรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภาจะมา ผมก็ต้องมาต้อนรับ  แม้ในช่วงนั้นผมจะอยู่ในระหว่างการทำโรดโชว์ชุดใหญ่ (ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคมถึง 5 สิงหาคม 2005) ก็มีท่านทูต,มีผม, ผอ.ไทยเทรดจากไมอามี่ เพราะผอ.ทรงศีล(สุเสวี)ไม่อยู่  ผอ.ททท.และผอ.บีโอไอจากนิวยอร์ก  เราจะขึ้นปอร์ตแลนด์(รัฐเรกอน)พบนักธุรกิจและ ผู้ว่าการรัฐอยู่ที่นั่น 2 วันโดยกงสุลกิตติมศักดิ์ของเราเป็นคนจัด  

จากนั้นก็จะไปซีแอตเติ้ลที่นั่นเราจะไปพบบริษัทไมโครซอฟท์  เราจะได้เนื้อได้หนัง  เราจะไปตามเรื่องความร่วมมือในแนวคิดที่สมเด็จพระเทพเสด็จฯมีโพรเจ็คที่เขาจะทำกับเรา ท่านได้พระราชทานไอเดียไว้เช่นที่บริษัทโบอิ้ง  เขากำลังจะผลิตเครื่องบิน 2 ชั้นเหมือนแอร์บัส  เราจะไปเสนออุปกรณ์บางอย่างเพื่อผลิตในเมืองไทย อุปกรณ์ของเครื่องบินมีเป็นพันๆหมื่นๆชิ้น เราก็มีศักยภาพในการผลิต จะไม่ได้สักชิ้นเลยหรือ  จากซีแอตเติ้ลกลับลงมาแอล.เอ.ไปออเรนจ์ เคาน์ตี้ จากนั้นไปลาส เวกัส  พบกับสื่อมวลชนฝรั่งที่ลาส เวกัสรวมทั้งนักธุรกิจ นักลงทุนอีกด้วย


 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy