่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่-----------------------------------------
เรามีหน้าที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไป
ตรงมา
ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน
คุยนอกจอกับจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ
ใครที่เป็นแฟนรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน หรือ คนในข่าว ทาง ASTV
คงคุ้นหน้าคุ้นตากับผู้ดำเนินรายการและผู้ประกาศข่าวที่มีใบหน้าหวานๆ
ชื่อว่า จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ
และด้วยลีลาการพูดอย่างคล่องแคล่ว ฉะฉานทำให้เธอผู้นี้ได้รับการยอมรับจากผู้ชมจำนวนมาก
รวมทั้งคนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วย ล่าสุดหลายคนได้พบตัวจริง เสียงจริง
จากรายการยามเฝ้าแผ่นดินสัญจร นำทีมโดยคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งยกขบวนมาพบปะพูดคุยกับพ่อแม่พี่น้องในสหรัฐอเมริกา
เมื่อโอกาสลอยมาอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่คว้าไว้ก็ไม่รู้ว่าจะว่าอย่างไร
ทันทีที่เธอทำหน้าที่บนเวทีเรียบร้อยแล้ว เราก็รีบคว้าตัวมาสัมภาษณ์
เพื่อทำความรู้จักเธอผู้นี้ให้มากกว่าเดิม ที่สำคัญ สงสัยมานานว่าเธอลาออกจากไทยทีวีสีช่อง
3 ด้วยเหตุผลกลใดกันแน่
คุณจินดารัตน์ เจริญชัยชนะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะมนุษยศาสตร์
เอกโฆษณาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เริ่มเข้าวงการโทรทัศน์จากตำแหน่งผู้ประกาศข่าวทางช่อง
3
เหตุผลที่ลาออกจากช่อง 3
เริ่มงานก็ได้เป็นผู้ประกาศข่าวเลย มีออกไปทำข่าวบ้างเล็กน้อย
ขอเขาออกไปเพราะเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ช่วงแรกๆก็ดีมาก แต่ตอนหลังคุณประชา
(มาลีนนท์)ไปเล่นการเมืองก็เปลี่ยนไป ส่วนคุณประวิทย์ก็เน้นเรื่องบันเทิง
อยู่ช่อง 3 มาสิบปี ทำรายการสัมภาษณ์แต่ระยะหลังได้เวลาน้อยลง
และมีการ ขอ กันมาบ้าง
ก็เข้าใจว่าเป็นบริษัทเอกชนก็ต้องมีบ้างกับนักการเมือง เลยรู้สึกเบื่อ
เหมือนชีวิตอยู่กับที่ แอนไม่ใช่คนแบบนี้ พอดีมีพี่ที่ย้ายไปอยู่เอเอสทีวีโทรมาถามว่าสนใจไหม
คุณสนธิเปิดเคเบิ้ล ตอนแรกเฉยๆเพราะอยู่ช่อง 3 มีความมั่นคง
แต่มานึกดูอีกทีถ้าขืนอยู่ต่อก็คงไปสอนลูกไม่ได้ เลยตัดสินใจลาออก
โดยใช้เวลาไม่กี่วัน อยู่เอเอสทีวีมา 3 ปีกว่า
เรื่องรายได้ก็สามารถอยู่ได้ ส่วนแฟนบอกว่ายังไงก็ได้ ถ้าตกงานเขาก็เลี้ยงได้
เห็นทำหน้าที่สัมภาษณ์เรื่องการเมืองอยู่บ่อยครั้ง ชอบทำข่าวการเมืองหรือคะ
จริงๆชอบข่าวแนวสังคม ไปดูชีวิตคน แต่ด้วยบุคลิกที่หลายคนบอกว่าดุ
ก็เสนอให้ทำด้านการเมือง จริงๆไม่ชอบนักการเมือง รับไม่ได้กับความฟอนเฟะ
ในฐานะสื่อคนหนึ่งมีความเห็นอย่างไรกับการที่สื่อที่รับใช้นายทุนต้องโอนอ่อนผ่อนตามกับใบสั่งที่ได้
หรือยอมให้นักการเมือง
คิดว่าอยู่ที่นโยบายของบริษัท ถ้าจะทำให้ข่าวของสถานีมีความน่าเชื่อถือ
ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกแบบไหน จริงๆทุกประเทศให้อิสระในการทำข่าว
เพียงแต่ของคนไทยมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ พอสื่อไม่เข้มแข็งเพราะได้โฆษณาเยอะ
คนอื่นก็ทำตาม เลยเหมือนกันหมด
แล้วจุดยืนของคนทำสื่อควรอยู่ตรงไหน
เพราะคนที่ทำงานด้านนี้ก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน
บางอย่างต้องยอมรับว่าต้องอาศัยนายทุน แต่เราก็ต้องมีจุดยืนและอุดมการณ์อยู่บ้าง
ไม่ใช่หายไปเลย ใครขอให้ทำอะไรก็ทำ หลอกลวงประชาชน เพราะคิดว่าเรามีอำนาจต่อรอง
เรามีหน้าที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน
เป็นผู้หญิงแล้วต้องมาทำหน้าที่ในช่วงสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง
ทางครอบครัวมีความเป็นห่วงอย่างไรบ้าง
แรกๆคุณแม่ห่วง แต่หลังๆเห็นเจ้านาย คือคุณสนธิออกมาสู้แล้วก็บอกว่าทำไปเถอะลูก
เพราะเรายังเจอน้อยมาก ไม่มีใครมาคุกคามที่บ้าน แต่บอกให้ดูแลตัวเองเพราะรู้ว่าเราเป็นคนขาลุยและค่อนข้างใจร้อน
ก็มีเตือนให้ระวังตัวดีๆโดยเฉพาะตอนขับรถเวลากลางคืน ไม่มีการห้าม
ขนาดคลอดลูกออกมาคนที่สอง ไม่อยากรบกวนคุณยายเพราะลูกคนแรกก็ให้เลี้ยงแล้ว
ได้ปรึกษากับสามี เขาก็อยากให้ออกมาดูลูก แต่พอบอกคุณแม่ คุณแม่บอกว่าให้ไปช่วยคุณสนธิก่อน
คิดว่าการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องถึงตรงจุดไหนแล้ว
เป็นแค่จุดเริ่มต้น คิดว่าเราต้องเจออะไรอีกเยอะ แบบที่หลายคนคิดไม่ถึง
วิธีการจะซับซ้อน แยบยล และชั่วร้ายมากขึ้น
ช่วงนั้นเห็นว่าตั้งครรภ์อยู่ด้วย
ใช่ค่ะ เครียด ทำอยู่ถึงแปดเดือนกว่าจนเดินไม่ไหว ตอนท้องลูกสาวคนโตสบายใจ
ออกมาเป็นคนอารมณ์ดีเรียบร้อย ตอนนี้อายุ 6
ขวบ คนที่สองทำรายการต้องชนกับเขาทุกวัน ลูกออกมาเป็นลูกสาวเหมือนกันแต่เหมือนเด็กผู้ชาย
Alert ตลอด แล้วไม่ยอมคน รู้เลยว่าแม่มีผลมาก
ตอนนี้อายุหนึ่งขวบสี่เดือน แสบสุดๆ สู้ยิบตาเลย
ก่อนหน้านี้ไปพูดที่นิวยอร์ค
วอชิงตันดีซี มีคนไปฟังเยอะไหม
เยอะค่ะ ขนาดคุณสนธิบอกว่าเอาพอประมาณ คนยังมาล้นห้องเลยไม่มีที่นั่ง
ทั้งดีซีและนิวยอร์ค
เท่าที่ได้สัมผัสกับคนไทยที่นี่ รู้สึกอย่างไรบ้าง
แต่ละที่ไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนกันเลยคือ คนที่นี่ห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน
จะรู้สึกมากกว่า ต้องการขับไล่คนชั่ว คนไทยที่อยู่ที่นี่จะส่งกำลังใจ
ส่งกองเสบียงคลังไปให้ แอนดีใจมากที่ทุกคนคิดว่าจะไม่เหลืออะไรให้ลูกหลานถ้าเราไม่ทำอะไร
ถึงแม้บางคนไม่คิดจะกลับไปอยู่เมืองไทย แต่อยากให้มีคนสักกลุ่มช่วยดูแลบ้านเมือง
เลยรู้สึกปลื้มและดีใจมาก
ระหว่างการพูดคุยกับคุณแอน จินดารัตน์ มีแฟนๆเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นระยะๆ
ทำให้ต้องมีการเบรกบทสนทนาอยู่เรื่อย เพราะเธอเป็นคนของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้ก็พอทำให้มองออกว่า ผู้หญิงคนนี้มีแนวคิดอย่างไร
เป็นคนทำสื่อที่มีอุดมการณ์มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญเห็นใบหน้าหวานๆแบบนี้
อย่านึกว่าจะเคี้ยวเธอได้ง่ายๆเลย ขอบอก...
สัมภาษณ์โดย
สายธาร เดชาติวงศ์
ภาพโดย
www.jumpphotography.com
|