Editor Editor Immigration American Way Interview Column Tubna Business-Society Business Society Special Report Sport Letter to Editor Letter from Thailand Cartoon Veera Shopping
 
 
 
 
 
         
 
 
 
 
 
 
 
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่-----------------------------------------

เจาะใจ “จันทรา ชัยนาม”
สื่อรุ่นใหม่:อุดมการณ์ที่ถูกกลืน

                นับเป็นเวลา 3 อาทิตย์เต็มที่คุณจันทรา ชัยนาม อดีตเจ้าแม่วงการวิทยุของไทยได้เดินทางมาเยือนนครลอสแอนเจลิส โดยเป้าหมายหลักของการมาในครั้งนี้ คือการรายงานข่าวที่ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มาแถลงโครงการ “เปิดทองหลังพระ” เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

                และก่อนเดินทางกลับประเทศไทย คุณจันทราได้นัดหมายเพื่อขอสัมภาษณ์คุณไพสันติ์ พรหมน้อย เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดิเอเชี่ยนแปซิฟิก เราจึงได้โอกาสขอพูดคุยกับเธอบ้างถึงมุมมองต่างๆที่ได้จากการมาครั้งนี้ เลยไปถึงความคิดเกี่ยวกับสื่อในยุคปัจจุบัน ซึ่งเธอพูดได้อย่างกินใจมากเลยทีเดียว ทำไมหนอ ใครๆถึงมองว่าเธอเป็น “นางมารร้าย” หรือเป็น “ตัวแสบ” ทำไมเธอถึงพูดว่ายิ่งต่อสู้ก็ยิ่งเจ็บ และจุดหันเหจากนักจัดรายการวิทยุมาทำรายการทีวีเป็นเพราะเหตุใด ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้

                ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้างคะ

ตอนนี้ทำรายการ “รักเธอประเทศไทย” ออกอากาศทาง ITV ทุกวันอังคารเวลาเที่ยงคืนครึ่งถึงตีหนึ่ง ทำมาแล้ว 4 ปี เป็นรายการท่องเที่ยว เน้นความภูมิใจในความเป็นไทย ที่เรามีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำอย่างไรให้มีความรักกัน แทนที่จะทำตรงๆเกินไป ก็พาไปทำบุญ ทำให้เห็นว่าแม้การไปเที่ยวก็ยังมีความสุขกับการได้ไปทำบุญ

                มาทำรายการที่แอลเอเป็นครั้งแรกหรือเปล่าคะ

                จะว่าเป็นครั้งแรกก็ได้ที่มาทำรายการ แต่เคยมาที่นี่แล้ว เหมือนเป็นบ้านที่สองเพราะว่าคนรุ่นเดียวกันมาอยู่ที่นี่เยอะมาก ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอเพื่อนเยอะขนาดนี้ เลยรู้สึกว่าไม่เหมือนมาอเมริกา ไม่ได้หมายความว่า ร้านอาหารไทยนะ แต่รู้สึกคุ้นเคยกับคนที่นี่มาก

                ได้ไปศึกษาชุมชนไทยที่ไหน อย่างไรบ้าง

                จริงๆแล้ว ตั้งใจจะมาทำข่าวที่ดร.สุวิทย์ ยอดมณีมาแถลงข่าวโครงการเปิดทองหลังพระ เพื่อชวนคนไทยและต่างประเทศเดินทางไปร่วมเฉลิมพระเกียรติในหลวง ไม่ได้มีใครส่งมา เรามากันเองซึ่งบังเอิญตรงกันพอดี และดร.สุวิทย์ก็เป็นประธานมูลินิธิใบไม้เขียวซึ่งเราเป็นกรรมการอยู่ ปรากฏว่างานหลักมีแป๊บเดียว แต่งานที่เราคิดว่าเป็นน้ำจิ้มเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเรามาเจอคนที่น่าสนใจ ทั้งเจ้าของร้านอาหารในเมืองต่างๆ ทนาย นักหนังสือพิมพ์ที่เคยร่วมงานกัน ทำให้เห็นว่าสิบยี่สิบปีที่เราไม่ได้เจอกัน ชีวิตเขาก้าวไกลและแตกต่างไปกับที่เราเคยสัมผัส

                แสดงว่าส่วนใหญ่จะเน้นเจาะเรื่องราวของตัวบุคคลที่เป็นคนไทย

                ใช่ค่ะ รวมทั้งความรู้สึกของเขาที่มาอยู่เมืองนอกนานๆ ว่าลืมเมืองไทยแล้วหรือยัง และยังได้ไปครู้ซที่เม็กซิโก เรือการ์เดนท์พรินเซส ซึ่งทราบว่ามีคนไทยทำงานอยู่ 40 กว่าคน โดยได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์บุคคลเหล่านี้ ทริปนี้มีคนไทยที่มาทำงานเข้ามารุมล้อมเรา เพราะเราเป็นกลุ่มคนไทยกลุ่มเดียวที่ไปเที่ยว โดยมากคนไทยจะไม่นิยมไปเส้นทางนี้เพราะบรรยากาศคล้ายกับที่เมืองไทย ส่วนใหญ่จะไปอลาสก้ากัน

                ได้เรียนรู้อะไรจากคนไทยที่นี่บ้าง

                ได้รู้ว่าคนไทยที่นี่เป็นคนที่อดทน มีอัธยาศัยดี เพียงแต่ว่าคนไทยมีหลายกลุ่ม มีหลายสมาคม ทำให้แทนที่จะสมานสามัคคีกลับกลายเป็นแตกแยก ไม่ใช่แตกแยกเกลียดชังแต่เหมือนกับว่าเธอกับฉันเป็นคนละคนกันไปแล้ว เคยไปพูดในรายการทีวีว่า ดีใจที่ได้มาที่นี่ และเห็นคนไทยขยัน อาหารไทยเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ

แต่ในขณะเดียวกันทราบว่าคนไทยมีความเห็นที่แตกต่างกัน แทบจะตีกันเรื่องความเห็นทางการเมือง จึงอยากให้เป็นความแตกต่างทางความคิดเท่านั้น ไม่อยากให้ทะเลาะกัน อย่างน้อยความสามัคคีกันจะดีกว่า ทำยากนะ แต่คิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป บ้านเมืองเรามีพระสยามเทวาธิราช มีในหลวง ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี

                จุดหันเหมาทำรายการโทรทัศน์เป็นเพราะเหตุใด

                เพราะรายการวิทยุมีปัญหา จบนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ มีความถนัดด้านจัดรายการวิทยุมา 20 กว่าปีแล้ว แต่ปัญหาการแย่งชิงคลื่นวิทยุมีมาก มีผลประโยชน์มากมาย มีค่ายเพลงเยอะ จึงเอาคลื่นวิทยุไปเปิดเพลง ก็ไม่ว่ากันหรอก แต่ทำให้เราหมดโอกาสที่จะมีเวทีที่ใช้ความสามารถด้านวิชาชีพในการจัดรายการวิทยุที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ คือสื่อ ถ้าเป็นเชิงพาณิชย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ประชาชนจะไม่ได้อะไร เพราะมันคือเงินเท่านั้น

ฉะนั้นถามว่า สังคมจะได้อะไรบ้าง เราเป็นวิชาชีพโดยตรงก็ถูกเขี่ยกระเด็นจากรายการวิทยุ ก็มาทำรายการโทรทัศน์ซึ่งเดิมทำที่ช่อง 5 แต่พอเปลี่ยนผู้อำนวยการบ่อยๆ เราหมดสัญญาก็หมดกัน เราเลยไปขอที่ไอทีวี ก็ได้มาครึ่งชั่วโมง แม้จะอยู่ช่วงดึกหน่อยแต่คนที่ดูคือผู้ใหญ่ ไม่ได้เป็นไพร์มไทม์อะไร ก็ค่อยๆล้มลุกคลุกคลานจนถึงวันนี้

                แล้วตอนนี้ไอทีวีก็มีปัญหาอีก

                ค่ะ แต่ก็เกิดความเคยชินเพราะจัดรายการวิทยุมาก็เคยเป็นแบบนี้ เหมือนมีการแย่งชิงกัน พอมาทำรายการโทรทัศน์ก็เช่นเดียวกัน เลยรู้สึกเฉยๆ มันก็เป็นไปตามกรรม หากรัฐบาลยึดคลื่นไอทีวีไปก็คงได้ทำงานเหมือนเดิม รัฐบาลคงไม่บอกว่าไม่ให้ทำแล้ว คงมีการเปลี่ยนแปลง ก็มองโลกในแง่ดีว่า คงจะดีขึ้น อย่างเมื่อก่อนเป็นเหมือนนักสู้ แต่ไม่เห็นได้อะไรดีขึ้นมา ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งเจ็บ

                คิดว่าทางออกของปัญหาคืออะไร

                ก็ใช้หลักพระพุทธศาสนา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรรม การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมไม่เคยได้ผล สิ่งที่ได้คือเป็นนางมารร้าย เป็นตัวแสบ หัวหมอ อุดมการณ์เกินไปหรือเปล่า เลยเกิดความรู้สึกว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราทำดีที่สุด ชีวิตที่ผ่านมา เมื่อทำรายการดีๆก็ถูกแย่งชิงไปหมด

                มองสื่อในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

                สื่อรุ่นใหม่ถูกกดดันมาก ทุกคนพยายามทำเพื่อความเป็นธรรมของสังคม แต่ภาคธุรกิจเข้ามาครอบงำ แน่นอนว่าผู้ประกอบการจะอยู่ได้ก็ด้วยโฆษณา

                แล้วจุดตรงกลางควรจะเป็นอย่างไร

                ยากมาก คือผู้ประกอบการเองคงไม่เดือดร้อนเท่าไร นายทุนเป็นนักธุรกิจ คงไม่มาเห็นใจว่าคุณต้องเป็นธรรม บางคนอาจต้องถูกซื้อโดยการให้โฆษณา อย่าเสนอข่าวนี้ เบาๆหน่อย เคยทำสื่อมาก็รู้อยู่แล้ว ข่าวนี้ไม่ให้เล่นก็ทุบโต๊ะกัน นี่คือสมัย 14 ตุลา แต่รุ่นใหม่คงทำอะไรได้มาก จะสังเกตได้ว่า ยังไม่เห็นใครที่มีอุดมการณ์ มันถูกกลืนไปแล้วจริงๆ เมื่อก่อนเราได้รับซองมา ก็เอาไปให้เด็กปัญญาอ่อน

                มองสื่อของทางเอเอสทีวีอย่างไร

                พูดตรงๆเลย ก็คือ เกิดจากสื่อถูกปิดกั้นจากรัฐบาลชุดเดิม ธรรมชาติของคนที่เจ็บปวดจากความไม่เป็นธรรมจะเสนอข่าวด้านเดียว แต่พอจะไปสัมภาษณ์รัฐบาลเดิม ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ข่าวเลยออกมาด้านเดียว พอนานๆไปก็เป็นความรุนแรง แตกออกมาเป็นวิทยุชุมชน และเอเอสทีวี จึงเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลชุดเดิม ควรปล่อยให้พูดอย่างเต็มที่ แล้วปล่อยให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน

ยิ่งปิดกั้นมากเท่าไร และมีสื่อที่ออกมาแบบตรงกันข้าม ยิ่งมีความรุนแรง เป็นขาวกับดำ ไม่น่าปล่อยให้เกิดขึ้น วิทยุเอฟเอ็ม เอเอ็มถูกคนกลางซื้อไป หรือรับเงินใต้โต๊ะกัน ไม่ใช่คนที่เป็นวิชาชีพ

                ทางออกปัญหาของเมืองไทยขณะนี้ควรเป็นเช่นไร

                คิดอยู่เสมอว่าเมื่อไรบ้านเมืองเราจะมีคนดีๆเข้ามาบริหาร ถึงจะมีผลประโยชน์แต่ขอให้คำนึงถึงสังคมส่วนใหญ่เป็นหลัก อยากให้เป็นอย่างนั้น

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy