ดิศจี
สอนไว
ใครทำกรรมใดไว้
กรรมนั้นต้องมาหาเขาเอง

ดิศจี
สอนไว ภริยากงสุลใหญ่แอล.เอ.
ในวันที่ 28 มีนาคม 2005 เป็นวันครบรอบ
3 ปีเต็มที่ท่านกงสุลใหญ่ฯอิสินธร สอนไวและคุณดิศจี สอนไว ภริยาเดินทางมาทำหน้าที่เพื่อคนไทยในนครลอสแอนเจลิสแห่งนี้
และดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในสังคมไทยที่นี่
คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้มีเนื้อหาที่สะท้อนความรู้สึกและข้อคิดเห็นของสตรีท่านนี้
ซึ่งเพิ่งจะผ่านพ้นการดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสตรีอาเซียนแห่งลอสแอนเจลิสมาหมาดๆ
นอกจากนี้ ยังมีมุมมองในฐานะเป็นผู้เคียงบ่าเคียงไหล่พ่อเมืองแอลเอมาฝากอีกด้วย
หวังว่าผู้ที่ยังไม่เคยพูดคุย จะได้รู้จักคุณดิศจีมากขึ้น
ช่วยเล่าถึงผลงานที่ผ่านมาในฐานะประธานสมาคมสตรีอาเซียนค่ะ
จากการเป็นประธาน ก็ได้ทำกิจกรรมทั้งหมด 9 ครั้ง ต่อปี ซึ่งถือว่าเยอะมาก
เมื่อกำหนดมาแล้วและแจ้งไปยังสมาชิกแล้วก็ต้องทำให้ได้ กิจกรรมแรก
คือ การแสดงของทั้ง 4 ประเทศ และเราโชคดีที่ช่วงนั้น มีคณะวิจิตรศิลป์มาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กิจกรรมที่สองมีการประชุมระหว่างสมาชิกและรับประทานอาหารร่วมกัน กิจกรรมที่สามมีการขายของ
สี่คือการให้ความรู้ด้านการลงทุนของสตรี ซึ่งเราสรุปกันแล้วว่าไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไร
แต่พอจัดโบว์ลิ่ง ปรากฏว่ามีคนมาร่วมเยอะมาก แสดงว่าคนสนใจด้านกีฬา
ต่อมาเป็นกิจกรรมหาเงินช่วยสถาบันคนตาบอด ซึ่งปีนี้เราสัญญาว่าจะช่วยเขาอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งก็ทำเต็มที่ อยากให้ดีที่สุด แต่จากการทำงานพบว่า ประเทศอื่นอาจไม่ทุ่มเทเท่ากับเรา
ยกตัวอย่างจากการขายบัตร เราสามารถขายได้เยอะ แต่ก็ต้องหยุด เพราะไม่อยากให้งานเป็น
ไทยไนท์ คือ มีแต่คนไทยอย่างเดียว โดยรายได้ทั้งหมด $6,000 เหรียญเราก็มอบให้สถาบันคนตาบอด
และมีคนขอบริจาคมาอีก $38 เหรียญ เลยได้ยอดทั้งหมด $6,038 หลายคนสงสัยว่าทำไมมีห้อย
$38 นี่คือที่มา
หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์สึนามิขึ้นมาที่บ้านเรา ก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนก็เกิดพายุไต้ฝุ่นเข้าที่ประเทศฟิลิปปินส์
เราก็เอาเงินจากกองกลาง บริจาคให้ฟิลิปปินส์หนึ่งพันเหรียญ พอเกิดเรื่องสึนามิ
3 ประเทศคือ อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซียต้องประสบปัญหา เราเลยบริจาคเงินให้กับ
3 ประเทศนี้อีก $6,000 เหรียญ รวมแล้วก็เป็นยอดเงิน $7,000 เหรียญ
เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ลำบาก และตรงจุดประสงค์ที่ตั้งมาโดยเฉพาะ
การเปลี่ยนตำแหน่งประธานมีการคัดเลือกอย่างไร
การคัดเลือกจะเป็นไปแบบอัตโนมัติ คือเรียงตามอักษรชื่อประเทศ เมื่ออินโดนีเซียเป็นประธาน
มาเลเซีย จะเป็นรองฯ พอมาเลเซียขึ้น ฟิลิปปินส์จะเป็นรองประธาน ถ้าประเทศฟิลิปปินส์
ขึ้นเป็นประธาน ไทยจะเป็นรองประธาน และเมือไทยขึ้นเป็นประธาน อินโดนีเซียจะมารับหน้าที่รองประธาน
สลับหมุนเวียนแบบนี้
ถ้าถามว่าทำไมที่นี่มีเพียง 4 ประเทศ ก็เป็นเพราะมีสถานกงสุลใหญ่ฯ
4 ประเทศ เราพยายามจับกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรม และที่ผ่านมาได้คุยกับสมาชิก
ว่าปีนี้จะจัดกิจกรรมให้แตกต่างไปจากปีที่แล้ว ซึ่งอาจมีการสอนแกะสลัก
ถักโครเช นิตติ้ง หรือพาไปชมคอนเสิร์ตแต่ไม่ใช่การแสดงจริง เป็นช่วงซ้อม
เพื่อให้มีราคาบัตรที่ถูกลง นอกจากนี้อาจมีวิธีการสอนแต่งหน้า ลดน้ำหนัก
การบริหารร่างกาย อันนี้คือคร่าวๆที่คุยกัน
ของไทยมีสมาชิกเข้าร่วมจำนวนเท่าไรคะ
ประมาณเกือบ 80 คน สิ่งที่สังเกตได้คือถ้าประเทศไหนขึ้นเป็นประธาน
จะมีสมาชิกเยอะขึ้น ถ้าไม่ใช่แล้วจำนวนก็จะลดลง ยกตัวอย่าง เมื่อฟิลิปปินส์ขึ้นเป็นประธาน
ไทยเป็นรองฯ ฟิลิปปินส์มีสมาชิก 80 กว่าคน ส่วนไทยมีประมาณ 40 คน พอไทยขึ้นเป็นประธาน
มีสมาชิกเพิ่มขึ้นไทยทันที ซึ่งไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้คนไทยคงสภาพเป็นสมาชิกไว้
และอยากเชิญชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยเสียค่าสมาชิกปีละ $40 เหรียญ
ซึ่งสามารถเข้าร่วมทุกกิจกรรมได้ฟรี ถ้าพาGuess มาด้วย ก็ต้องเสียเพิ่ม
$10 เหรียญ หวังว่าคนไทยยังจะสนับสนุนและร่วมทำกิจกรรมกันต่อไป
สมาชิกที่เข้าร่วมจะได้รับประโยชน์อะไรบ้างและมีวิธีการให้สตรีไทยที่ต้องทำงานมาเข้าร่วมอย่างไร
ถ้าต้องทำงานก็ลำบาก เพราะวันเสาร์-อาทิตย์ก็ต้องมีเวลาทำธุระส่วนตัว
แต่สำหรับผู้ที่ไม่ทำงาน บางครั้งเราก็ขอความช่วยเหลือให้มาร่วมเป็นคณะกรรมการ
และเข้าประชุม ปีนี้ก็กำลังหาสมาชิกใหม่ซึ่งก็ได้รับความสนใจ อย่างผู้ปกครองวัดไทยฯ
ถ้ามีกิจกรรมในเสาร์-อาทิตย์ ก็จะมาไม่ได้
ส่วนประโยชน์ที่มาเป็นสมาชิกก็จะได้เพื่อน เวลามีความเดือดร้อนก็จะมีการพูดคุย
แนะนำปรึกษากัน เราไม่มีการอิจฉาหรือโกรธกัน และพี่ก็เป็นคนง่ายๆ ไม่เคยถือตัวกับใคร
คนก็จะเข้ามาหา
ในฐานะเป็นภริยาท่านกงสุลใหญ่ฯมีส่วนให้กำลังใจและช่วยเหลือกันอย่างไรบ้าง
จริงๆแล้ว เราจะช่วยเสริมบ้างนิดหน่อย ไม่ได้ไปชี้นำว่าต้องทำอย่างไร
ส่วนที่ช่วยคือการออกงานด้วยกัน อยากจะบอกให้คนที่นี่ว่า ถ้าท่านกงสุลใหญ่ฯได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน
ท่านก็จะไปทุกงาน ถ้าไม่ไป คือต้องติดธุระจริงๆ อยากให้เข้าใจถึงระบบราชการ
หากไม่ว่างจะต้องส่งท่านรองกงสุลใหญ่ฯไปแทน จะให้ภรรยาไปไม่ได้
ท่านกงสุลใหญ่ฯเป็นคนใจเย็น จะใช้ทางพระเข้ามาช่วยเสมอ และจะบอกเราเสมอว่าใครทำกรรมใด
กรรมนั้นต้องมาหาเขาเอง จะเป็นคนปลอบพี่มากกว่า และก็ยังมีคนที่นี่ที่ให้กำลังใจอยู่
แต่ไม่ได้ออกมา จะมีคำพูดที่ว่า ยังให้กำลังใจอยู่เสมอ คำพูดเหล่านี้จะทำให้เรามีพลัง
และมีความสุข รู้ว่ายังมีคนรักเราอยู่
ช่วงเวลา 3 ปีที่มาอยู่ที่แอลเอ มีความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ
สำหรับพี่ คิดว่าคนในสังคมไทยถือว่านิสัยดี เวลาเกิดปัญหา
ท่านกงสุลใหญ่ฯเคยบอกพี่ว่าแม้แต่พระพุทธเจ้ายังถูกมารผจญ แล้วเราเป็นใคร
เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นช่วงรับกรรม แม่ชีศันสนีย์เคยพูดไว้ว่า ทุกข์มีให้เห็นไม่ได้มีให้เป็น
ซึ่งถือเป็นคำพูดที่ดีมาก
พี่ไม่ค่อยห่วงท่าน เพราะท่านเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่เคยใช้คำหยาบแม้ในครอบครัว
ไม่ชอบคนเกรี้ยวกราด เราจะสอนลูกเสมอ
หน้าที่หลักในการมาอยู่ต่างประเทศ คุณน้อยต้องทำอะไรบ้าง
หน้าที่หลักของกระทรวงการต่างประเทศ ภรรยามีหน้าที่รับแขก เชื่อมสัมพันธ์
เลี้ยงรับ เลี้ยงตอบ เพราะเราได้รับเงิน 30% ของสามี นี่คืองานที่กระทรวงจ้างเรามา
ฉะนั้นภรรยาทุกคนของกระทรวงต่างประเทศจะได้รับเงิน 30% จากพขต. (เงินรายได้เพิ่มพิเศษข้าราชการต่างประเทศ)
ไม่สามารถไปทำงานอื่นได้
มีความสุขกับชีวิตและงานที่ทำไหมคะ
มีความสุขค่ะ สิ่งที่มีความทุกข์เราไม่เอาเข้ามา มีคำพูดที่ว่า สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจของเรา
และจะพยายามไม่ทำผิด หมายถึงว่า การว่าคนอื่น นินทาคนอื่น ตอนนี้คิดว่ามีความสุขดี
จากเหตุการณ์สึนามิ เราไม่มีคนในครอบครัวที่สูญเสีย แต่เราเห็นใจคนที่สูญเสีย
ไม่เพียงแต่เราจะรู้จักคุณดิศจีได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่จากบทสัมภาษณ์ดังกล่าวยังมีแง่คิดและมุมมองที่แฝงประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย.
|