่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่-----------------------------------------
เปิดใจกงสุลใหญ่จักร
บุญ-หลง
ก่อนไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการกงสุล
หลังจากมีคำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศ ให้นายจักร บุญ-หลงไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการกงสุลประจำประเทศไทย
กงสุลใหญ่ ณ ลอสแอนเจลิสผู้นี้ซึ่งจะกลายเป็นอดีตในไม่ช้า ได้ให้สัมภาษณ์กับดิเอเชียนแปซิฟิกนิวส์ถึงกรอบการทำงานตลอดระยะเวลา
3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่ครบเทอม แต่กงสุลใหญ่ฯจักรหนุ่มใหญ่ไฟแรงก็ได้ฝากผลงานให้กับชุมชนไทยไว้มากมาย
เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกมิติทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
การเมือง สุขภาพและสวัสดิการของคนไทย อีกทั้งยังออกนโยบายให้กงสุลทุกคนมีโอกาสสับเปลี่ยนการทำงานในทุกๆด้าน
เพื่อที่จะได้เรียนรู้การทำงานทุกรูปแบบ
ในส่วนของการริเริ่มโครงการใหม่ๆนั้น อาจกล่าวได้ว่า
โครงการนำสื่อมวลชนไทยในสหรัฐฯไปเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ถือเป็นโครงการสุดท้ายที่ท่านได้ฝากไว้เพื่อให้ปวงชนชาวไทยร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงทุ่มเทเสียสละเพื่อประชาชนไทย
:ความคาดหวังในการจัดทำโครงการนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ความคาดหวังอย่างแรกคือการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ อยากแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้คนไทยรับทราบ
เชื่อว่าจากประสบการณ์ 3 ปี พบว่าคนไทยมีความจงรักภักดีอย่างยิ่ง
ฉะนั้นเป็นการเริ่มต้นที่ดีก็อยากให้รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งขึ้นว่าทรงทุ่มเท
เสียสละหลายๆอย่าง พระปรีชาญาณ พระอัจฉริยภาพที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ
อยากให้คนไทยร่วมชื่นชมด้วยกัน
:จากการที่ได้เข้ามาร่วมโครงการฯพร้อมๆกับสื่อมวลชน รู้สึกอย่างไรบ้าง
อย่างแรกคือดีใจที่ได้ทำโครงการฯนี้และได้เข้าร่วมโครงการฯตลอดเพราะบางอย่างผมก็ยังไม่เคยเห็น
ยังไม่เคยได้สัมผัส จึงรู้สึกว่าโชคดีที่ได้เกิดมาใต้พระบรมโภธิสมภารและเชื่อว่าทุกคนคงแชร์ความรู้สึกเดียวกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นประกอบด้วยหลายๆอย่าง ผมอยากบอกว่า โครงการฯนี้ผมชื่นชมและพอใจ
ถ้าถามว่าสำเร็จไหม ในชั้นนี้การตอบรับของสื่อมวลชนสำเร็จ แต่จะเผยแพร่ได้มากแค่ไหนอันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับท่านสื่อมวลชนทั้งหลายที่จะช่วยกันเผยแพร่ออกไป
แต่ดูจากความกระตือรือร้นและความสนใจของสื่อมวลชน ทั้งๆที่เหนื่อยแสนเหนื่อยวันหนึ่งเดินกันไม่รู้กี่กิโล
ทุกคนก็ทำเต็มที่อันนี้ผมประทับใจมาก
ทุกคนถามคำถามซึ่งแสดงว่าอยากที่จะไปเผยแพร่ต่อถึงได้ถาม
ความสำเร็จของโครงการฯจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้า กปร.ไม่ช่วยเรา ช่วยจัดเตรียมบรรยายสรุปและพาไปเยี่ยมชมโครงการ
ในภาพรวมผมถือว่าโครงการฯนี้ประสบความสำเร็จ
:โครงการฯนี้เกิดขึ้นจากการประสานของหลายๆหน่วยงาน อยากบอกอะไรกับคนไทยในสหรัฐฯหลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูลตรงนี้เพื่อให้สมกับความตั้งใจของการจัดโครงการฯนี้ขึ้นมา
อย่างแรกคือคนไทยจะได้ประโยชน์ในการรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ตัวเองเคารพรักเหลือเกิน
มีหลายอย่างที่เราไม่รู้ คือเวลาที่เรารักใครสักคน แล้วได้รู้อะไรอีกหลายอย่างซึ่งคนที่เรารักได้ทำไว้
อันนี้ผมคิดว่าเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่คนไทยได้รับทราบ ถามว่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น
แน่นอนผมคาดหวังให้คนไทยช่วยกันเผยแพร่ ปากต่อปาก บอกลูกหลานให้ติดตามชมสารคดี
ให้ติดตามอ่านบทความต่างๆให้เขาได้ร่วมชื่นชมกับเราและช่วยเผยแพร่ให้คนต่างชาติด้วย
นักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนก็คุยกับเพื่อน ใครทำงานในบริษัทฝรั่งก็ไปคุยกับเพื่อนต่างชาติ
:วางแผนว่าจะมีโครงการที่สองต่อเนื่องกันหรือไม่คะ
ตั้งใจอยากทำให้ครบ ตอนนี้เหลือสองส่วนคือภาคอีสานและภาคใต้ซึ่งมีโครงการสำคัญๆทั้งสองแห่ง
คงจะต้องรอเวลาให้โครงการฯนี้มีผลออกไปสักระยะหนึ่งก่อน แล้วเราจะได้รวบรวมFeedback
ต่างๆเพื่อเสนอการจัดทำโครงการฯครั้งต่อไป
:อีกไม่นานท่านจะต้องไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการกงสุลที่ประเทศไทย ระยะเวลา
3 ปีที่นี่ให้อะไรกับท่านบ้าง
ให้ประสบการณ์เยอะครับ เพราะงานที่นี่เป็นงานเพื่อประชาชน
เป็นการทูตเพื่อประชาชนโดยแท้ ถ้าจะกล่าวว่าเป็นโรงเรียนการทูตเพื่อประชาชนชั้นหนึ่งก็บอกได้
ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศก็ควรได้มีโอกาสทำงานกับคนไทยและชุมชนไทย
เพราะเป็นสิ่งจำเป็น ถามว่าได้อะไรจากแอลเอไปบ้าง ผมมองว่าได้เรียนรู้ที่จะทำงานกับคนหลายๆกลุ่ม
ได้เรียนรู้ที่จะประสานงานกับคนในรูปแบบต่างๆ เรียนรู้ที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา
เรียนรู้ที่จะอดทน
ฉะนั้นงานที่แอลเอสอนเราได้เยอะ ไม่เคยเสียใจ
ยอมรับว่างานหนักมาก แต่เป็นการเรียนรู้ที่ดี ได้สร้างมิตรภาพ
ได้รู้จักคน ได้รับความกรุณาจากพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ ต้องบอกว่า
3 ปีถ้าทำเองก็ไปไม่รอดหรอก ได้รับความสนับสนุนจากทุกๆฝ่าย จากสื่อมวลชน
ผู้นำชุมชน ทำให้ความพยายามที่เราอยากทำงานให้ชุมชนไทยที่นี่
สำหรับผมคิดว่า พอใจ แต่การที่บอกว่างานสำเร็จหรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่ชุมชนต้องเป็นคนให้เกรด
วิเคราะห์และกำหนดว่า 3 ปีที่เราทำมามันใช่หรือเปล่า มันสำเร็จหรือเปล่า
แต่ส่วนตัวแล้วพอใจกับงานที่ได้ทำมาตลอด 3 ปี
:อยากฝากข้อแนะนำอะไรพื่อช่วยพัฒนาชุมชนไทย
ที่ผ่านมาชุมชนไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในการโชว์ความเป็นไทย
เอกลักษณ์ในความเป็นไทย เราสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมงานด้านวัฒนธรรมให้คนต่างชาติได้รู้จักเรา
ถ้าเป็นข้อห่วงกังวลคือในส่วนของการเมืองท้องถิ่นคือมีความจำเป็นที่เราควรเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อให้ชุมชนของเราเข้มแข็ง
เราต้องการความสนับสนุนจากเจ้าบ้าน จากกลุ่มการเมือง ไม่ว่าในระดับเทศบาล
เทศมนตรี จากรัฐ เราควรเข้าไปมีส่วนร่วมให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกิจกรรม
การเข้าไปเป็นอาสาสมัคร การส่งคนเข้าไปทำหน้าที่ในหน่วยงานรัฐบาล
ในอนาคตข้างหน้าอยากให้ผู้ใหญ่สนับสนุนลูกหลานให้เข้ามาทางนี้เยอะขึ้น
อีกเรื่องหนึ่ง ผู้นำชุมชนเป็นรุ่นพี่ๆซึ่งพร้อมใจกันพูดว่าอยากรีไทร์
อยากกลับเมืองไทย ผมยังไม่อยากให้กลับถ้าพี่ๆยังไม่ได้มอบหมายการดูแลชุมชน
ถ้าจะกลับ ชุมชนต่างๆที่ Run กันไว้มีคนมาสืบทอดต่อไป
อย่าละทิ้งไปเลย อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับผิดชอบ ดูแลและมีส่วนร่วมมากขึ้น
อาจมองว่านี่เป็นเรื่องของคนไทยโดยแท้ คนที่เกิดนี่โตนี่อาจจะคิดว่าเขาเป็นฝรั่ง
เป็นคนอเมริกัน
แต่อีกมุมหนึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าเขาเข้าร่วมทำงานกับชุมชนไทย
เขาจะได้ประโยชน์ เพราะถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาดูแลจะอยู่กันลำบาก
คนรุ่นใหม่แม้ว่าจะเป็นคนอเมริกัน แต่เขาเป็นอเมริกัน-ไทยซึ่งมีความหมายกว่าเป็นคนอเมริกันธรรมดา
มันทำให้เขาเป็นคนพิเศษ ไม่ใช่เป็นปมที่ต้องมาห่วงกังวล ถ้าเขาเป็นอเมริกันเชื้อชาติไทยที่ยืนหยัดอย่างภาคภูมิ
ร่วมงานของชุมชน เขาจะเป็นที่ต้องการของสังคมอเมริกันด้วยเช่นกัน
การได้ทำกิจกรรมการกุศลเป็นเรื่องที่คนอเมริกันชื่นชม ซึ่งสามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชนไทยได้มาก
จากบุลิกภาพที่อ่อนน้อมถ่อมตน เข้ากับคนได้แทบจะทุกกลุ่ม
จนคนในชุมชนไทยหลายคนออกปากว่ากงสุลใหญ่ฯท่านนี้ติดดิน บวกกับความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานให้กับชุมชนที่แตกต่างทำให้ผลงานหลายชิ้นเข้าตากรรมการ
แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่บางคนอาจจะมองต่างไปจากนี้บ้าง โดยเฉพาะการมารับหน้าที่กงสุลใหญ่ในช่วงที่เมืองไทยมีกระแสทางการเมืองที่แปรปรวนอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยวัยที่ไม่สูงนัก ทำให้ชื่อของ
จักร
บุญ-หลง เป็นที่ถูกจับตามองของคนไทยที่นี่ว่าเขาจะได้กลับมารับตำแหน่งในสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหรือไม่
ในความรับผิดชอบที่สูงกว่าเดิม
|