สิทธิในการขอลี้ภัย
สิทธิในการขอลี้ภัย(Right of Asylum)หรือการขอลี้ภัยทางการเมือง(Political
asylum)
เมื่อบุคคลผู้ใดก็ตามที่มีความขัดแย้งทางการเมืองหรือทางศาสนาและจะถูกตัดสินลงโทษ
อาทิเช่นถูกประหารชีวิตหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตโดยรัฐของตัวเอง อาจจะมีรัฐาธิปัตย์อื่นหรือประเทศอื่นหรือระบบการปกครองของโบสถ์ในศาสนจักรให้การคุ้มครองได้
กล่าวได้ว่าระเบียบวิธีปฏิบัตินี้เป็นเรื่องตกทอดมาจากสมัยโบราณและใช้บังคับเฉพาะส่วนบุคคลมีการพิจารณาเป็นรายๆไป
เรื่องนี้จะต้องแยกกับกฎหมายผู้ลี้ภัยอพยพหรือ
Refugee law
ที่หมายถึงมีผู้อพยพจำนวนมากที่หนีภัยศึกสงครามในประเทศของตัวเองหรือหนีความอดอยากยากแค้น ตัวอย่างเช่นภายหลังสงครามอินโดจีนสิ้นสุดเมื่อปี 1975 สหรัฐรับผู้ลี้ภัยอพยพจากเวียดนาม,กัมพูชาและลาวเข้ามาอยู่จำนวนมาก
แต่การขอลี้ภัยการเมืองกับการลี้ภัยของผู้อพยพอาจทับซ้อนกันได้
ตัวอย่างเช่นนายพลเหงียน
เกากี อยู่ใน
2 สถานะที่ทับซ้อนกันเป็นได้ทั้งผู้อพยพ
ขณะเดียวกันเขาเป็นนักการเมือง
นักการทหารอาจจะยื่นขอลี้ภัยการเมืองซ้อนเข้าไปได้เพื่อให้สหรัฐคุ้มครองเพิ่มเติม
เรื่องนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้ว
เรื่องเกิดขึ้นกับโวลแตร์(Voltaire)นามปากกาของปรัชญาเมธี,นักเขียน,นักวิจารณ์,นักเยาะเย้ยถากถางชาวฝรั่งเศสชื่อจริงคือ ฟรังซัวร์-มารี
อารูเอท์(François-Marie
Arouet)เกิดเมื่อวันที่
21 พฤศจิกายน
1694 และถึงแก่กรรมวันที่
30 พฤษภาคม 1778
โวลแตร์เชื่อในเสรีภาพของบุคคลรวมทั้งเสรีภาพในการนับถือศาสนา
เป็นผู้วิจารณ์นิกายโรมันคาธอลิกและรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาจะถูกลงโทษโดยไม่มีการไต่สวนคดี ต่อมาอังกฤษรับเข้าไปลี้ภัย
อยู่ได้ 3 ปีจึงกลับปารีส(หลังจากรู้แล้วว่าปลอดภัย)
ในช่วงศตวรรษที่
20 จึงได้มีการจัดทำสนธิสัญญาขึ้นมาระหว่างรัฐต่อรัฐเรื่องขอลี้ภัยทางการเมือง อย่างไรก็ตามยังมีกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ว่ารัฐใดก็ตามไม่มีข้อผูกมัดที่จะรับผู้ประกอบอาชญากรรมไว้
หรือไม่อาจให้ความคุ้มครองอาชญากรได้
บุคคลที่จะขอลี้ภัยได้ตามกฎหมายผู้อพยพระหว่างประเทศระบุว่า
ผู้อพยพหมายความว่าบุคคลผู้ต้องการไปอยู่ประเทศอื่นอันเนื่องมาจากสงคราม,ความรุนแรงหรือเกรงว่าจะถูกประหารชีวิต
อันเนื่องมาจากเหตุผลด้านเชื้อชาติ,ศาสนา,สัญชาติ,ความเห็นทางการเมืองแตกต่างหรือเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคมที่แตกต่างกัน
การยื่นขอลี้ภัยสามารถกระทำได้ล่วงหน้า
บุคคลเหล่านี้เรียกว่าผู้ขอลี้ภัย(Asylum seekers)
และเมื่อประเทศที่ขอไปอยู่(Host country) ยอมรับหรืออนุญาต
บุคคลผู้นั้นก็จะอยู่ในฐานะของผู้ลี้ภัยซึ่งมีสิทธิอันจำกัดตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายของประเทศนั้นๆ
การขอลี้ภัยอาจจะเกิดขึ้นหลังจากบุคคลผู้นั้นได้เข้าไปอยู่ในประเทศนั้นแล้ว
โดยเข้าไปแบบผิดกฎหมายจากนั้นก็ยื่นขอลี้ภัย
พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นมากในช่วงที่ชาวคิวบาลงเรือมาขึ้นฝั่งฟลอริด้า
หนีการปกครองของฟิเดล
คัสโตร ที่อ้างว่าหนีภัยคอมมิวนิสต์
ทางสหรัฐเองรับผู้อพยพประเภทนี้จำนวนมากเช่นกัน
ในช่วงหลังพยายามมีการยื่นขออยู่ในสหรัฐในฐานะผู้ลี้ภัย
แต่มักจะจบลงด้วยการถูกจำคุกและถูกเนรเทศออกไปเพราะพบว่าประเทศที่อ้างว่าจะเกิดภัยกับตัวเองนั้นไม่ได้มีสงครามกลางเมืองหรือความรุนแรงใดๆ .....ÍèÒ¹µèÍ
|