จอร์จ บุช สั่งสอบสถานะคนงาน
ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนว่าเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนประธานาธิบดีจอร์จ
บุช ได้เซ็นคำสั่งประธานาธิบดี(executive order)ให้ผู้รับเหมาหรือธุรกิจอื่นๆที่รับงานจากรัฐบาลกลางตรวจสอบสถานภาพการอยู่อาศัยของคนงานของตนว่ามีสิทธิ์ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐ
ทั้งนี้เหตุเกิดขึ้นกับหน่วยงานรัฐบาลเองที่พบว่ามีผู้รับเหมาและรับงานบางรายจ้างคนอยู่อย่างผิดกฎหมายทำงาน
โดยรัฐบาลได้ให้บริษัทรับเหมาต่างๆตรวจสอบผ่านระบบอิเลคทรอนิกจะรู้ได้ชัดเจนว่าคนงานที่จ้างนั้นมีสิทธิ์ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ระบบดังกล่าวกระทรวงความมั่นคงภายในจัดทำขึ้นเป็นเว็บไซท์เรียกว่าE-Verify system โดยมีนายจ้างลงชื่อเข้าร่วมใช้สัปดาห์ละประมาณ 1,000 ราย เป้าหมายคอการตรวจสอบหมายเลขโซเชี่ยล
เซเคียวริตี้ของลูกจ้างหรือพนักงาน
สำหรับคนที่จะได้รับผลกระทบไม่เพียงแต่คนงานทั่วไปที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเท่านั้น
คนที่เข้ามาด้วยวีซ่าอย่างถูกต้องแต่วีซ่าขาดอายุที่เรียกว่าอยู่เกิน(overstayed)หรือเดินทางเข้ามาถูกต้องแต่ไม่มีสิทธิ์ทำงานเช่นนักเรียน
นักศึกษาหรือคนที่กำลังรอใบอนุญาตทำงาน ระบบนี้จะตรวจจับได้
คำสั่งประธานาธิบดีระบุว่าเป็นนโยบายของฝ่ายบริหารที่จะบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐ รวมทั้งการตรวจจับ,การถอดถอนผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย
รวมทั้งการใช้กฎหมายบังคับใช้กับนายจ้างที่จ้างผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายด้วยคำสั่งระบุ
คำสั่งฝ่ายบริหารออกมาครั้งนี้ในขณะที่ร่างกฎหมายเพื่อให้นายจ้างตรวจสอบสถานภาพลูกจ้างยังติดอยู่ในสภาคองเกรส
โดยระบุว่าการจ้างพนักงานทุกคนจะต้องตรวจสอบสถานภาพไม่ว่าจะเป็นพลเมืองอเมิรกันหรือคนที่อยู่อย่างถูกกฎหมาย
(ต้องตรวจสอบหมดทุกคน)
พนักงานจะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-9 รวมทั้งมอบเอกสารต่างๆให้กับนายจ้างเพื่อตรวจสอบว่าทำงานได้ถูกต้อง
จากนั้น
E-Verify system นายจ้างจะเป็นผู้กรอกชื่อพนักงาน,หมายเลขโซเชี่ยลเข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อส่งตรงไปยังอินเตอร์เน็ตเพื่อการตรวจสอบว่าข้อมูลที่พนักงานให้มาตรงกับฐานข้อมูลของรัฐบาลหรือไม่
ประเด็นนี้มีกลุ่มธุรกิจหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยเพราะถือว่าเป็นการมอบภาระให้นายจ้างแบกรับ
ส่วนกลุ่มช่วยเหลือประชาชนระบุว่าอาจจะทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อพลเมืองอเมริกัน
รวมทั้งมีผลกระทบต่อข้อมูลส่วนตัวของบุคคลเหล่านี้เพราะอาจมีการขโมยข้อมูลไอดี( identity
thefts)ได้ง่ายขึ้น.....อ่านต่อ
|