คดีห้องอาหารโกงภาษี
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายเจมส์ ซาลิบา แห่งแอล.เอ.เจ้าของภัตตาคาร
Barsac Brasserie ซึ่งตั้งอยู่นอร์ธ ฮอลลีวู้ด ยอมรับสารภาพผิด 2 ข้อหาเรื่องโกงภาษีในปี 2003
และ 2004 อีกทั้งเขายอมรับว่าไม่ได้รายงานยอดขายต่อ IRS ระหว่างปี
2001-2005 รวมเป็นเงิน 1.9 ล้านดอลลาร์เป็นเหตุให้เขาติดค้างภาษี
442,905 ดอลลาร์
นอกจากนี้ยังแจ้งยอดขายก่อนหักภาษี(gross sales)ไม่ครบถ้วนหรือรายงานน้อยกว่าความเป็นจริงโดยใช้บัญชีที่เรียกว่า "Accrued Management Fees"(หรือบัญชีซุกเงิน),จ่ายเช็คของบริษัทให้กับนางลิซา ลอง
ภรรยาของตน โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทและนำมาเป็นส่วนลดหย่อนภาษีบริษัท ,เขียนเช็คบริษัทสั่งจ่ายออกเป็นเงินสด(Cash)ระบุว่าจ่ายค่าทิปแก่พนักงาน
และจ่ายแก่พนักงานเพียงบางส่วนที่เหลือเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง เมื่อคำนวณทั้งหมดแล้วเขาติดภาษี IRS
กว่า 900,000
ดอลลาร์ พร้อมกับยอมรับที่จะถูกลงโทษทางแพ่งและยอมเสียดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ IRS เล่นงานบริษัทบัญชีและรับทำภาษีที่ตั้งอยู่ Woodland Hills โดยนำนายเออร์วิน เพ็ทแลค(Irwin Petlak)เจ้าของบริษัทขึ้นดำเนินคดี นายเพ็ทแลคยอมรับว่าเขาเป็นผู้ดำเนินการเรื่องบัญชีเป็นรายเดือนและดำเนินการเตรียมภาษีให้แก่บริษัท
Barsac และบัญชีส่วนตัวของนาย Saliba
นายเพ็ทแลคยอมรับว่าได้จัดทำ the Accrued Management Fees ขึ้นมาเพื่อนำยอดขายไปซุกในบัญชีนี้ ซึ่งในปี 2002 ซุกไว้ 171,247 ดอลลาร์ จากนั้นถือว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมแก่บริษัทเขาเองในฐานะที่ปรึกษาด้านบัญชี
ก่อนที่จะจ่ายตรงไปยังบัญชีภรรยาของนายเจมส์ ซาลิบา โดยที่เงินจำนวนนี้นางลิซา ลอง ก็ไม่ได้แจ้งในรายการยื่นภาษีรายได้ใน Form 1099 หรือ W-2. ส่งผลให้นางลิซาติดหนี้
IRS อยู่ $40,346
วันที่ 23 มิถุนายน 2008 นายเจมส์ ซาลิบา ถูกกำหนดวันระวางโทษซึ่งโทษสูงสุดจำคุก
10 ปีและเมื่อออกมาแล้วจะต้องถูกจับตามอง(supervised)อีก 3 ปี ส่วนโทษปรับสูงถึง 5 แสนดอลลาร์ ทางด้านนายเพ็ทแลค
ถูกกำหนดวันระวางโทษ 19 พฤษภาคม 2008 โทษจำคุกสูงสุด 3 ปีและเมื่อพ้นโทษแล้วจะถูกจับตาอีก
1 ปี โทษปรับสูงสุด 1 แสนดอลลาร์.....อ่านต่อ
|