เกษตรสหรัฐต้องการแรงงานช่วย
นายแฟรงก์ พรีสท์ลี่ย์(Frank Priestly) ประธานสำนักงานเกษตรแห่งรัฐไอดาโฮ่ ได้เขียนความเห็นเกี่ยวกับสำนักงานเกษตรกรรมในสหรัฐต้องการแรงงานต่างชาติเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร
เพราะปัจจุบันภาคเกษตรมีมูลค่าปีละ 9 พันล้านดอลลาร์ หากกฎหมายคนเข้าเมืองไม่มีการปฏิรูปจะทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทางเลือกมี 2 ทางที่รัฐบาลสหรัฐจะทำคือนำเข้าแรงงานชั่วคราวจากต่างประเทศเพื่อมาช่วยเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวพืชในสหรัฐ
หรือไม่เช่นนั้นก็ปล่อยให้มีการเพาะปลูกในต่างประเทศและสั่งสินค้าเกษตรเข้ามาจำหน่าย
ปัจจุบันทั้งภาคเกษตรและไร่ปศุสัตว์ต่างๆไม่ชอบเท่าไรนักเพราะเป็นปีเลือกตั้งซึ่งข้อถกเถียงต่างๆมีมากมายและภาคเกษตรกรรมก็ต้องรอแนวทางการแก้ปัญหามาแล้วหลายปี
นักเศรษฐศาสตร์ของสมาพันธ์เกษตรระบุว่ามี
3 ประเด็นที่ภาคเกษตรของสหรัฐต้องการแก้ไขด้วยการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น
ประกอบด้วย
1.โครงการคนงานรับเชิญ( A guest worker program)จะต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติปีละ 5-7.5 แสนคนเข้ามาทำงานในสหรัฐ เพราะปัจจุบันนโยบายออกวีซ่าให้คนงานภาคเกษตร(H-2A)มีปัญหาล่าช้าด้วยระบบราชการรวมทั้งไม่อาจคาดหวังได้อย่างเป็นจริง
2.ระบบการจ้างงานในภาคนี้จะต้องมีมาตรฐานของรายได้ซึ่งรายได้ของคนงานเกษตรจะต่ำกว่าคนงานก่อสร้างหรือพวกที่เข้ามาทำงานในภาคบริการ(hospitality industries)
3.จะต้องมีการประนีประนอมกับกลุ่มสิทธิเพื่อแรงงาน
โดยการปฏิรูปโครงการ
guest worker program เพื่อให้งานภาคเกษตรเดินไปได้
ข้อเขียนกล่าวว่าปัจจุบันภาคเกษตรกรรมของสหรัฐต้องการแรงงาน
3 ล้านคน แม้จะมีการชักชวนให้พลเมืองอเมริกันหรือคนที่อยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายมาทำก็ไม่อาจบรรจุเข้าตำแหน่งงานได้หมด การต่อสู้ของภาคเกษตรกรรมคงพ่ายแพ้ต่อไปเพราะความเห็นของคนส่วนใหญ่มองว่าคนอยู่อย่างผิดกฎหมายคือภาระที่สังคมอเมริกันต้องรับผิดชอบ
มีอยู่อย่างเดียวที่คนอเมริกันพูดก็คือจับกุมและเนรเทศออกไป (
round em up and kick em
out) โดยไม่ชี้ทางออกให้แก่การปฏิรูประบบคนเข้าเมือง
ความเห็นเหล่านี้มาจากคนที่ไม่เข้าใจปัญหา
ไม่สนใจข้อเท็จจริงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในภาคเกษตรกรรม เราต้องการให้คนเหล่านี้พิจารณาดูว่าทุกวันนี้อาหารที่รับประทานอยู่มาจากไหน
และพรุ่งนี้อาหารเหล่านี้จะมาจากไหน.....อ่านต่อ
|