|
สถานการณ์เดือนกุมภาพันธ์
ขอให้จับตาสถานการณ์การเมืองโดยรวมเพราะวันที่
26 กุมภาพันธ์
ผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกำหนดอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์
7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ที่ระบุว่าได้มาด้วยความไม่ชอบ ดังนั้นปรากฎการณ์ต่างๆจึงเกิดขึ้นในเมืองไทยเพื่อสร้างกดดัน”ทางการเมือง”ให้มากขึ้นโดยกลุ่มคนที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ
อาทิเช่นการยิงเอ็ม
79 ถล่มกองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.),กลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมหน้าบก.ทบ.,กระทรวงกลาโหม,รวมทั้งประกาศชุมนุมหน้ากรมกองทหารต่างๆเพื่อต่อต้านการปฏิวัติ
หนักไปกว่านั้นนายอริสมันต์
พงษ์เรืองรอง
หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง(ที่อยู่ในระหว่างการประกันตัวในคดีทำลายการประชุมอาเซียน,คดีเผาเมืองเมษายน
2552)ประกาศให้คนเสื้อแดงต่างจังหวัด
1 ล้านคนนำขวดเปล่าเข้ามากรุงเทพฯเพื่อบรรจุน้ำมันข่มขู่ให้รัฐบาลนำรัฐธรรมนูญฉบับปี
2540 กลับมาใช้ ในความหมายนี้หากไม่ได้รับการตอบสนองอาจจะมีการเผาบ้านเผาเมืองอีกครั้งด้วยระเบิดเพลิง
เหมือนเหตุการณ์เดือนเมษายน
2552
ประกอบกับการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง
5 พรรครวมส.ส.
207 คนยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 รวม 2 ประเด็นคือเขตเลือกตั้งขอให้ใช้เขตเดือนคนเดียวและมาตรา
190 เกี่ยวกับการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ
จากนั้นพรรคเพื่อไทยอันเป็นพรรคฝ่ายค้านก็จะยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ขณะเดียวกันทหารฝ่ายคุมกำลังทั่วประเทศออกมาประกาศสนับสนุนผู้บังคับบัญชารวมทั้งปกป้องศักดิ์ศรีของกองทัพ จึงจะต้องจับตาเป็นพิเศษโดยเฉพาะเงื่อนไขของการยึดอำนาจจากฝ่ายทหาร
ซึ่งฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตรและฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
เพราะหากเกิดขึ้นแล้วพ.ต.ท.ทักษิณอาจหมดตัว
โอกาสที่จะกลับมามีอำนาจและได้เงินคืนสิ้นไป
ส่วนนักการเมืองและพรรคการเมืองก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
อันไม่เกิดผลดีต่อประเทศชาติโดยรวมไม่ว่าจะเป็นก่อการจลาจลเพื่อทวงคืนอำนาจหรือการยึดอำนาจผ่านการทำรัฐประหาร เมืองไทยจึงอยู่ในช่วงของความขัดแย้งเพื่อการปรับตัวครั้งใหม่
หากไม่เกิดการจลาจลหรือการยึดอำนาจเราเชื่อว่าการปรับตัวจะเป็นไปได้ด้วยความราบรื่น
นั่นคือจะต้องไม่มีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น.....ÍèÒ¹µèÍÊÑ»´ÒËì·ÕèáÅéÇ |