ยุทธศาสตร์ “เศรษฐกิจนำสังคม”

  หลายครั้งที่ผมพยายามจะวาดภาพให้ผู้อ่านได้ทราบว่า สังคมไทยในอเมริกา ตอนนี้เป็นอย่างไร? ในอดีตที่ผ่านมาเคยเป็นอย่างไร? และในอนาคตพวกเราจะเป็นอย่างไร? ถึงแม้สังคมไทยของเราจะมีประชากรน้อยนิด เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของชนชาติอื่น เช่น จีน, เกาหลี, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ ที่มีจำนวนประชากรเป็นล้านคน การพัฒนาสังคมของเขาเป็นไปอย่างรวดเร็ว คุณภาพของคนเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่ไทยสิ ที่ผ่านมาเหมือนย่ำอยู่กับที่ เหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนไม่สนใจ เหมือนไม่ใยดี ลองคิดดูสิครับว่า อีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า พวกเราจะเป็นอย่างไร? ในโลกแห่งการแข่งขันใบนี้

  ถ้าจะมาเปรียบเทียบกันในทุกๆจุดถึงพวกจีน, เกาหลี, เวียดนาม ผมว่าเราแพ้เขาหมด ไม่ว่าจะในเรื่องใด เรื่องไหน คุณภาพของคนก็แพ้, ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา หรือลักษณะนิสัยใจคอ, การรวมกลุ่มกัน, การทำงานร่วมกัน, การช่วยเหลือกัน จนมี China Town, Korea Town และเวียดนามทั้งเมือง ซึ่งดูเป็น Town จริงๆ เศรษฐกิจของสังคมขอเขาก็แข็งแรง สามารถมีผู้ประกอบการได้มากมายนับไม่ถ้วน คนรวยก็นับไม่ถ้วน ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ก็นับไม่ถ้วน แถมสามารถแข่งขันกับคนอเมริกันได้อย่างสบายๆ รายได้ของประชากรต่อคนก็สูงกว่าเราเยอะ ดูๆไปแล้วก็น่าน้อยใจ ที่พวกเราคนไทย ก็ยังไม่ค่อยสนใจอยู่กันไปวันๆ

  สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นพูดก็คือ เรื่อง “ศักยภาพ” ของคนไทย จริงๆแล้ว คนไทยทุกคนเป็นคนเก่ง เรามีศักยภาพในตัวของเราเองสูงมาก หลายคนอาจจะไม่เชื่อ แต่มันเป็นเรื่องจริง ในอดีตเราไม่เคยเป็นรองใคร และก็ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร เราทุกคนมีวิธีการของเราที่จะไม่ตกอยู่ภายใต้ใคร มันน่าทึ่งนะครับ ที่มันตกอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคนโดยไม่รู้ตัว

  ทำไม? ชุมชนไทยถึงพัฒนาไปได้อย่างช้าๆ ก็เพราะความเก่งของทุกคนน่ะครับ ไม่มีใครยอมใคร และก็ไม่มีใครก้มหัวให้ใคร ทุกคนอยากเป็นคนเก่งหมด เมื่อเก่งเจอเก่ง ก็ตัวใครตัวมันดีกว่า อย่าไปทำแม่..งมันเลย มันเป็นอย่างนี้มาตลอด การรวมตัวกันทำอะไรจึงไม่เคยมี ใครล้ำหน้าไปหรือได้ดีไป พวกที่เหลือก็พยายามฉุด พยายามดึงให้ตกลงมาอยู่ในระดับเดียวกัน จะได้เหมือนกัน ไม่มีการสนับสนุนกันอยู่แล้ว “เดี๋ยวมึงจะเก่งกว่ากู”

   ผมว่าเลิกคิดได้แล้วครับ ไอ้ความคิดเก่าๆนั่นแหละ ปัจจุบันทุกอย่างไฮเทคทุกอย่างทันสมัย ทุกอย่างต้องแข่งขันกัน ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกอย่างต้องรวมตัวกันเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน คนไทยเราต้องเปลี่ยนความคิดกันเสียใหม่ ล้างความคิดเดิมๆ กันออกไปได้แล้ว จะได้ทันชาวโลกเขา เราก็อยากเห็นทุกคนกินดีอยู่ดี มีรายได้ดีๆ มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย มีเกียรติ มีชื่อเสียง และสามารถเดินไปบนถนนทุกสายได้อย่างสง่างาม

   คนไทยยังเคยชินและยังยึดติดอยู่กับ “ทฤษฎี มึง-กู” อยู่

   อะไร? คือ ทฤษฎีมึง-กู เป็นคำไทยแท้ๆดั้งเดิมในอดีต ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง เป็นการใช้สรรพนามแทนตัวระหว่างคนเพียงสองคน คือ ถ้าไม่มึง ก็กู ถ้าไม่กู ก็มึง มันเป็นการมองการคิดภาพรวมระหว่างคนแค่สองคนเอง ไม่คำนึงถึงผู้อื่นอีกเลย ในสังคมไทยก็คิดกันอยู่แค่นี้จริงๆ ถ้าไม่ใช่มึงก็กูเอง ชิงดีชิงเด่นกันอยู่ระหว่างคนแค่สองคน ของทุกๆคน

   การที่คนเราจะทำอะไรจะคิดอะไร แล้วมองภาพเพียงสองคนเท่านั้น เขาเรียกว่า สายตาสั้น คือ มองใกล้ๆ ไม่มองไกล เพราะมองไกลไม่เห็น มองไกลไม่เป็น ผมสังเกตเห็นมาตลอดว่า ไม่ว่าคนไทยจะทำงานกันที่ไหน ก็ไม่เคยรวมตัวสนับสนุนกันให้เป็นพลังเลย ใครได้ขึ้นไปเป็นหัวหน้างานก็เป็นได้แค่นั้นเดี๋ยวก็ลง เพราะหัวหน้างานก็ไม่ช่วยลูกน้องคนไทย ลูกน้องคนไทยก็ด่าหัวหน้าคนไทย ก็เลยอยู่กันแค่นั้นตลอด ไม่เหมือนกับจีน, เกาหลี,เวียดนาม เขารักกัน สนับสนุนกันให้ได้ดีหมด การจ้างงานใหม่ๆ เขาก็ช่วยกันเอาพวกตัวเองเข้า โดยไม่มีการพูดมาก อันนี้ทำให้คนไทยเสียเปรียบมาตลอด ใครได้ตำแหน่งหน่อย ก็เต๊ะ, แอ๊ค ส่วนลูกน้องคนไทยก็ชอบนินทาลับหลัง และไม่สนับสนุน ก็เพราะชอบใช้ทฤษฎี มึง-กู นั่นเอง ซึ่งต่างจากพวกต่างชาติที่เขาใช้ทฤษฎี “พวกเขา-พวกเรา”

   พวกจีน, เกาหลี, เวียดนาม ไม่ว่าจะทำอะไร เขาจะคิดถึงว่า “พวกเขา” (ชนชาติอื่น)คือคนอื่น“พวกเรา” คือพี่น้องร่วมสาบานของเราทุกคน เขาคิดกันอย่างนี้จริงๆ ผมเคยเห็นเกาหลีสองคน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พอคนหนึ่งถูกพูดไม่ดี เกาหลีอีกคนเขาจะปกป้องแก้ตัวให้ทันทีเลย เพราะเขาทุกคนถูกสอนให้รักกัน ปกป้องกัน เหมือนพี่เหมือนน้อง ถ้ารู้ว่าเป็นเกาหลีด้วยกันนี่แหละคือ ทฤษฎีพวกเขา-พวกเรา ที่ใช้ได้ผลชงัดนัก ชุมชนของพวกเขาจึงรวมตัวกันได้อย่างแข็งแกร่งและเหนียวแน่น

   ถ้าคนไทยเปลี่ยนตรงนี้สักหน่อย หันมาใช้ทฤษฎีพวกเขา-พวกเรา กันให้หมด คนไทยจะไปอีกไกลครับ ศักยภาพส่วนตัวก็เก่งกันอยู่แล้ว ถ้ารวมตัวกันได้ ทำความเก่งให้ออกมาในรูปของส่วนรวมให้ได้ มันจะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ และจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่เราอยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเรา

   ผมเคยพูดมาก่อนว่า สังคมของเราเป็นสังคมเล็ก ประชากรน้อย Potential ในการทำอะไรก็น้อยไปด้วย เราจึงต้องควรมาเน้นในเรื่องของคุณภาพของคน ถ้าพวกเรามีคุณภาพที่ดี สังคมเราก็เจริญ กองทัพเราไม่ใหญ่ คนน้อย แม้เป็นกองทัพเล็กๆแต่รบเก่ง รบทีไรชนะทุกที แค่นี้ก็พอแล้ว ผมจึงอยากเห็นคนไทยมีคุณภาพกันให้มากกว่านี้

  การปรับคุณภาพของคนไทยก็ต้องมาจากพื้นฐาน เรื่องความคิด และเศรษฐกิจ ถ้าคิดดีคิดเป็นก็สามารถทำให้เศรษฐกิจของตัวเองหรือของครอบครัวดีขึ้น เมื่อมีรายได้เข้ามามากขึ้นก็สามารถที่จะทำอะไรได้อีกมาก ผมเห็นว่าเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องมาก่อน ต้องทำให้ได้ก่อน แล้วทุกคนถึงจะพร้อมที่จะไปคิดทำอย่างอื่น ถ้าคุณคิดว่าคุณมีรายได้น้อยกว่าเดือนละ 2,000 เหรียญ ก็ควรหาหนทางทำให้รายได้ของตัวเองมากขึ้นซะ เพราะคุณถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “พวกมีรายได้ต่ำ” บางคนก็อยากที่จะมีรายได้สูง แต่ก็ต่ำมาตลอดชีวิต ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งบางครั้งมันก็เป็นความจริง สังคมเราถ้าต้องการ “พี่เลี้ยง” หรือที่ปรึกษาที่ดีๆ ยังไงล่ะ

    ใคร? ควรจะมาเป็นพี่เลี้ยง ที่ผมเห็นใกล้ตัวที่สุดก็คือ สมาคม, ชมรม, ศูนย์ต่างๆ รวมทั้งกลุ่มชนองค์กรต่างๆ ที่มีอยู่ในสังคมไทยของเรา ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ในทางที่ดีขึ้น นายกสมาคมรวมทั้งผู้นำทุกกลุ่ม เริ่มได้น้ำดีๆ เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ทุกกลุ่มทุกชมรมหันมาปรับตัวเอง กระตือรือร้นกันมากกกว่าเดิม ซึ่งต้องเป็นประโยชน์กับสมาชิกและสังคมโดยตรง แน่นอน

  ผมเองอยากจะขอให้ผู้นำทุกคนช่วยกระตุ้นในเรื่อง “เศรษฐกิจ” ในเรื่อง “รายได้” ของมวลสมาชิก ช่วยกันแนะนำงานหรือปรึกษาหารือให้ทุกคนมีรายได้ที่ดีขึ้นผมว่า ช่วยกันคนละไม้คนละมือ มันต้องเกิดแน่ เมื่อ “เศรษฐกิจดี สังคมก็จะต้องดี” โชคดีทุกคน !!! ( ฉบับ 223 วันที่ 12-18 พฤษภาคม 2005 ).....อ่านต่อ

 

 
 
 
 














Thai Tambon

Paleewong trading

Royal Thai Consulate L.A.

Royal Thai Embassy

Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping