ตอน : ตอนจบ จะจบยังไง?
ตอนนี้ประชาชนไทยหลายๆ ท่าน พุ่งความสนใจไปที่เมืองไทย คอยติดตามข่าวสาร ข่าวการเมืองบ้านเราอย่างใจจดใจจ่อ เกาะติดสถานการณ์ทุกๆนาที เพราะตอนนี้อะไรหลายๆอย่างเริ่มเข้มข้น ๆ ขึ้นทุกขณะจนบางคน อดตาหลับขับตานอน บางคนไปทำงานสาย หรือขาดงานไปเลยก็มี การงานที่ต้องรับผิดชอบก็บกพร่อง ฉะนั้นก็ควรจะเพลาๆกันหน่อย อย่าให้เสียงาน จริงๆแล้วพวกเราอยู่ไกลก็คงช่วยอะไรได้ไม่มากนัก บางคนถึงกับต้องบินกลับไปเมืองไทย เพื่อไปร่วมชุมนุม ผมว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่าให้เข้าเนื้อตนเองกันมากนักก็พอ
ในโลกนี้ เหตุการณ์ต่างๆ มีเริ่ม และก็ต้องมีจบ เป็นเรื่องธรรมชาติ คนๆ เดียวหรือแม้กระทั่งตัวคุณเอง ผมไม่คิดว่า จะสามารถทำให้เรื่องราวต่างๆ มันจบได้ ไปตามความต้องการของคุณ ฉะนั้นคุณไม่น่าจะตื่นเต้นไปมากกว่านี้ ผมมีรุ่นพี่หลายๆคนที่ตื่นเต้นมากไปกับเหตุการณ์ ผมว่า น่าจะใช้นโยบายให้ตนเองกว่า แค่ ตื่นเต้นพอเพียง ก็พอ คนอยู่เมืองไทย เขายังไม่ตื่นเต้นมากมายขนาดนี้
ตั้งแต่คนเราเริ่มเกิดมาลืมตาดูโลก ก็ไม่รู้ว่าจะจบหรือจะตายอย่างไร? เมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน บางคนก็ไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร จบแบบเกรดดี หรือไม่จบ เมื่อเข้าชั้นมัธยม,
เข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่รู้ว่าจะจบยังไง? ฉะนั้นเรื่องอนาคตจึงไม่มีใครสามารถรู้ได้ล่วงหน้าว่า
จะจบอย่างไร? แม้กระทั่งชีวิตการทำงาน แต่ละคนก็จะไม่รู้ว่า การงานจะยั่งยืนมั่นคงแค่ไหน
ทุกอย่างก็อยู่ที่องค์ประกอบหลายๆ อย่าง จนไปถึงโชคถึงดวงถึงวาสนา
หรือคุณจะทำงานไปตลอดชีวิตหรือคุณจะให้คนอื่นมาทำงานให้คุณ ทุกๆอย่างอยู่ที่องค์ประกอบ
เช่นกัน
เมื่อเริ่มเข้าวัยที่จะต้องมีครอบครัว คุณก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มมีสามีหรือภรรยาคนแรก
แล้วจะเป็นยังไง? บางคนจบเร็ว บางคนจบช้า หรือบางคู่สามารถอยู่กันจนตายไปข้างหนึ่งได้
ทุกๆอย่างก็อยู่ที่หลายๆอย่างประกอบกัน
มนุษย์นี่ช่างแตกต่างกันมากมาย ทั้งในเรื่องนิสัย, ความคิด,
ความประพฤติ, ฐานะ, อำนาจ, ชื่อเสียง, เงินทอง, ทุกอย่างล้วนมีความแตกต่าง
ฉะนั้นทุกคนควรที่จะต้องเข้าใจในความแตกต่าง อันนี้ตามธรรมชาติ
การเริ่มการจบไม่ว่าจะเป็นอะไร ถ้าเป็นชีวิตจริง หรือสถานการณ์จริง
นั้นไม่ง่ายที่จะควบคุมได้ กลไกต่างๆ เมื่อนำมาประกอบกัน ก็ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
บางครั้งสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องจะพอไปเอง แต่ถ้าคิดให้ดี ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุ
ทั้งสิ้น เพราะผลจะเกิดมาจากเหตุ
การควบคุมหรือการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนนั้น สามารถทำได้ในระดับหนึ่ง
หรือทำไม่ได้เลย ก็อยู่ที่ว่า เหตุการณ์นั้น สถานการณ์นั้นเป็นอย่างไร?
แต่อย่างที่บอก ก็คือว่า คนเราพยายามที่จะควบคุมเหตุการณ์หรือสถานการณ์ให้ไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการได้
แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า ตอนจบ จะจบอย่างไร?
ในชีวิตจริง สถานการณ์จริง ก็มักจะเป็นอย่างนี้ คือ ได้แต่คาดเดากันไป
วิเคราะห์สถานการณ์กันไป แต่เวลาจบ ก็สามารถเซอร์ไพรส์คนได้ตลอดเวลา
ยกเว้นหนังหรือละคร ที่ผู้เขียนบทภาพยนตร์ สามารถที่จะควบคุมได้ว่า
จะให้จบอย่างไร หรือจบเมื่อไหร่ แค่เปลี่ยนบทเล่น เสียใหม่จะให้หนังจบวันพรุ่งนี้ก็ทำได้
บางครั้งผมก็คิดเล่นๆ ไปว่า เหนือฟ้า เหนือโลก ยังมีมนุษย์ต่างดาว
ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยกว่าเราเป็นล้านๆ เท่า หรืออาจจะตัวใหญ่กว่าพวกเราเป็นล้านๆเท่า
ใครจะจบยังไง? ก็ไม่มีใครรู้ได้ เวลาจะตายก็ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะตายแบบไหน
จะเอาแบบนอนไปแล้วลืมตื่น ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ หรือจะตกเครื่องบินตาย
ร่างกายแยกเป็นเสี่ยงๆ จะตายคาอก, ตายคารถ, ตายคาเสาไฟ หรือจะตายคาโรงพยาบาล
ก็แล้วแต่
ผมอยากจะวกกลับมาเรื่องของสถานการณ์บ้านเมืองเราว่า ตั้งแต่ท่านนายกทักษิณเข้ามาบริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน
มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย 4 ปีแรกก็ไปได้ดีไปได้สวย เพราะทุกคนชอบอะไรที่แปลกใหม่
และได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่ไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดนใจคนทั้งประเทศ
ทุกคนแซ่ซ้องสรรเสริญ จนมาถึงจุดเปลี่ยนหรือจุดพลิกผัน ที่คุณสนธิ
พลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายค้าน และออกตัวขอเป็นศัตรูกับนายกทักษิณ อย่างชนิดที่ไม่เผาผีกัน เนื่องจากขอให้ท่านนายกช่วยในเรื่องของผลประโยชน์แล้วถูกปฏิเสธกลับมา
ซึ่งในอดีตเคยสนับสนุนกันมาและรักกันดูดดื่มปานจะกลืนกิน
จากจุดเปลี่ยนตรงนี้ ทำให้คุณสนธิ ซึ่งรู้เรื่องภายในอะไรดีๆ
มาก่อน เริ่มนำมาตีแผ่ และหาแนวร่วมเพิ่มขึ้นจนในที่สุด มาถึงวันนี้
ก็สามารถรวมพลังคนไทยที่ไม่ชอบทักษิณและฝ่ายค้าน ต่างๆได้มากมาย จนสามารถสร้างเงื่อนไขได้
อันนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง แต่ผมในฐานะคนนอกสังเวียนก็ได้แต่ภาวนาให้หนังเรื่องนี้จบลงด้วยดี
ขอให้มีทางออกที่ดีและสวยงาม ผมขอแสดงความคิดเห็นสักหน่อยในเชิงสร้างสรรค์
ข้อดีข้อเสียก็มีทั้งสองฝ่าย แต่ผมจะขอพูดในสิ่งที่ดี ก็คือ
ในส่วนของคุณสนธิ ผมว่าก็สามารถแสดงพลังกดดันได้มาก อย่างน้อยก็สามารถทำให้ท่านนายกหรือฝ่ายรัฐบาล
ได้รู้ว่า คนไทยหลายส่วนก็มองท่านอยู่ในเรื่องของการตัดสินใจ ก็จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องให้มากที่สุด
ผมเคยทำงานสังคมมาพอสมควร ผมก็รู้ว่า คนที่อยู่รอบนอกหรือคนที่ไม่ได้ทำงานก็สามารถพูดได้ทุกเรื่องหรือพูดมาก
แต่ไม่ทำหรือทำไม่เป็น เรื่องที่เกิดขึ้นก็สามารถทำให้ผู้นำได้รู้ได้ระวังตัวใช้วิจารญาณละเอียดมากขึ้น รวมไปถึงการคุมคนของตัวเองให้กระชับมากขึ้น
ประโยชน์ก็สามารถเกิดขึ้นได้
ในส่วนของท่านนายก ผมว่าเขาก็ทำประโยชน์เอาไว้เยอะกว่านายกหลายๆคนที่ผ่านมาในอดีต
สามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้รวดเร็ว หลายๆ จุด มีการพัฒนาไปในทางที่ดีมากขึ้น
ซึ่งผมคิดว่า ยังดีกว่านายกอีกหลายๆ คนที่ผ่านมา เพียงแต่ว่าบางอย่างท่านคิดเร็วเกินกว่าที่คนไทยหลายคนจะคิดตามทันได้
ฉะนั้นท่านจะต้องเพิ่มประชาสัมพันธ์ให้ดีกว่านี้ และต้องหนักแน่นมากกว่านี้
ตอนจบ ของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? ไม่มีใครจะทราบได้ เพียงแต่คาดเดากันไปต่างๆนาๆ
การเมืองไทย ยุคทักษิณจะจบเร็วหรือจบช้าก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้งสองฝ่าย
หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดวงของประเทศ แต่ยังไง ผมก็ขอให้จบแบบ Happy Ending ก็แล้วกัน ส่วนในคอลัมน์ของผมนั้นผมก็ขอจบแบบห้วนๆ คงไม่ว่ากัน..ขอให้โชคดีทุกคน.....อ่านต่อ
|